รู้หรือไม่? ลวดลายสีสันอันเป็นเอกลักษณ์ของ HKS มีจุดเริ่มต้นเชื่อมโยงกับกระป๋องน้ำมันเครื่อง SUPER OIL ก่อนจะปรากฏบนรถแข่ง Skyline GT-R หมายเลข 87 ที่สร้างประวัติศาสตร์ในปี 1993 ร่วมย้อนเรื่องราวตั้งแต่จุดกำเนิดน้ำมันเครื่อง HKS ในปี 1985 จนถึงวิวัฒนาการสู่ HKS SUPER OIL Premium สำหรับเครื่องยนต์ยุคใหม่
HKS SUPER OIL Premium
สีสันที่ไม่ได้เกิดมาเพื่อความสวยงาม แต่ถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ Motorsport
จากความเชื่อที่ว่าน้ำมันเครื่องคือส่วนหนึ่งของเครื่องยนต์ สู่ลวดลายระดับตำนานของ HKS Skyline GT-R และการพัฒนาสู่น้ำมันเครื่องสำหรับรถยนต์ยุคใหม่
หากคุณเป็นหนึ่งในคนที่หลงใหลรถยนต์ญี่ปุ่น เชื่อว่าภาพของรถแข่งสีดำที่เต็มไปด้วยลวดลายสีม่วง เขียว และสีสันสดใส พร้อมโลโก้ HKS ขนาดใหญ่ คงเป็นภาพที่คุ้นตาไม่น้อย
ลวดลายนี้ปรากฏอยู่บนรถแข่ง รถโชว์ และผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ของ HKS มานานหลายทศวรรษ จนกลายเป็นหนึ่งในเอกลักษณ์ที่คนรักรถสามารถจดจำได้ แม้จะมองเห็นเพียงแวบเดียว
แต่เคยสงสัยหรือไม่ว่า สีสันเหล่านี้มีจุดเริ่มต้นมาจากที่ไหน?
คำตอบอาจทำให้หลายคนประหลาดใจ เพราะหนึ่งในต้นกำเนิดสำคัญของลวดลายระดับตำนานนี้ ไม่ใช่รถแข่ง ไม่ใช่ชุดแต่งรถ และไม่ใช่ผลงานที่ถูกออกแบบขึ้นมาเพื่อสร้างความโดดเด่นในสนามแข่งขันตั้งแต่แรก
แต่มันมีเรื่องราวเชื่อมโยงกับสิ่งที่ดูธรรมดากว่านั้นมาก นั่นคือกระป๋องน้ำมันเครื่อง
และเพื่อเข้าใจว่าเหตุใดน้ำมันเครื่องจึงกลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความสำคัญต่อประวัติศาสตร์ของ HKS เราต้องย้อนเวลากลับไปยังประเทศญี่ปุ่นเมื่อกว่า 50 ปีก่อน
1973 — จุดเริ่มต้นของความเชื่อที่ว่าเครื่องยนต์ยังไปได้ไกลกว่านี้
เดือนตุลาคม ปี 1973 บริษัท HKS ก่อตั้งขึ้นที่เมืองฟูจิโนมิยะ จังหวัดชิซูโอกะ ประเทศญี่ปุ่น โดย Hiroyuki Hasegawa
จุดเริ่มต้นของบริษัทไม่ได้มาจากการเป็นผู้จำหน่ายอุปกรณ์ตกแต่งรถยนต์ทั่วไป แต่เกิดจากความมุ่งมั่นในการพัฒนาเครื่องยนต์สำหรับการแข่งขันและชิ้นส่วนเพิ่มสมรรถนะ
ในช่วงเวลานั้น อุตสาหกรรมรถยนต์ญี่ปุ่นกำลังเติบโต ผู้ผลิตรถยนต์ต่างให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพ ความน่าเชื่อถือ และเทคโนโลยีใหม่ ๆ ขณะที่ HKS เลือกมุ่งความสนใจไปยังอีกคำถามหนึ่ง
เครื่องยนต์ที่ถูกสร้างขึ้นมาแล้ว จะสามารถพัฒนาให้แสดงสมรรถนะได้มากกว่านั้นอีกเพียงใด?
