
เรียบเรียงเขียนเรื่องโดย ธนคม the Chronicles
บางครั้งเรื่องที่น่าจดจำที่สุดในสนามแข่งไม่ใช่คนที่ข้ามเส้นชัยเป็นคนแรก แต่คือสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น และนั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในศึก ฮอนด้า วันเมคเรซ 2026 สนาม 3 ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ เมื่อวันที่ 15-16 สิงหาคมที่ผ่านมา เมื่อนักแข่งที่เข้าเส้นชัยเป็นคันแรกต้องพลิกกลับมาสูญเสียชัยชนะไปในพริบตา
การแข่งขันรถยนต์ทางเรียบชิงแชมป์ระดับประเทศรายการนี้ จัดโดยบริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับบริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) โดยกรังด์ปรีซ์ มอเตอร์สปอร์ต จัดเรซที่ 5-6 ของฤดูกาล ท่ามกลางบรรยากาศการลุ้นแชมป์ที่เข้มข้นในทั้งสองรุ่นหลักคือ ฮอนด้า โปรคัพ (Honda Pro Cup) และ ฮอนด้า ซิตี้ ชาลเลนจ์ (Honda City Challenge) พร้อมกันนี้ ฮอนด้า ยังเปิดโอกาสให้แฟนมอเตอร์สปอร์ตที่ใช้รถยนต์ฮอนด้าจำนวน 30 คนเข้าร่วมกิจกรรม Honda One Make Race 2026 Exclusive Trip สัมผัสประสบการณ์ Honda Track Experience และ Honda Driving Clinic ในสนามแข่งระดับโลกอีกด้วย
โปรคัพ: “โอ๋-อานนท์” ฟอร์มโหดไม่มีสะดุด คว้าชัยที่ 6 ติดต่อกัน
ในรุ่น ฮอนด้า โปรคัพ เรื่องราวยังคงเป็นของ “โอ๋” อานนท์ รอดประเสริฐ จาก Wise Rongpo Power Unit ที่ครองความเป็นจ่าฝูงตารางแชมเปี้ยนชิพมาตลอด เรซที่ 5 เขาออกตัวจากตำแหน่งโพล และอาศัยประสบการณ์บริหารเรซได้อย่างยอดเยี่ยม ทะยานเข้าเส้นชัยด้วยเวลา 19 นาที 45.722 วินาที เหนือ “พีม” ศิรศิษย์ แสนสุข ที่ไล่กดดันมาตลอดทั้งเรซเพียง 1.730 วินาที
เรซที่ 6 ในวันอาทิตย์ยิ่งดุเดือดกว่าเดิม เมื่อ “พีม-ศิรศิษย์” ที่ทำเวลาต่อรอบเร็วที่สุดจากเรซแรกได้สิทธิ์ออกตัวจากโพล และขึ้นนำได้ก่อนหลังผ่านโค้งแรก ก่อนที่ “โอ๋-อานนท์” จะอาศัยไลน์ที่ยอดเยี่ยมแซงกลับมาเป็นผู้นำที่โค้ง 3 จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อ “พีม-ศิรศิษย์” พยายามไล่ตามผู้นำแต่กลับพลาดหลุดโค้ง 7 ทะลุลงบ่อกรวด ต้องออกจากการแข่งขันอย่างน่าเสียดาย เปิดทางให้ “โอ๋-อานนท์” ซิ่งนำม้วนเดียวจบคว้าชัยชนะที่ 6 ติดต่อกัน ด้วยเวลา 19 นาที 58.627 วินาที
ผลจากความสม่ำเสมอนี้ทำให้สถานการณ์ลุ้นแชมป์ในรุ่นโปรคัพ โอเวอร์ออลล์ คลาส 1 ชัดเจนขึ้นมาก โดย “โอ๋-อานนท์” นำโด่งด้วย 150 คะแนน ทิ้งห่างอันดับ 2 อย่าง “บอย-กฤตภาส” ที่มี 65 คะแนน และอันดับ 3 “อ็อฟ-หทัย” ที่มี 54 คะแนน ไปมากพอสมควร ส่วนที่น่าจับตาไม่แพ้กันคือคลาส 2 ที่มีนักขับดาวรุ่งวัยเพียง 15 ปี อย่างทัชช ม่วงศิริ จาก Tein Team Thailand รั้งจ่าฝูงด้วย 108 คะแนน สะท้อนว่าวงการมอเตอร์สปอร์ตไทยกำลังมีคลื่นลูกใหม่ที่อายุยังน้อยแต่ฝีมือไม่ธรรมดาโผล่ขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง
ซิตี้ ชาลเลนจ์: ดราม่าที่แท้จริงของสุดสัปดาห์
ถ้าจะมีเรื่องที่คนดูพูดถึงมากที่สุดจากสุดสัปดาห์นี้ คงหนีไม่พ้นเหตุการณ์ในเรซที่ 5 ของรุ่นซิตี้ ชาลเลนจ์ เมื่อ “กอล์ฟ” ประพจน์ ชื่นวิจิตร แชมป์เก่าจาก Nexzter Rest Club Trane Titanium Racing อาศัยความเก๋าฝ่าดันแทร็กที่มีรถโปรคัพสอดแทรกเข้ามากลางกลุ่มจนอันดับสับเปลี่ยนกันแทบตลอดเรซ ก่อนจะหนีเข้าเส้นชัยเป็นคันแรกได้สำเร็จเป็นชัยชนะแรกของฤดูกาล ทว่าเมื่อจบเรซกลับต้องโดนลงโทษ ดิสควอลิฟาย เพราะไม่ผ่านการตรวจสภาพเรื่องยาง ส่งผลให้ชัยชนะพลิกไปเป็นของ “ข้าวฟ่าง” ปิยะวดี พฤฒิสาร จาก A Motorsport X Bendix Racing Team ด้วยเวลา 21 นาที 8.790 วินาที เฉือน “ตาล” ยุรนันท์ โอฬารประเสริฐ เพียง 0.564 วินาทีเท่านั้น
เหตุการณ์นี้สำคัญกว่าที่คิด เพราะมันสะท้อนว่ากฎกติกาด้านเทคนิคของรายการนี้เข้มงวดจริงจัง ไม่ใช่แค่ใครถึงเส้นชัยก่อนแล้วจบ และยังพลิกโฉมหน้าตารางคะแนนไปอย่างมีนัยสำคัญ เพราะถ้า “กอล์ฟ-ประพจน์” ไม่โดนดิสควอลิฟาย สถานการณ์การลุ้นแชมป์ตอนนี้อาจจะหน้าตาแตกต่างไปจากที่เห็น
เรซที่ 6 ในวันอาทิตย์ “ตาล-ยุรนันท์” ที่ออกตัวจากโพล (การออกตัวจากโพลครั้งแรกของฤดูกาลของเขา) ในที่สุดก็ปลดล็อกคว้าชัยชนะแรกของฤดูกาลได้สำเร็จ ด้วยเวลา 21 นาที 7.025 วินาที ทิ้งห่าง “ข้าวฟ่าง-ปิยะวดี” ถึง 4.230 วินาที ขณะที่ “กอล์ฟ-ประพจน์” กลับมาขึ้นโพเดียมอันดับ 3 ได้อีกครั้งหลังเหตุการณ์ดิสควอลิฟายในวันก่อนหน้า
ส่วนอีกหนึ่งเรื่องที่น่าเสียดายของสุดสัปดาห์นี้คือ มิตซูฮิโระ เอ็นโดะ นักขับญี่ปุ่นจาก M&K Management Racing ที่เป็นจ่าฝูงร่วมก่อนเข้าสนามนี้ ต้องเจอปัญหาเครื่องยนต์จนต้องออกตัวจากท้ายแถวและจบเพียงอันดับ 4 ในเรซที่ 5 ซึ่งกระทบอันดับคะแนนสะสมของเขาไม่น้อย
ตารางคะแนนหลัง 6 เรซ: City Challenge ต้องลากยาวไปตัดสินที่สงขลา
หลังผ่านการแข่งขันมาแล้ว 6 เรซ สถานการณ์ในรุ่นซิตี้ ชาลเลนจ์ โอเวอร์ออลล์ ยังคงสูสีเป็นอย่างมาก “ข้าวฟ่าง-ปิยะวดี” กลับมาเป็นผู้นำเดี่ยวด้วย 120 คะแนน ตามมาด้วย “ตาล-ยุรนันท์” ที่ไล่มาติดๆ ด้วย 112 คะแนน และมิตซูฮิโระ เอ็นโดะ อันดับ 3 ด้วย 101 คะแนน ห่างกันไม่ถึง 20 คะแนนระหว่างสามอันดับแรก หมายความว่าทั้งสามคนยังมีสิทธิ์ลุ้นแชมป์กันเต็มที่ในสนามสุดท้าย
ทำไมสนามสุดท้ายที่ “สงขลา” ถึงพิเศษ
การตัดสินแชมป์ประจำปีจะเกิดขึ้นที่สนาม พีที สงขลา สตรีท เซอร์กิต ในเทศกาลมอเตอร์สปอร์ต “สงขลา กรังด์ปรีซ์ 2026” ระหว่างวันที่ 14-18 ตุลาคมนี้ ซึ่งไม่ใช่สนามธรรมดา เพราะเป็นสตรีทเซอร์กิตที่ทอดยาวไปตามถนนเลียบหาดชลาทัศน์และถนนราชดำเนิน ระยะทาง 2.7 กิโลเมตร มีโค้งท้าทายถึง 18 โค้ง และในปีแรกที่เปิดใช้งานเมื่อปี 2566 สนามแห่งนี้เคยดึงดูดผู้ชมได้เกือบ 180,000 คนตลอด 4 วันของการแข่งขัน ซึ่งถือเป็นการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบรูปแบบสตรีทเซอร์กิตที่มีผู้ชมมากที่สุดในประเทศไทย
