Home Uncategorized ทรานส์ฟอร์มภูมิปัญญา! เปิดฉาก “EEC Select Best Service 2026” ยกระดับ 5 กลุ่มบริการชุมชนภาคตะวันออก สู่มาตรฐาน Global

ทรานส์ฟอร์มภูมิปัญญา! เปิดฉาก “EEC Select Best Service 2026” ยกระดับ 5 กลุ่มบริการชุมชนภาคตะวันออก สู่มาตรฐาน Global

81
0

สวัสดีครับผู้อ่าน The Chronicles ทุกท่าน เวลาที่เราพูดถึง “EEC” หรือเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (ฉะเชิงเทรา, ชลบุรี, ระยอง) ภาพจำในหัวของใครหลายคนคงหนีไม่พ้นเรื่องของ นิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ โรงงานสุดไฮเทค รถยนต์ไฟฟ้า หรือโครงสร้างพื้นฐานระดับประเทศใช่ไหมครับ? แต่วันนี้ เราอยากพาทุกท่านมาดูภาพในอีกมิติหนึ่ง ซึ่งเป็นมิติที่สำคัญไม่แพ้กัน นั่นคือ “เศรษฐกิจฐานรากและคนในชุมชน”

เมื่อเมืองเจริญขึ้น อุตสาหกรรมเติบโตขึ้น คำถามตัวโตๆ คือ แล้วชาวบ้าน ผู้ประกอบการท้องถิ่น หรือวิสาหกิจชุมชน จะปรับตัวให้เติบโตไปพร้อมกับความเจริญนี้ได้อย่างไร? คำตอบของโจทย์นี้ ได้ถูกเปิดเผยออกมาอย่างเป็นทางการแล้วผ่านบิ๊กโปรเจกต์ล่าสุดจาก สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรือ EECO ในชื่อ “EEC Select Best Service 2026” โครงการที่จะเข้ามาทรานส์ฟอร์ม “ของดีชุมชน” ให้กลายเป็น “บริการระดับโลก”


ถอดรหัส “SERVICE + SMART + SMILE”: คัมภีร์ยกระดับบริการไทย

เป้าหมายของ “EEC Select Best Service 2026” ไม่ใช่แค่การประกวดแจกรางวัลแล้วจบไป แต่มันคือการสร้างกลไกเพื่อยกระดับมาตรฐานของผู้ประกอบการให้เทียบชั้นสากล ภายใต้คอนเซ็ปต์ 3S ได้แก่

  • SERVICE (บริการ): การยกระดับคุณภาพบริการ
  • SMART (นวัตกรรม): การนำเทคโนโลยีและความเชี่ยวชาญเข้ามาผสาน
  • SMILE (ความสุข): การส่งมอบประสบการณ์ที่สร้างรอยยิ้มและความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภค

โดยแกนกลางในการพัฒนา จะถูกขับเคลื่อนผ่านยุทธศาสตร์ “3E” ที่สะท้อนอัตลักษณ์ของ EEC นั่นคือ:

  1. E (Expert): ดึงความเชี่ยวชาญและทักษะดั้งเดิมของผู้ผลิตออกมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
  2. E (Excellence): พัฒนาผลิตภัณฑ์หรือบริการให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่
  3. C (Certainty): สร้างมาตรฐานที่คงที่ เพื่อให้เกิด “ความเชื่อมั่น” แก่ผู้บริโภคและนักท่องเที่ยวในระยะยาว

ผลลัพธ์ที่ สกพอ. คาดหวัง คือการผลักดันภูมิปัญญาท้องถิ่น ให้ออกเดินทางจากรากหญ้าไปสู่เวทีโลก (Local Roots to Global Reach)


สแกน 5 กลุ่มธุรกิจเป้าหมาย: ใครบ้างที่จะถูกยกระดับ?

โครงการนี้เปิดกว้างให้ผู้ประกอบการและวิสาหกิจชุมชนใน 3 จังหวัด EEC เข้าร่วม โดยโฟกัสไปที่ 5 ประเภทบริการหลัก ซึ่งถือเป็นฟันเฟืองสำคัญของการท่องเที่ยวและบริการ ได้แก่:

  1. อาหารและเครื่องดื่ม (Food & Beverage)
  2. สปาและสุขภาพ (Spa & Wellness)
  3. ที่พักและโรงแรม (Accommodation & Hotel)
  4. การท่องเที่ยวชุมชน (Community-Based Tourism)
  5. ผลิตภัณฑ์เพื่อการบริการ (Service Products)

เกณฑ์การคัดเลือกนั้นบอกเลยว่า “เข้มข้นสุดๆ” เพราะไม่ได้ดูแค่ความสวยงาม แต่ประเมินเจาะลึกใน 5 มิติ ทั้งเรื่องคุณภาพการผลิต, ความโดดเด่นของบริการ, การทำการตลาดที่ตอบโจทย์ และที่ขาดไม่ได้ในยุคนี้คือ “ความยั่งยืน (Sustainability)”


รวมพลัง 4 ทัพใหญ่: รัฐ-เอกชน-ผู้เชี่ยวชาญ หนุนชุมชนสู่ตลาดจริง

สิ่งที่ทำให้โปรเจกต์นี้น่าจับตามอง คือการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ไม่ปล่อยให้ชุมชนต้องเดินอย่างโดดเดี่ยว:

