เรียบเรียงเขียนเรื่องโดย “ธนคม the Chronicles“
ถ้าใครยังคิดว่ารายการแข่งรถทางเรียบในบ้านเราไม่มีดราม่า ต้องลองมาดูสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ เพราะศึก “ฮอนด้า วันเมคเรซ 2026” สนามที่ 2 ที่จัดโดยฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) ร่วมกับกรังด์ปรีซ์ มอเตอร์สปอร์ต เมื่อวันที่ 18-19 กรกฎาคมที่ผ่านมา มีทั้งเรื่องของนักแข่งที่ทำผลงานนำโด่งแบบไม่มีใครไล่ทัน และเรื่องของแชมป์เก่าที่กำลังถูกท้าทายบัลลังก์อย่างสูสี
“โอ๋-อานนท์” ชนะรวด 4 เรซ ทิ้งห่างจ่าฝูงอันดับ 2 ไม่เห็นฝุ่น
ในรุ่นใหญ่อย่าง Honda Pro Cup ตอนนี้แทบไม่มีใครหยุด “โอ๋” อานนท์ รอดประเสริฐ จาก Wise Rongpo Power Unit ได้เลย เพราะนี่คือชัยชนะที่ 3 และ 4 ติดต่อกันของฤดูกาลนี้ หลังจากที่สนามแรกเขาก็กวาดชัยไปแล้วทั้ง 2 เรซ ที่น่าทึ่งคือความสม่ำเสมอ เพราะแม้แต่ในเรซที่ 3 ของสุดสัปดาห์นี้ ซึ่งเป็นเรซที่เขาออกตัวจากตำแหน่งโพลแต่เสียจังหวะจนโดนศิรศิษย์ แสนสุข จาก DC Garage ตีคู่ขึ้นมาแซงในโค้งแรก เขาก็ยังใช้ประสบการณ์ค่อยๆ ไล่บี้กลับมาคว้าชัยได้สำเร็จด้วยเวลา 19 นาที 53.007 วินาที ทิ้งห่างศิรศิษย์ไป 4.872 วินาที
มาถึงเรซที่ 4 ในวันอาทิตย์ คราวนี้ไม่มีดราม่าอะไรให้ลุ้น เพราะโอ๋ออกตัวจากโพลแล้วนำม้วนเดียวจบ ทิ้งห่างศิรศิษย์ไปถึง 7.029 วินาที คว้าชัยชนะเรซที่ 4 ติดต่อกัน ตอกย้ำสถานะจ่าฝูงตารางคะแนนด้วย 100 คะแนนเต็ม ทิ้งห่างอันดับ 2 อย่าง “บอย” กฤตภาส จารุกุลนุกิจ ที่มี 45 คะแนน ไปมากกว่าเท่าตัว ส่วนอันดับ 3 เป็นของ “อ๊อฟ” หทัย ไชยวัณณ์ ที่มี 43 คะแนน
ที่น่าสนใจคือฟอร์มของโอ๋ในฤดูกาลนี้ไม่ได้มาจากความได้เปรียบด้านอุปกรณ์เพียงอย่างเดียว เพราะย้อนไปในเรซแรกของสนามแรก เขาต้องออกตัวจากอันดับที่ 13 ในกริดสตาร์ท แต่ยังสามารถไต่อันดับขึ้นมาคว้าชัยชนะได้ ซึ่งเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าฟอร์มที่นำโด่งอยู่ตอนนี้ไม่ใช่แค่โชคช่วย แต่มาจากฝีมือการขับจริงๆ
“เอ็นโดะ” นักขับญี่ปุ่นเปิดเกมพลิกขั้วอำนาจ City Challenge
ถ้า Pro Cup เป็นเรื่องของความนิ่งและสม่ำเสมอ รุ่น Honda City Challenge สุดสัปดาห์นี้กลับเป็นเรื่องของการพลิกสถานการณ์แบบเต็มรูปแบบ เพราะ มิตซูฮิโระ เอ็นโดะ นักขับชาวญี่ปุ่นจาก M&K Management Racing กวาดชัยชนะไปทั้ง 2 เรซของสุดสัปดาห์นี้ หลังจากอัพเกรดรถแข่งใหม่จนได้ความเร็วที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
เรซที่ 3 เอ็นโดะออกตัวจากโพลแล้วนำรวดตลอดจนจบ ด้วยเวลา 21 นาที 10.188 วินาที ทิ้งห่างอันดับ 2 อย่าง “ตาล” ยุรนันท์ โอฬารประเสริฐ ไปถึง 8.535 วินาที ส่วน “ข้าวฟ่าง” ปิยะวดี พฤฒิสาร จ่าฝูงตารางคะแนนที่ออกตัวจากกริด 4 รถแข่งเกิดปัญหากลางทางจนประคองเข้าเส้นชัยได้แค่อันดับ 3 ตามหลังไป 1 รอบ ขณะที่แชมป์เก่าอย่าง “กอล์ฟ” ประพจน์ ชื่นวิจิตร โชคร้ายกว่านั้น เพราะไม่สามารถนำรถลงสนามได้เลยในเรซนี้
มาถึงเรซที่ 4 เอ็นโดะยังคงฟอร์มเดิม นำจากโพลจนจบอีกครั้งด้วยเวลา 21 นาที 5.701 วินาที เหนือ “ตาล-ยุรนันท์” ไป 2.989 วินาที ส่วน “ข้าวฟ่าง-ปิยะวดี” ที่รถแข่งมีปัญหาช่วงท้ายอีกครั้ง ต้องจบเพียงอันดับ 4 ตามหลังแม้แต่แชมป์เก่า “กอล์ฟ-ประพจน์” ที่กลับมาคว้าแต้มได้ในเรซนี้