ในปี 1974 HKS เริ่มจำหน่ายชุดเทอร์โบสำหรับรถยนต์ นับเป็นหนึ่งในก้าวสำคัญของบริษัท และเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างชื่อเสียงในโลกของ Automotive Performance
แต่การเพิ่มกำลังเครื่องยนต์มีสิ่งหนึ่งที่ตามมาเสมอ
เมื่อกำลังเพิ่มขึ้น ภาระการทำงานของชิ้นส่วนภายในเครื่องยนต์ก็อาจเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ทั้งอุณหภูมิ แรงเสียดทาน และแรงกระทำต่อชิ้นส่วนที่เคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง
เทคโนโลยีการเพิ่มสมรรถนะจึงไม่สามารถพิจารณาเพียงปริมาณแรงม้าได้อย่างเดียว แต่จำเป็นต้องเข้าใจด้วยว่าเครื่องยนต์จะทำงานภายใต้สภาวะเหล่านั้นได้อย่างไร
และสิ่งนี้เองที่นำ HKS มาสู่อีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญของการพัฒนาเครื่องยนต์
1985 — ทำไม HKS จึงตัดสินใจพัฒนาน้ำมันเครื่องของตัวเอง?
สำหรับคนทั่วไป น้ำมันเครื่องอาจเป็นเพียงสิ่งที่ต้องเปลี่ยนตามระยะบำรุงรักษา
แต่สำหรับผู้พัฒนาเครื่องยนต์ น้ำมันเครื่องมีบทบาทมากกว่านั้น
ภายในเครื่องยนต์มีชิ้นส่วนจำนวนมากที่ต้องเคลื่อนที่และรับแรงอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นลูกสูบ เพลาข้อเหวี่ยง แบริ่ง หรือชิ้นส่วนในระบบวาล์ว ทุกส่วนต้องอาศัยการหล่อลื่นที่เหมาะสมเพื่อควบคุมแรงเสียดทานและลดการสึกหรอ
เมื่อเครื่องยนต์ถูกใช้งานในสภาวะที่มีภาระสูง คุณสมบัติของน้ำมันเครื่องยิ่งมีความสำคัญ ทั้งความสามารถในการรักษาฟิล์มน้ำมัน ความเสถียรภายใต้อุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลง และความเหมาะสมของความหนืดต่อรูปแบบการใช้งาน
HKS จึงมีแนวคิดที่น่าสนใจว่า
น้ำมันเครื่องควรถูกพิจารณาเสมือนเป็นหนึ่งในชิ้นส่วนของเครื่องยนต์
แนวคิดนี้กลายเป็นพื้นฐานของการพัฒนาผลิตภัณฑ์น้ำมันเครื่อง HKS และในปี 1985 บริษัทได้เปิดตัวน้ำมันเครื่องสูตรของตนเองเป็นครั้งแรก
นี่จึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มสินค้าอีกหนึ่งประเภทเข้าสู่แค็ตตาล็อก แต่เป็นการขยายองค์ความรู้ด้านการพัฒนาเครื่องยนต์มาสู่การหล่อลื่นโดยตรง
เพราะสำหรับ HKS การทำให้เครื่องยนต์สร้างกำลังได้มากขึ้นกับการทำให้เครื่องยนต์ได้รับการหล่อลื่นอย่างเหมาะสม ไม่ควรถูกแยกออกจากกัน
อย่างไรก็ตาม เรื่องราวของน้ำมันเครื่อง HKS ยังไม่ได้เป็นที่จดจำอย่างกว้างขวางในเวลานั้น
จนกระทั่งเข้าสู่ช่วงต้นทศวรรษ 1990 เมื่อทั้งวงการรถยนต์ญี่ปุ่นและโลก Motorsport กำลังอยู่ในยุคที่น่าตื่นเต้นที่สุดยุคหนึ่ง
1992 — การถือกำเนิดของชื่อ HKS SUPER OIL
ในปี 1992 HKS ตัดสินใจนำผลิตภัณฑ์น้ำมันเครื่องที่เคยจำหน่ายภายใต้ชื่อแบรนด์อื่น มาสร้างตัวตนอย่างชัดเจนภายใต้ชื่อ HKS SUPER OIL
