The Chronicles

Bentley Torcal ไฟฟ้าคันแรก 876 แรงม้า กับเงิน 1.5 หมื่นล้านที่ปลุกโรงงานอายุ 88 ปี — แล้วคนไทยจะได้ขับไหม?

เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส ทุ่มทุน ‘หมื่นล้าน’ ผลิกโฉมโรงงาน รับสายการผลิต ‘Torcal’ ยนตรกรรมไฟฟ้ารุ่นแรก

เรีบเรียงเขียนเรื่อง โดย ธนคม The Chronicles Thailand

876 แรงม้า ไม่มีเครื่องยนต์สักสูบ แต่เป็น Bentley ที่แรงที่สุดเท่าที่เคยสร้างมา

นี่คือ Bentley Torcal รถไฟฟ้าล้วนคันแรกของแบรนด์ปีกสองข้างจากอังกฤษ เผยโฉมที่ลอนดอนเมื่อ 23 กันยายน 2569 เวลา 19:19 น. — เวลาที่ชวนให้นึกถึงปี 1919 ปีที่ W.O. Bentley ก่อตั้งแบรนด์

แต่ก่อนรถจะออกมาอวดโฉม เบนท์ลีย์ทุ่มเงินกว่า 350 ล้านปอนด์ หรือกว่า 15,000 ล้านบาท ปลุกโรงงานที่เมืองครูว์ที่เปิดมาตั้งแต่ปี 2481 ให้พร้อมรับยุคไฟฟ้า สิ่งที่น่าสนใจไม่แพ้ตัวรถคือ แบรนด์ที่ขายความคลาสสิกมาเกือบร้อยปี จะทำรถไฟฟ้าให้ยังรู้สึกเป็น Bentley ได้อย่างไร และคนไทยที่มีกำลังซื้อจะต้องรอแค่ไหน

Torcal คืออะไร: ไฟฟ้าคันแรก แต่เป็น Bentley ที่เร็วที่สุดด้วย

Torcal เป็น SUV ทรง fastback ยาวเกือบ 5 เมตร เป็นไลน์รุ่นที่ 4 ของ Bentley ยุคใหม่ ต่อจาก Continental GT, Flying Spur และ Bentayga ชื่อมาจาก El Torcal de Antequera ภูมิประเทศหินปูนในแคว้นอันดาลูเซีย สเปน ซึ่ง Bentley บอกว่าคำว่า Torcal มีรากศัพท์เดียวกับ “torque” หรือแรงบิด (Bentley Motors) — ตั้งชื่อรถไฟฟ้าตามคำว่าแรงบิด ก็ถือว่าตรงประเด็นดี

หัวข้อBentley Torcal
กำลังสูงสุด876 แรงม้า
แรงบิดสูงสุดราว 1,350 นิวตัน-เมตร
0–100 กม./ชม.2.9 วินาที
แบตเตอรี่113 kWh
ระยะทางวิ่งราว 580–600 กม. (แต่ละสื่อรายงาน 360–375 ไมล์)
ชาร์จเร็วสูงสุดราว 390–400 kW, 10–80% ใน 16 นาที
แพลตฟอร์มPPE 800 โวลต์ ของกลุ่ม VW (เดียวกับ Porsche Cayenne Electric)
ราคาอังกฤษเริ่ม 173,300 ปอนด์ / Torcal S 199,300 ปอนด์
ส่งมอบคันแรกช่วงกลางปี 2570

ที่มา: New Atlas, Top Gear, Tech Times

ตัวเลข 0–100 ที่ 2.9 วินาที ทำให้ SUV คันนี้เร็วกว่า Continental GT สปอร์ตคูเป้เรือธงของแบรนด์เอง ส่วนแบตเตอรี่ Bentley เคลมว่ายังเหลือความจุ 90% หลังวิ่ง 100,000 ไมล์ (ราว 160,000 กม.)

ไฟฟ้าแต่ไม่อยากดูเหมือนไฟฟ้า

Top Gear เรียกแนวทางของ Torcal ว่า “Anti-Luce” หมายถึงตรงข้ามกับ Ferrari Luce ที่ตั้งใจให้ดูแปลกและล้ำสุดขั้ว Bentley เลือกให้รถไฟฟ้าคันแรกกลมกลืนกับพี่น้องในโชว์รูม จุดที่น่าสนใจคือรายละเอียดที่เน้นประสาทสัมผัส

เงิน 1.5 หมื่นล้าน ลงไปที่ไหนบ้าง

เบนท์ลีย์ลงทุนกว่า 350 ล้านปอนด์ด้วยเงินของตัวเอง (Bentley Media) แบ่งเป็น 3 ก้อนใหญ่