ผลจากสุดสัปดาห์นี้ทำให้ตารางคะแนนพลิกทันที เพราะเอ็นโดะขยับขึ้นมาเป็นจ่าฝูงด้วย 77 คะแนน ดัน “ข้าวฟ่าง-ปิยะวดี” ตกไปอยู่อันดับ 2 แบบมีคะแนนเท่ากันเป๊ะ ส่วน “ตาล-ยุรนันท์” ตามมาติดๆ ในอันดับ 3 ด้วย 69 คะแนน ห่างจากจ่าฝูงแค่ 8 แต้มเท่านั้น นี่คือการชิงแชมป์ที่สูสีที่สุดในบรรดารุ่นการแข่งขันทั้งหมดของฤดูกาลนี้
กติกาใหม่ปีนี้ คือตัวเร่งที่ทำให้ City Challenge ดุเดือดขึ้น
สิ่งที่ทำให้ฟอร์มของเอ็นโดะพลิกขึ้นมาได้ขนาดนี้ ต้องเข้าใจบริบทของฤดูกาล 2026 ก่อนว่า ปีนี้ฮอนด้า วันเมคเรซ ก้าวเข้าสู่ปีที่ 6 พร้อมปรับกติกาครั้งใหญ่ในรุ่นที่เคยเป็น “Honda City Hatchback One Make Race” มาเป็น “Honda City Challenge” โดยเปิดกว้างด้านกฎเทคนิคให้แต่ละทีมสามารถปรับแต่งและโมดิฟายรถแข่งได้อิสระมากขึ้นกว่าเดิม จากที่เคยเป็น One Make Race แบบสเปกพื้นฐานเท่ากันหมด
นี่คือเหตุผลที่อธิบายได้ว่าทำไมการอัพเกรดรถของทีม M&K Management Racing ถึงส่งผลให้เอ็นโดะเร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในสนามนี้ เพราะกติกาใหม่เปิดช่องให้ทีมที่มีการพัฒนารถได้ดีกว่าสร้างความได้เปรียบที่จับต้องได้ ต่างจากเดิมที่ทุกคันมีสเปกเท่ากันหมดจนต้องแข่งกันที่ฝีมือคนขับล้วนๆ ซึ่งก็เป็นดาบสองคม เพราะทำให้การแข่งขันสนุกขึ้นในแง่ความหลากหลายทางเทคนิค แต่ก็อาจทำให้ทีมที่มีงบพัฒนารถน้อยกว่าเสียเปรียบไปด้วย
Honda Club ก็มันส์ไม่แพ้กัน
นอกจากรุ่นหลักแล้ว การแข่งขัน Honda Club ที่ดวลกันทั้งสิ้น 5 รอบสนาม ก็มีความมันส์ไม่แพ้กัน โดยเรซที่ 3 วันเสาร์ ตรีภพ ศิริปุณย์ คว้าชัยชนะไปด้วยเวลา 9 นาที 30.683 วินาที ตามด้วย กัณฐณัฎฐ์ ศักดิ์แพทย์ และ ณัฐวุฒิ พันโสดา ในอันดับ 2-3 ส่วนเรซที่ 4 ในเช้าวันอาทิตย์ ตรีภพยังคงฟอร์มเดิม นำม้วนเดียวจบคว้าชัยชนะติดต่อกันเป็นเรซที่ 2 ด้วยเวลา 9 นาที 34.442 วินาที ตามด้วย “อ๊อฟ-หทัย” ในอันดับ 2 และกัณฐณัฎฐ์ในอันดับ 3
สรุปภาพรวมสุดสัปดาห์นี้
พูดง่ายๆ สุดสัปดาห์นี้ที่บุรีรัมย์ให้ภาพที่ตัดกันชัดเจนระหว่าง 2 รุ่นหลัก ฝั่ง Pro Cup คือความนิ่งของแชมป์เปี้ยนตัวจริงที่ชนะรวด 4 เรซจนแทบไม่มีใครไล่ทัน ขณะที่ฝั่ง City Challenge กลับเป็นสนามที่เปิดกว้างให้ทุกคนมีโอกาสพลิกสถานการณ์ได้ตลอดเวลา โดยเฉพาะเมื่อกติกาใหม่เปิดช่องให้การพัฒนารถกลายเป็นตัวแปรสำคัญไม่แพ้ฝีมือคนขับ
คำถามที่น่าติดตามต่อไปคือ เอ็นโดะจะรักษาโมเมนตัมนี้ไว้ได้จนจบฤดูกาลหรือไม่ หรือ “ข้าวฟ่าง-ปิยะวดี” จะกลับมาทวงบัลลังก์จ่าฝูงคืนได้ในสนามหน้า เพราะด้วยช่องว่างแค่ 8 แต้มระหว่างอันดับ 1 กับอันดับ 3 นี่คือศึกชิงแชมป์ที่ยังไม่มีใครฟันธงได้เลยจนกว่าจะจบฤดูกาล
ติดตามความมันส์ต่อได้ในศึก “ฮอนด้า วันเมคเรซ 2026” สนามที่ 3 ระหว่างวันที่ 14-16 สิงหาคมนี้ ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ เช่นเคย ติดตามความเคลื่อนไหวเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: Honda One Make Race Official
#HondaOneMakeRace #HondaProCup #HondaCityChallenge #สนามช้าง #มอเตอร์สปอร์ตไทย #theChroniclesThailand
วงการยานยนต์ไม่เคยหยุดนิ่ง… และเราก็เช่นกัน — The Chronicles —
🔵 Facebook → theChronicles.Autos&Sports 🎵 TikTok → @theChronicles.th 🌐 Website → thechronicles.in.th 🐦 X → @theChroniclesTH
