Home Blog
เรียบเรียงเขียนเรื่องโดย ธนคม The Chronicles Thailand
เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย เปิดฉากสัปดาห์สำคัญด้วยข่าวใหญ่สองเรื่องพร้อมกัน เรื่องแรกคือการนำ "The all-new electric GLC" เอสยูวีไฟฟ้ารุ่นแรกที่พัฒนาบนแพลตฟอร์ม MB.EA-M มาให้คนไทยได้เห็นตัวจริงเป็นครั้งแรก ที่งาน "Mercedes-Benz StarFest 2026: Celebrating The Extraordinary" ณ ศูนย์การค้า Gaysorn Amarin ชั้น G ระหว่างวันที่ 24-27 กันยายน 2569 และเรื่องที่สองคือการประกาศปรับลดราคารถยนต์กว่า 11 รุ่นพร้อมกัน ลดสูงสุดถึง 1,030,000 บาท
ทั้งสองเรื่องนี้เกิดขึ้นในจังหวะเดียวกับที่เมอร์เซเดส-เบนซ์เฉลิมฉลองครบรอบ...
เรียบเรียงเขียนเรื่องโดย ธนคม — The Chronicles Thailand
เลข 100,000 คัน ฟังดูเป็นตัวเลขที่น่าภูมิใจสำหรับโรงงานรถยนต์ที่เพิ่งเปิดสายการผลิตในไทยได้ไม่ถึง 3 ปี แต่ถ้ามองให้ลึกกว่าตัวเลขกลมๆ นี้ จะเห็นว่าเบื้องหลังของมันคือเรื่องราวที่ซับซ้อนกว่าที่คิด เพราะขณะที่โรงงานเดินสายการผลิตทำสถิติใหม่ ยอดขายในตลาดบ้านเกิดของ BYD เองในไทยกลับไม่ได้ร้อนแรงเหมือนเมื่อ 2 ปีก่อนอีกต่อไป
เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา บริษัท บีวายดี ออโต้ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับ บริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ จำกัด ผู้จัดจำหน่ายและให้บริการหลังการขายรถยนต์ บีวายดี และ เดนซ่า อย่างเป็นทางการในประเทศไทย...
เรียบเรียงเขียนเรื่องโดย ธนคม — The Chronicles Thailand
ตลาด Mobility ในเอเชียมีประชากรรองรับกว่า 680 ล้านคน มีรถยนต์วิ่งอยู่บนถนนกว่า 250 ล้านคัน ขายรถใหม่ปีละกว่า 3 ล้านคัน และมีมูลค่าอุตสาหกรรมรวมทะลุ 200,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตัวเลขขนาดนี้ไม่แปลกที่จะมีผู้เล่นรายใหญ่อยากกระโดดเข้าไปแย่งส่วนแบ่ง และล่าสุดสองยักษ์ใหญ่วงการอีเวนต์และสื่อยานยนต์ของไทยก็ตัดสินใจจับมือกันเพื่อชิงเค้กก้อนนี้อย่างเป็นทางการ
บริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ประกาศจัดตั้ง "IGP Global" แพลตฟอร์มอีเวนต์ระดับภูมิภาคด้าน Mobility & Lifestyle...
เมื่อรถคันที่คุ้นเคยเริ่มให้ความรู้สึกไม่เหมือนเดิมและการเปลี่ยนโช้คอาจเป็นโอกาสให้ทุกการเดินทางกลับมาน่าขับอีกครั้ง
ลองนึกย้อนกลับไปถึงวันแรกๆที่เราได้ขับรถคันปัจจุบันครับ
ตอนนั้นเราอาจจำไม่ได้แล้วว่าพวงมาลัยรู้สึกอย่างไรรถนิ่งแค่ไหนหรือเวลาผ่านรอยต่อถนนตัวรถหยุดการเคลื่อนไหวเร็วเพียงใด
แต่หลายคนน่าจะจำ “ความรู้สึกโดยรวม” ได้
รถใหม่มักให้ความรู้สึกแน่นกระชับและเป็นธรรมชาติทุกอย่างดูเหมือนทำงานร่วมกันอย่างที่มันควรจะเป็น
จากวันนั้นรถคันเดิมพาเราไปทำงานกลับบ้านออกต่างจังหวัดรับส่งครอบครัวผ่านหลุมรอยต่อสะพานลูกระนาดถนนเป็นคลื่นและระยะทางอีกหลายหมื่นกิโลเมตร
จนวันหนึ่งเราอาจเริ่มรู้สึกว่า...