การที่แชมป์รุ่นซิตี้ ชาลเลนจ์ ต้องไปตัดสินกันที่สนามระดับปรากฏการณ์แบบนี้ ยิ่งเพิ่มความน่าติดตามให้กับโค้งสุดท้ายของฤดูกาล เพราะไม่ใช่แค่การชิงแชมป์บนสนามแข่งธรรมดา แต่คือการชิงแชมป์ท่ามกลางฝูงชนนับแสนที่มาเชียร์ริมหาด
วิเคราะห์: เมื่อความสม่ำเสมอปะทะความสูสี
สิ่งที่น่าสนใจของฤดูกาลนี้คือความแตกต่างชัดเจนระหว่างสองรุ่นหลัก ในขณะที่โปรคัพกำลังกลายเป็นเรื่องราวของนักแข่งคนเดียวอย่าง “โอ๋-อานนท์” ที่ครองความเหนือกว่าแบบทิ้งห่างคู่แข่งเกือบเท่าตัว (150 คะแนน เทียบกับอันดับ 2 ที่มี 65 คะแนน) ซึ่งแม้จะเป็นผลงานที่น่าประทับใจในเชิงฝีมือ แต่ในมุมของความน่าติดตามสำหรับผู้ชมทั่วไป ความทิ้งห่างขนาดนี้อาจทำให้อรรถรสของการลุ้นแชมป์ลดลงไปบ้าง ต่างจากรุ่นซิตี้ ชาลเลนจ์ ที่สามอันดับแรกห่างกันไม่ถึง 20 คะแนน และต้องลากยาวไปตัดสินกันในสนามสุดท้าย นี่คือสูตรที่ทำให้แฟนมอเตอร์สปอร์ตอยากติดตามไปจนจบฤดูกาล
อีกประเด็นที่น่าจับตาคือเหตุการณ์ดิสควอลิฟายของ “กอล์ฟ-ประพจน์” ซึ่งแม้จะเป็นเรื่องที่โชคร้ายสำหรับตัวนักแข่งเอง แต่ก็เป็นสัญญาณที่ดีต่อความน่าเชื่อถือของรายการในภาพรวม เพราะแสดงให้เห็นว่าองค์กรผู้จัดให้ความสำคัญกับการบังคับใช้กฎกติกาด้านเทคนิคอย่างเข้มงวด ไม่ปล่อยผ่านแม้กับแชมป์เก่าที่คว้าชัยชนะมาแล้ว ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ช่วยสร้างความยุติธรรมให้กับนักแข่งทุกคนในสนาม
ท้ายที่สุด การที่วงการมอเตอร์สปอร์ตไทยมีนักขับดาวรุ่งอายุเพียง 15 ปีอย่างทัชช ม่วงศิริ ขึ้นมาเป็นจ่าฝูงในคลาส 2 ของโปรคัพ และนักขับสาววัย 18 ปีอย่าง “พลัม” ณัฎฐวลัญช์ แสนสุข ที่ขยับขึ้นมาคว้าอันดับ 6 โอเวอร์ออลล์ในเรซที่ 6 สะท้อนว่าระบบการปั้นนักแข่งรุ่นใหม่ผ่านเวทีอย่างฮอนด้า วันเมคเรซ กำลังทำงานได้ผล และอาจเป็นแหล่งผลิตนักแข่งดาวรุ่งให้วงการมอเตอร์สปอร์ตไทยในอนาคตอันใกล้
สรุปส่งท้าย
จากบุรีรัมย์สู่สงขลา ศึกฮอนด้า วันเมคเรซ 2026 กำลังเดินทางเข้าสู่โค้งสุดท้ายของฤดูกาลด้วยเรื่องราวที่ต่างกันสุดขั้วในสองรุ่นหลัก ฝั่งโปรคัพที่แทบปิดฉากการลุ้นแชมป์ไปแล้วด้วยฟอร์มที่ไม่มีใครหยุดของ “โอ๋-อานนท์” และฝั่งซิตี้ ชาลเลนจ์ ที่ยังต้องรอลุ้นกันถึงสนามสุดท้าย ท่ามกลางฝูงชนนับแสนที่หาดชลาทัศน์ จ.สงขลา ระหว่างวันที่ 14-18 ตุลาคมนี้ แฟนมอเตอร์สปอร์ตสามารถติดตามความเคลื่อนไหวได้ทาง Facebook: Honda One Make Race Official
#HondaOneMakeRace #HondaProCup #HondaCityChallenge #สงขลากรังด์ปรีซ์ #theChroniclesThailand
วงการยานยนต์ไม่เคยหยุดนิ่ง… และเราก็เช่นกัน — The Chronicles —
🔵 Facebook → theChronicles.Autos&Sports 🎵 TikTok → @theChronicles.th 🌐 Website → thechronicles.in.th 🐦 X → @theChroniclesTH