รายละเอียดที่ฟังดูเล็กแต่บอกอะไรเยอะคือ “การปรับพื้นให้เรียบเสมอกันอย่างแม่นยำ” เพื่อให้รถลำเลียงอัตโนมัติ (AGV) วิ่งพาตัวรถไปตามสถานีประกอบ แทนสายพานแบบดั้งเดิม ข้อดีคือยืดหยุ่น ปรับลำดับงานได้ง่าย เหมาะกับรถที่สั่งทำเฉพาะจนแทบไม่มีคันไหนเหมือนกันแบบ Bentley — หุ่นยนต์เข็นของ มนุษย์เย็บหนัง แบ่งงานกันชัดเจน

โรงงานครูว์มีพนักงานกว่า 4,000 คน เป็นนายจ้างรายใหญ่ที่สุดของเมือง พื้นที่รวม 521,111 ตารางเมตร (ราว 325 ไร่) พื้นที่ในอาคาร 166,930 ตารางเมตร

ครูว์ 2481: โรงงานที่เกิดมาเพื่อสงคราม และกำลังเปลี่ยนโลกอีกครั้ง

เกร็ดที่ข่าวแจกไม่ได้เล่า: โรงงานครูว์ไม่ได้สร้างมาเพื่อผลิตรถหรู แต่เป็น “shadow factory” ที่ Rolls-Royce สร้างขึ้นก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 เพื่อผลิตเครื่องยนต์เครื่องบิน Merlin ที่ใช้ในเครื่องบินขับไล่อย่าง Spitfire และ Hurricane หลังสงครามจึงเปลี่ยนมาผลิตรถยนต์ และกลายเป็นบ้านของ Bentley มาจนถึงวันนี้

อาคารที่เคยผลิตเครื่องยนต์เครื่องบินขับไล่ วันนี้กำลังจะประกอบรถไฟฟ้า 876 แรงม้า — ถ้าจะมีอาคารไหนที่เล่าเรื่องวิวัฒนาการของเครื่องยนต์อังกฤษได้ครบทุกบท ก็คงเป็นหลังนี้

และที่นี่ไม่ได้ทำแค่ Torcal โรงงานเดียวกันนี้ยังส่งมอบ Supersports รุ่นใหม่ V8 ขับเคลื่อนล้อหลัง และ Bentley Mulliner ยังเคาะตัวถังด้วยมือให้รถคลาสสิก Speed Six จาก Continuation Series — รถไฟฟ้า 876 ม้า กับรถแข่งยุค 1920s อยู่ภายใต้หลังคาเดียวกัน นี่คือจุดขายที่ไม่มีแบรนด์ไหนลอกได้

มุมมอง The Chronicles: ไฟฟ้าคันแรกที่มาช้ากว่าแผน — และอาจมาถูกจังหวะ

จาก “ไฟฟ้าล้วน 2030” สู่ “ค่อยเป็นค่อยไป”

ความจริงที่ข่าวแจกไม่พูดถึงคือ Torcal มาช้ากว่าที่ Bentley เคยสัญญาไว้ แผน Beyond100 เดิมตั้งเป้าเป็นแบรนด์ไฟฟ้าล้วนภายในปี 2030 ก่อนถูกเลื่อนเป็นปี 2035 พร้อมแผนใหม่ที่ปล่อยรุ่นปลั๊กอินไฮบริดหรือไฟฟ้าปีละรุ่น (Tech Times)

Frank-Steffen Walliser ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Bentley Motors ยอมรับตรงๆ ว่า (แปลจากภาษาอังกฤษ)

“ตลาดรถไฟฟ้าหรูไม่ได้เติบโตเร็วอย่างที่คาดการณ์ไว้ในช่วงแรก”

— ประโยคเดียวที่อธิบายได้ว่าทำไมทั้ง Bentley, Porsche และค่ายหรูอีกหลายเจ้าถึงเหยียบเบรกแผน EV ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา

ฟังดูหรู แต่…ใต้ผิวคือ Porsche

Bentley ผลิตรถปีละราว 10,000–14,000 คันเท่านั้น น้อยเกินกว่าจะพัฒนาแพลตฟอร์ม 800 โวลต์เองที่ต้องใช้เงินหลายพันล้านยูโร ทางออกจึงคือยืมแพลตฟอร์ม PPE จากพี่ใหญ่ในกลุ่ม VW ชุดเดียวกับ Porsche Cayenne Electric, Macan Electric และ Audi Q6 e-tron

นี่ไม่ใช่เรื่องแปลก Bentayga ก็ใช้พื้นฐานร่วมกับ Cayenne มาตลอด แต่คำถามที่ลูกค้าหลักสิบล้านจะถามคือ เมื่อเครื่องยนต์ W12 หรือ V8 ที่เคยเป็นจิตวิญญาณหายไป และมอเตอร์กับแบตเตอรี่มาจากแหล่งเดียวกับ Porsche ที่ราคาถูกกว่าหลายหมื่นปอนด์ อะไรคือสิ่งที่ผมจ่ายเพิ่ม?