ผ่านลูกระนาดแล้วรถเด้งมากกว่าเมื่อก่อนเวลาเปลี่ยนเลนตัวรถเหมือนต้องใช้เวลาตั้งตัวนานขึ้นตอนเบรกแรงๆหน้ารถยุบมากขึ้นหรือเมื่อมีผู้โดยสารเต็มคันรถกลับให้ความรู้สึกต่างจากตอนขับคนเดียวอย่างชัดเจน
แต่เพราะสิ่งเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นในวันเดียวเราจึงค่อยๆปรับตัวตามรถไปโดยไม่รู้ตัว
จากที่เคยขับผ่านรอยต่อด้วยความเร็วเท่านี้เราก็ผ่อนคันเร่งเร็วขึ้นอีกนิด
จากโค้งที่เคยเข้าอย่างเป็นธรรมชาติเราก็เริ่มระวังมากขึ้นอีกหน่อย
และสุดท้ายคนที่เปลี่ยนไปอาจไม่ใช่แค่รถ
แต่เป็นวิธีที่เราใช้ขับรถคันนั้นด้วย
คำถามจึงไม่ใช่เพียงว่า
“รถของเรายังเหมือนเดิมหรือเปล่า?”
แต่อาจเป็นว่า
“หรือจริงๆแล้วเราแค่ชินกับมันไปแล้ว?”
ความเปลี่ยนแปลงของช่วงล่างไม่ได้เกิดขึ้นในคืนเดียว
เวลายางแตกไฟเตือนขึ้นหรือเครื่องยนต์มีเสียงผิดปกติเรามักรู้ได้ทันทีว่ามีอะไรบางอย่างเกิดขึ้น
แต่กับช่วงล่างเรื่องไม่ได้ชัดเจนแบบนั้นเสมอไป
โช้คอัพทำงานแทบตลอดเวลาที่รถเคลื่อนที่
ล้อขึ้น — โช้คทำงานล้อลง — โช้คทำงานเบรก — น้ำหนักถ่ายไปด้านหน้าเข้าโค้ง — น้ำหนักถ่ายไปด้านข้างผ่านถนนเป็นคลื่น — ช่วงล่างต้องควบคุมการเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง
และตลอดอายุการใช้งานรถต้องเจอทั้งน้ำหนักบรรทุกสภาพถนนอุณหภูมิและรูปแบบการใช้งานที่แตกต่างกันไป
นั่นทำให้ความรู้สึกของช่วงล่างสามารถค่อยๆเปลี่ยนไปตามเวลาและสภาพการใช้งานได้
สิ่งที่ทำให้เราสังเกตยากก็คือเรานั่งอยู่หลังพวงมาลัยคันเดิมทุกวัน
การเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยในวันนี้อาจแทบไม่รู้สึก
แต่เมื่อมันสะสมไปทีละน้อยหลายเดือนหรือหลายปีต่อมารถคันเดิมอาจไม่ได้ให้ความรู้สึกแบบที่เราจำได้อีกแล้ว
ลองถามตัวเองง่ายๆว่ารถวันนี้ยังรู้สึกเหมือนเดิมไหม?
ไม่จำเป็นต้องเป็นคนที่มีความรู้เรื่องช่วงล่างก็สามารถเริ่มสังเกตได้
ลองนึกถึงสถานการณ์ที่เราเจอทุกวัน
หลังผ่านลูกระนาด
รถยุบแล้วกลับมานิ่งหรือยังเด้งต่ออีกหลายจังหวะ?
เวลาเปลี่ยนเลน
รถตอบสนองแล้วจบหรือรู้สึกว่าตัวถังยังโยกตามมา?
เวลาเบรก
ตัวรถยังให้ความรู้สึกมั่นใจเหมือนเดิมหรือหน้ารถมีการยุบตัวมากกว่าที่เราคุ้นเคย?