นี่คือหมุดหมายสำคัญที่ทำให้ผลิตภัณฑ์น้ำมันเครื่องกลายเป็นส่วนหนึ่งของอัตลักษณ์แบรนด์ HKS อย่างเต็มตัว
ชื่อ SUPER OIL เริ่มปรากฏเคียงคู่กับผลิตภัณฑ์สมรรถนะสูงอื่น ๆ ของบริษัท สะท้อนการที่ HKS ให้ความสำคัญกับน้ำมันหล่อลื่นในฐานะส่วนหนึ่งของเทคโนโลยีเครื่องยนต์
และในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน HKS กำลังเผชิญกับอีกหนึ่งความท้าทายครั้งใหญ่
การแข่งขันรถยนต์ประเภท Group A ซึ่งเป็นหนึ่งในรายการ Touring Car ระดับสูงสุดของประเทศญี่ปุ่นในยุคนั้น
สนามที่เต็มไปด้วยรถ Nissan Skyline GT-R (R32) จากทีมที่มีทรัพยากรและประสบการณ์สูง พร้อมการแข่งขันที่เข้มข้นทั้งด้านวิศวกรรม การเตรียมรถ และฝีมือผู้ขับขี่
HKS เลือกนำความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาเครื่องยนต์เข้าสู่สนามแห่งนี้ และลงแข่งขันด้วย Skyline GT-R ของตนเองในช่วงปี 1992–1993
แต่สิ่งที่ทำให้รถคันนี้กลายเป็นหนึ่งในภาพจำของ HKS ไม่ได้มีเพียงเครื่องยนต์หรือผลการแข่งขันเท่านั้น
เพราะบนตัวถังของมัน มีเรื่องราวอีกเรื่องหนึ่งกำลังถูกเขียนขึ้น
1993 — เมื่อสีบนกระป๋องน้ำมันเครื่อง กลายเป็นสีแห่งชัยชนะ
ลองนึกภาพการแข่งขัน Touring Car ในประเทศญี่ปุ่นช่วงต้นทศวรรษ 1990
บนกริดสตาร์ตเต็มไปด้วยรถแข่ง Nissan Skyline GT-R ซึ่งหลายคันมีทีมงานมากประสบการณ์และได้รับการสนับสนุนจากผู้ผลิตรายใหญ่
ท่ามกลางรถแข่งเหล่านั้น มี Skyline GT-R หมายเลข 87 ของ HKS
ตัวรถไม่ได้มีสีเรียบง่ายแบบรถถนนทั่วไป แต่โดดเด่นด้วยพื้นสีดำ ตัดกับลวดลายสีเขียว ม่วง และเส้นสีสันสดใสที่พาดผ่านตัวถังอย่างสะดุดตา พร้อมโลโก้ HKS และคำว่า SUPER OIL
รถคันนี้มีเอกลักษณ์ที่แตกต่างจนแทบไม่จำเป็นต้องมองชื่อทีมก็สามารถจดจำได้
แต่สิ่งที่น่าสนใจที่สุดกลับอยู่ที่ต้นกำเนิดของลวดลายนั้น
เพราะสีสันบน HKS Skyline GT-R ได้รับแรงบันดาลใจมาจากบรรจุภัณฑ์น้ำมันเครื่อง HKS SUPER OIL ที่มีอยู่ก่อนแล้ว
จากลวดลายบนกระป๋องน้ำมันเครื่องที่ตั้งอยู่บนชั้นวางสินค้า สู่กราฟิกที่ถูกถ่ายทอดลงบนรถแข่งซึ่งต้องเผชิญกับการแข่งขันจริง
และในปี 1993 HKS Skyline GT-R หมายเลข 87 ก็สร้างหนึ่งในผลงานที่สำคัญที่สุดของทีม
ในการแข่งขัน Group A สนาม Sportsland SUGO ประเทศญี่ปุ่น HKS สามารถคว้าชัยชนะในการแข่งขันได้สำเร็จ หลังจากเข้าสู่การแข่งขันในปีที่สอง
นั่นคือช่วงเวลาที่น่าจดจำ
รถแข่งที่ใช้ลวดลายจากกระป๋องน้ำมันเครื่อง ไม่ได้ปรากฏตัวบนสนามเพียงเพื่อการประชาสัมพันธ์อีกต่อไป
แต่มันคือรถแข่งที่พาทีม HKS ขึ้นสู่ชัยชนะในการแข่งขันระดับสูงของญี่ปุ่น
จากสิ่งที่เคยเป็นเพียงลวดลายบนบรรจุภัณฑ์ SUPER OIL สีสันเหล่านั้นได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของภาพแห่งความสำเร็จในประวัติศาสตร์ Motorsport ของ HKS