คำตอบของ Bentley คือสิ่งที่เราเห็นทั้งหมดในข่าวนี้: งานฝีมือที่ครูว์ หนังเย็บมือ ผ้าขนสัตว์จากโรงทออังกฤษ และมรดก 88 ปี — พูดง่ายๆ คือความรู้สึกที่ก๊อปไม่ได้ การลงทุน 350 ล้านปอนด์จึงไม่ใช่แค่สร้างโรงงาน แต่คือการปกป้องเหตุผลที่คนยอมจ่ายแพง

คู่แข่งที่รออยู่

คำถามที่ต้องจับตาคือ เมื่อตลาดไฟฟ้าหรูโตช้าอย่างที่ CEO ยอมรับ การมาช้าของ Torcal อาจกลายเป็นข้อดี เพราะมาตอนที่เทคโนโลยีชาร์จและแบตเตอรี่พร้อมกว่าคู่แข่งที่เปิดตัวก่อน

แล้วคนไทยได้อะไร? ราคา ภาษี และจังหวะเวลา

คำตอบสั้นๆ: ยังไม่มีราคาไทย และเร็วสุดน่าจะหลังกลางปี 2570 ที่อังกฤษเริ่มส่งมอบคันแรก ตอนนี้ผู้สนใจสอบถามได้ที่ เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส ผู้แทนจำหน่าย Bentley อย่างเป็นทางการในไทย

ราคาอาจไปได้ถึงไหน

ราคาอังกฤษ 173,300 ปอนด์ คิดเป็นเงินไทยราว 7.4 ล้านบาท (ใช้อัตราแลกเปลี่ยน ราวๆ 43 บาทต่อปอนด์) แต่นั่นคือราคาที่อังกฤษ ยังไม่รวมภาษีนำเข้า ภาษีสรรพสามิต ค่าขนส่ง และออปชัน Mulliner ที่คนไทยชอบจัดเต็ม

เทียบกับพี่น้องในโชว์รูมไทยตอนนี้ Bentayga มีราคาตั้งแต่ 14.7 ล้านบาท (S Hybrid) ไปจนถึง 32.2 ล้านบาท (Artenara Edition EWB) (Checkraka) ถ้า Torcal เข้ามาแบบนำเข้าทั้งคัน ก็ไม่น่าจะหนีจากช่วงราคาเดียวกัน — นี่เป็นการคาดการณ์ของ The Chronicles ไม่ใช่ราคาทางการ

ตัวแปรสำคัญ: ภาษี EV นำเข้าที่กำลังจะเปลี่ยน

จังหวะของ Torcal บังเอิญชนกับการรื้อภาษีสรรพสามิตรถไฟฟ้าของไทยพอดี เมื่อ 10 กันยายน 2569 บอร์ดอีวีเห็นชอบกรอบภาษี 3 ชั้น (กรุงเทพธุรกิจ)

กลุ่มอัตราภาษีสรรพสามิตที่เสนอ
ผลิตในประเทศ ใช้ชิ้นส่วนในประเทศ1–6%
นำเข้าช่วงเปลี่ยนผ่าน มีแผนผลิตในไทย (มีโควตา)มากกว่า 10%
นำเข้าทั้งคัน (CBU) ไม่มีฐานผลิตในไทยมากกว่า 30%

กรอบนี้ยังต้องผ่านกระทรวงการคลังและ ครม. แต่ถ้าผ่านออกมาแบบนี้ Torcal ที่ผลิตจากครูว์เท่านั้นจะตกอยู่ในชั้น CBU เต็มๆ ซึ่งแปลว่าช่วงได้เปรียบทางภาษีของ EV หรูนำเข้าอาจหายไป และไม่มีความต่างจาก Bentayga Hybrid มากนัก

คนไทยควรรู้อะไรอีก

สรุป: ไฟฟ้าแค่เปลือก แต่หัวใจยังเป็นครูว์

Torcal คือคำตอบของ Bentley ต่อคำถามที่ทุกแบรนด์หรูกำลังเจอ: จะทำรถไฟฟ้าให้คุ้มค่าความหรูได้อย่างไร เมื่อเครื่องยนต์ที่เคยเป็นจุดขายหายไป คำตอบคือเงิน 350 ล้านปอนด์ที่ลงไปกับ “มือ” และ “บ้าน” มากพอๆ กับเทคโนโลยี

สำหรับคนไทย ตัวแปรที่น่าจับตากว่าแรงม้าคือปากกาของกระทรวงการคลัง เพราะภาษีสรรพสามิต EV นำเข้าคือสิ่งที่จะตัดสินว่า Torcal จะมาถึงเมืองไทยในราคาเท่าไหร่

บทใหม่ของบ้านหลังเก่าเริ่มต้นแล้ว — อาคารที่เคยส่งเครื่องยนต์ให้ Spitfire วันนี้ส่งกระแสไฟฟ้าให้ปีกสองข้างที่เก่าแก่ที่สุดในวงการ

#BentleyTorcal #Bentley #เบนท์ลีย์ #รถไฟฟ้าหรู #รถหรู #LuxuryCar #EV #BuiltInCrewe #theChroniclesThailand


วงการยานยนต์ไม่เคยหยุดนิ่ง… และเราก็เช่นกัน — The Chronicles —

แหล่งอ้างอิง

Exit mobile version