1. ภาครัฐ (สกพอ. ผู้กำหนดทิศทาง): ดร.จุฬา สุขมานพ เลขาธิการ สกพอ. ย้ำชัดเจนว่า โครงการนี้คือกลไกสำคัญที่จะเตรียมความพร้อมให้ชุมชนปรับตัวรับเศรษฐกิจยุคใหม่ “หัวใจสำคัญคือการดึง ‘ภูมิปัญญาท้องถิ่น’ มาพัฒนาให้เป็นจุดขายระดับสากล เพื่อพิสูจน์ว่าชุมชนใน EEC มีศักยภาพเติบโตไปพร้อมอุตสาหกรรมแห่งอนาคตได้อย่างยั่งยืน”

2. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท. ผู้เชื่อมโยงตลาด): คุณอัครวิชย์ เทพาสิต รองผู้ว่าการ ททท. เน้นย้ำบทบาทของการทำ Marketing ว่า “เราต้องทำให้ของดีในชุมชนถูกมองเห็น และเชื่อมเข้าสู่ตลาดและเส้นทางท่องเที่ยวหลักของประเทศให้ได้”

3. ภาคเอกชนระดับท็อป (ผู้ยกระดับมาตรฐานและแพลตฟอร์ม): งานนี้ได้ผู้บริหารแถวหน้าของวงการบริการไทยมาช่วยวางกรอบ คุณณพาภรณ์ โพธิรัตนังกูร (เครือนายเลิศกรุ๊ป) ชี้เป้าว่า ผู้ประกอบการต้องมี “Storytelling” ที่ชัดเจน เพื่อสร้างความต่างระดับพรีเมียม ขณะที่ คุณปารีสา จาตนิลพันธุ์ (สยามพิวรรธน์) พร้อมนำสินค้าชุมชนเข้าสู่แพลตฟอร์มระดับโลก ผ่านการทำ Co-creation และ Co-branding เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม

4. ผู้เชี่ยวชาญด้าน ESG (ผู้ปูทางสู่ความยั่งยืน): การเติบโตยุคนี้ต้องใส่ใจโลก โครงการจึงดึงกูรูด้านสิ่งแวดล้อมอย่าง รศ.ดร.สิงห์ อินทรชูโต และคนบันเทิงหัวใจสีเขียวอย่าง คุณเชอรี่ เข็มอัปสร มาร่วมผลักดันแนวคิด ESG (Environmental, Social, and Governance) เข้าไปใน DNA ของบริการชุมชน


The Chronicles Analysis: ก้าวต่อไปที่น่าจับตาของฐานราก EEC

เรามองว่า “EEC Select Best Service 2026” คือจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่จะเข้ามาอุดช่องโหว่ความเหลื่อมล้ำของการพัฒนาในพื้นที่ EEC ครับ

ที่ผ่านมา เมื่อมีกลุ่มทุนยักษ์ใหญ่หลั่งไหลเข้ามาตั้งฐานการผลิตหรือดำเนินธุรกิจในภาคตะวันออก คนในพื้นที่มักจะเป็นเพียง “ผู้เฝ้ามอง” หรืออย่างมากก็เป็น “แรงงาน” แต่โครงการนี้กำลังเปลี่ยนบทบาทของชุมชนให้กลายเป็น “Partnership” ที่พร้อมซัพพอร์ตอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและบริการระดับพรีเมียม

ลองนึกภาพนักลงทุนต่างชาติหรือนักท่องเที่ยวคุณภาพสูง (High-spending tourist) ที่เดินทางมาทำธุรกิจใน EEC เมื่อพวกเขาเสร็จงาน เขาต้องการที่พักที่ได้มาตรฐาน บริการสปาที่ผ่อนคลาย และอาหารท้องถิ่นที่ปลอดภัยและมีเรื่องราว หากชุมชนสามารถยกระดับบริการของตัวเองให้ผ่านเกณฑ์ “EEC Select” ได้ เม็ดเงินมหาศาลจากกลุ่มนักท่องเที่ยวและนักธุรกิจเหล่านี้ ก็จะไหลเวียนลงสู่กระเป๋าของชาวบ้านโดยตรง นี่แหละครับคือการสร้าง “เศรษฐกิจฐานรากที่แข็งแกร่ง” ของจริง!

มารอติดตามกันครับว่า สุดยอดบริการและผลิตภัณฑ์ใดบ้างจาก 3 จังหวัดภาคตะวันออก ที่จะฝ่าด่านหินจนได้รับตราสัญลักษณ์ EEC Select Best Service ในปี 2026 นี้!


เพราะวงการธุรกิจไม่เคยหยุดนิ่ง… และเรา ก็เช่นกัน — The Chronicles — Facebook → theChronicles.Autos&Sports TikTok → https://www.tiktok.com/@thechronicles.th website → https://thechronicles.in.th X → https://x.com/theChroniclesTH

#EEC #EECSelectBestService2026 #EECO #ธุรกิจชุมชน #SME #ภาคตะวันออก #การท่องเที่ยว #ESG #theChroniclesThailand

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here