และนั่นทำให้เรื่องราวของ SUPER OIL มีความหมายมากกว่าเพียงชื่อผลิตภัณฑ์
ไม่ใช่เพราะสีสันทำให้รถเร็วขึ้น
ไม่ใช่เพราะลวดลายบนกระป๋องเป็นสิ่งที่สร้างชัยชนะ
แต่เพราะวันหนึ่ง ผลิตภัณฑ์น้ำมันเครื่องที่ HKS พัฒนาขึ้นจากความเชื่อเรื่องสมรรถนะเครื่องยนต์ ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของตัวตนรถแข่งที่สร้างประวัติศาสตร์ให้กับแบรนด์
รถแข่งคันนั้นทำให้ผู้คนจดจำลวดลาย SUPER OIL และลวดลาย SUPER OIL ก็ช่วยให้ผู้คนจดจำรถแข่งคันนั้นต่อมาอีกหลายทศวรรษ
ความสัมพันธ์ระหว่างผลิตภัณฑ์กับ Motorsport จึงไม่ได้หยุดอยู่แค่ในแค็ตตาล็อกสินค้า แต่กลายเป็นเรื่องราวของแบรนด์ที่มีหลักฐานให้เห็นได้จริง
จาก Oil Color สู่เอกลักษณ์ที่อยู่เหนือกาลเวลา
ลวดลายสีดำ ม่วง เขียว และสีสันสดใสที่เคยอยู่บน HKS Skyline GT-R ถูกจดจำในชื่อที่เกี่ยวข้องกับสีของน้ำมันเครื่อง หรือ HKS Oil Color / Oil Splash
รูปแบบกราฟิกนี้ยังถูกนำกลับมาใช้กับผลิตภัณฑ์ รถโชว์ และผลงานของ HKS ในยุคต่อ ๆ มา
แม้ดีไซน์จะได้รับการปรับเปลี่ยนให้ทันสมัยขึ้นตามช่วงเวลา แต่การใช้สีสันที่ตัดกันอย่างชัดเจนยังคงทำให้ผู้คนเชื่อมโยงกลับไปสู่รถแข่งในอดีตได้
หนึ่งในตัวอย่างคือ HKS Racing Performer GR Yaris ซึ่งนำอัตลักษณ์สีสันของแบรนด์กลับมาใช้บนรถยนต์สมรรถนะสูงยุคใหม่
หากนำภาพ HKS Skyline GT-R ปี 1993 มาวางคู่กับ HKS Racing Performer GR Yaris จะเห็นความแตกต่างของยุคสมัยและเทคโนโลยีอย่างชัดเจน
แต่ในขณะเดียวกัน ก็ยังเห็นความต่อเนื่องของตัวตน HKS ผ่านสีสันที่ถูกสืบทอดมา
นี่คือสิ่งที่ทำให้ลวดลายดังกล่าวมีคุณค่าต่อแบรนด์
มันไม่ได้เป็นเพียงกราฟิกที่ออกแบบมาให้ดูสปอร์ต แต่มีประวัติศาสตร์อยู่เบื้องหลัง และถูกนำมาใช้ซ้ำอย่างต่อเนื่องจนกลายเป็นสิ่งที่ผู้ชื่นชอบ HKS จดจำได้
อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีข้อมูลทางการที่อธิบายความหมายเฉพาะของแต่ละสีอย่างชัดเจน จึงไม่ควรตีความว่าสีใดหมายถึงแรงม้า ความเร็ว หรือเทคโนโลยีโดยตรง
คุณค่าของลวดลายนี้อยู่ที่เรื่องราวจริงที่เชื่อมโยงบรรจุภัณฑ์น้ำมันเครื่องกับประวัติศาสตร์ Motorsport มากกว่าความหมายที่ถูกกำหนดให้กับแต่ละสี
เมื่อเครื่องยนต์เปลี่ยนไป SUPER OIL ก็ต้องพัฒนาต่อไป
แม้ต้นกำเนิดของ SUPER OIL จะมีความผูกพันกับการพัฒนาเครื่องยนต์สมรรถนะสูง แต่โลกยานยนต์ไม่ได้หยุดอยู่ที่ยุคของ Skyline GT-R
เมื่อเข้าสู่ทศวรรษ 2000 เทคโนโลยีเครื่องยนต์มีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ทั้งการพัฒนาเครื่องยนต์สมรรถนะสูงเฉพาะรุ่น การควบคุมการทำงานที่ซับซ้อนมากขึ้น และข้อกำหนดด้านประสิทธิภาพการหล่อลื่นที่แตกต่างกัน
HKS จึงพัฒนาน้ำมันเครื่องที่มีการออกแบบคุณสมบัติให้เหมาะกับเครื่องยนต์บางตระกูลโดยเฉพาะ รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่คำนึงถึงความสมดุลระหว่างความหนืด การรักษาฟิล์มน้ำมัน และประสิทธิภาพในการใช้งาน
ต่อมา เมื่อเครื่องยนต์ยุคใหม่มีการใช้เทอร์โบชาร์จเจอร์ร่วมกับระบบฉีดเชื้อเพลิงตรงอย่างแพร่หลายมากขึ้น น้ำมันเครื่องก็ต้องตอบโจทย์ข้อกำหนดใหม่ ทั้งด้านการปกป้องเครื่องยนต์ การควบคุมคราบสะสม และการลดความเสี่ยงของการจุดระเบิดก่อนกำหนดที่รอบต่ำ หรือ LSPI
น้ำมันเครื่องที่เหมาะสมจึงไม่อาจพิจารณาจากความหนืดสูงหรือราคาสูงเพียงอย่างเดียว
แต่ต้องคำนึงถึงความต้องการของเครื่องยนต์และมาตรฐานที่ผู้ผลิตกำหนด
และนี่คือบริบทสำคัญที่นำเรื่องราวของ SUPER OIL มาสู่ผลิตภัณฑ์ที่เรารู้จักในปัจจุบัน
HKS SUPER OIL Premium — จากประสบการณ์ด้านสมรรถนะ สู่การใช้งานจริงในทุกวัน
ในเดือนมกราคม ปี 2021 HKS นำเสนอ SUPER OIL Premium รุ่นที่รองรับมาตรฐาน API SP สำหรับเครื่องยนต์เบนซิน โดยมีการปรับปรุงคุณสมบัติให้สอดคล้องกับความต้องการของเครื่องยนต์ยุคใหม่
ผลิตภัณฑ์ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการเพิ่มความหนืดเพื่อให้ฟิล์มน้ำมันแข็งแรงเท่านั้น แต่ให้ความสำคัญกับการสร้างสมดุลของคุณสมบัติการหล่อลื่น
HKS ระบุถึงการปรับคุณภาพน้ำมันพื้นฐานและการเลือกใช้สารปรับปรุงดัชนีความหนืดอย่างเหมาะสม เพื่อให้สามารถรักษาความสามารถในการหล่อลื่นภายใต้อุณหภูมิสูง ขณะเดียวกันก็ยังคงคุณสมบัติที่เหมาะสมในช่วงอุณหภูมิต่ำ
แนวคิดนี้ทำให้ SUPER OIL Premium ไม่ได้ถูกจำกัดอยู่เฉพาะรถยนต์ที่ปรับแต่งเพื่อการแข่งขัน แต่สามารถตอบโจทย์การใช้งานของรถยนต์ทั่วไปที่ต้องการน้ำมันเครื่องสังเคราะห์คุณภาพสูงและตรงตามข้อกำหนดของเครื่องยนต์
สำหรับเครื่องยนต์เบนซิน HKS SUPER OIL Premium มีระดับความหนืดหลัก ได้แก่
SAE 0W-20 — สำหรับเครื่องยนต์ที่กำหนดให้ใช้น้ำมันเครื่องความหนืดต่ำ โดยเน้นความสมดุลด้านการปกป้องและประสิทธิภาพการประหยัดเชื้อเพลิง
SAE 5W-30 — สำหรับเครื่องยนต์ที่ต้องการความสมดุลระหว่างคุณสมบัติการหล่อลื่น การปกป้องเครื่องยนต์ และประสิทธิภาพในการใช้งาน
SAE 10W-40 — สำหรับเครื่องยนต์ที่มีข้อกำหนดรองรับความหนืดระดับดังกล่าว และต้องการคุณสมบัติการหล่อลื่นที่เหมาะสมภายใต้อุณหภูมิและภาระการทำงานสูง
ผลิตภัณฑ์ทั้งสามระดับรองรับ API SP ตามข้อมูล HKS Japan โดยรุ่น 0W-20 และ 5W-30 ยังรองรับ ILSAC GF-6A ด้วย
ส่วนคำว่า Premium เป็นชื่อที่ HKS ใช้กับผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้ ซึ่งในแค็ตตาล็อกปี 2021 ถูกจัดอยู่ในกลุ่ม Standard Grade ที่ให้ความสำคัญกับความสมดุลของสมรรถนะและความคุ้มค่า
ชื่อ Premium จึงไม่ควรถูกนำไปตีความว่าเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับการแข่งขันที่มีสเปกสูงสุดของ HKS โดยอัตโนมัติ
แต่สิ่งที่ชัดเจนคือ SUPER OIL Premium ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของเครื่องยนต์ยุคใหม่ ภายใต้ชื่อ SUPER OIL ที่มีประวัติศาสตร์สืบทอดมาอย่างยาวนาน
มากกว่าผลิตภัณฑ์ คือเรื่องราวที่สืบทอดต่อกันมา
ลองมองย้อนกลับไปอีกครั้ง
ในปี 1985 HKS เริ่มพัฒนาน้ำมันเครื่องของตัวเอง เพราะเชื่อว่าน้ำมันหล่อลื่นคือหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของเครื่องยนต์
ปี 1992 ชื่อ SUPER OIL กลายเป็นส่วนหนึ่งของตัวตนแบรนด์อย่างชัดเจน
ปี 1993 ลวดลายที่ได้รับแรงบันดาลใจจากบรรจุภัณฑ์น้ำมันเครื่องปรากฏอยู่บน Skyline GT-R หมายเลข 87 ที่คว้าชัยชนะในการแข่งขัน Group A
หลายปีต่อมา สีสันเหล่านั้นยังคงปรากฏบนรถยนต์และผลิตภัณฑ์ของ HKS ขณะที่เทคโนโลยีน้ำมันเครื่องยังคงได้รับการพัฒนาให้สอดคล้องกับเครื่องยนต์แต่ละยุค
จนมาถึง SUPER OIL Premium ที่ตอบโจทย์ทั้งมาตรฐานน้ำมันเครื่องและรูปแบบการใช้งานของรถยนต์สมัยใหม่
แน่นอนว่า ประวัติศาสตร์อันยาวนานไม่ได้หมายความว่าน้ำมันเครื่องทุกสูตรจะเหมาะกับรถยนต์ทุกคัน หรือทำให้เครื่องยนต์สร้างแรงม้าเพิ่มขึ้นได้โดยอัตโนมัติ
แต่สิ่งที่ประวัติศาสตร์บอกเราได้ คือเหตุผลว่าทำไม HKS จึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์น้ำมันเครื่องมาอย่างต่อเนื่อง
และเหตุใดชื่อ SUPER OIL รวมถึงลวดลายบนกระป๋อง จึงมีความหมายกับเรื่องราวของแบรนด์มากกว่าที่เห็นจากภายนอก
ครั้งต่อไปเมื่อคุณเห็นกระป๋อง HKS SUPER OIL Premium ลองสังเกตลวดลายสีสันที่อยู่บนบรรจุภัณฑ์
เพราะสิ่งที่คุณกำลังมองเห็น ไม่ได้เป็นเพียงงานออกแบบที่ต้องการสร้างความโดดเด่นบนชั้นวางสินค้า
แต่มันคืออัตลักษณ์ที่เชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์การพัฒนาเครื่องยนต์ ช่วงเวลาแห่งการแข่งขัน และหนึ่งในรถแข่งที่น่าจดจำที่สุดของ HKS
จากกระป๋องน้ำมันเครื่องในอดีต สู่รถแข่งระดับตำนาน และกลับมาอยู่บนผลิตภัณฑ์ที่ผู้ใช้รถยนต์สามารถเลือกใช้ได้ในวันนี้
นี่คืออีกหนึ่งเรื่องราวเบื้องหลัง HKS SUPER OIL Premium
HKS SUPER OIL Premium
The Heritage of Performance. The Evolution of Engine Protection.
เพราะทุกแรงม้า…เรารู้จักดีที่สุด
HKS Thailand
ร่วมค้นพบเรื่องราวและผลิตภัณฑ์ HKS SUPER OIL Premium พร้อมเลือกน้ำมันเครื่องที่เหมาะสมกับเครื่องยนต์และรูปแบบการขับขี่ของคุณ
หมายเหตุ: ควรเลือกความหนืด มาตรฐาน และระยะเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องตามข้อกำหนดของผู้ผลิตรถยนต์และสภาพการใช้งานจริง
เพราะวงการยานยนต์ไม่เคยหยุดนิ่ง… และเรา ก็เช่นกัน
— The Chronicles —
Facebook → theChronicles.Autos&Sports
TikTok → theChronicles.th
website → thechronicles.in.th
X → @theChroniclesTH