เมื่อขับบนถนนเป็นคลื่น
รถยังเกาะไปกับพื้นถนนอย่างเป็นธรรมชาติหรือเราต้องคอยประคองรถมากขึ้น?
เมื่อนั่งกันเต็มคัน
พฤติกรรมของรถเปลี่ยนไปจากตอนขับคนเดียวมากแค่ไหน?
สิ่งเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่า “โช้คเสีย” ในทันที
เพราะอาการของรถหนึ่งอาการอาจเกี่ยวข้องกับยางลมยางบูชลูกหมากสปริงการตั้งศูนย์หรือส่วนประกอบอื่นของระบบช่วงล่างได้เช่นกัน
แต่ถ้ารถเริ่มให้ความรู้สึกต่างไปจากเดิมนั่นอาจเป็นช่วงเวลาที่เหมาะที่จะกลับมาตรวจสอบระบบช่วงล่างทั้งชุดอีกครั้ง
เพราะโช้คไม่ได้มีหน้าที่แค่ทำให้รถ “นุ่ม”
เมื่อพูดถึงโช้คคนส่วนใหญ่มักเริ่มจากคำถามสองคำ
นุ่มไหม?
หรือ
แข็งไหม?
แต่ความจริงแล้วช่วงล่างที่ดีมีอะไรมากกว่านั้น
เวลาล้อเจอเนินหรือหลุมสปริงจำเป็นต้องยุบและคืนตัวเพื่อให้ล้อเคลื่อนตามพื้นถนน
หน้าที่สำคัญส่วนหนึ่งของโช้คอัพคือการช่วยควบคุมการเคลื่อนไหวนั้นไม่ให้มากหรือน้อยเกินไป
ลองนึกภาพง่ายๆ
รถที่นุ่มในจังหวะแรกแต่หลังจากผ่านลูกระนาดแล้วยังเด้งขึ้นลงต่ออีกหลายครั้งอาจไม่ได้ทำให้ผู้โดยสารรู้สึกสบายจริงๆ
ในทางกลับกันรถที่แข็งมากจนแรงจากพื้นถนนถูกส่งเข้าห้องโดยสารแทบทุกจังหวะก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นรถที่ควบคุมดีหรือเหมาะกับการเดินทางทุกวันเสมอไป
ดังนั้นเป้าหมายของช่วงล่างที่ดีสำหรับรถใช้งานจริงจึงไม่ควรเป็นการแข่งขันว่า
ใครนุ่มกว่า
หรือ
ใครแข็งกว่า
แต่คือคำถามว่า
รถสามารถควบคุมการเคลื่อนไหวของตัวเองได้อย่างเป็นธรรมชาติแค่ไหนโดยที่คนขับมั่นใจและผู้โดยสารยังนั่งสบาย
นี่ต่างหากคือสมดุลที่สำคัญ
แล้วถ้าถึงเวลาต้องเปลี่ยนโช้คเราต้องกลับไปใช้แบบเดิมเท่านั้นหรือ?
นี่คือจุดที่หลายคนเริ่มลังเล
เพราะเมื่อค้นหาช่วงล่างใหม่เรามักเจอภาพของสองทางเลือกที่แตกต่างกันมาก
ทางหนึ่งคือกลับไปใช้รูปแบบเดิม
อีกทางหนึ่งคือเข้าสู่โลกของ Performance Suspension — รถเตี้ยลงปรับความสูงได้ปรับเซตได้หลายระดับและเหมาะสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการเปลี่ยนบุคลิกของรถอย่างจริงจัง
แต่ถ้าเราไม่ได้ต้องการทั้งสองอย่างล่ะ?
ถ้าเรา...
ใช้รถไปทำงานทุกวันมีครอบครัวนั่งไปด้วยเดินทางต่างจังหวัดบ่อยไม่ได้ต้องการลดความสูงของรถไม่ได้ต้องการเซตช่วงล่างสำหรับ Circuitและไม่ได้ต้องการให้รถแข็งจนต้องยอมแลกความสบาย
แต่เพียงอยากให้รถคันเดิม
นิ่งขึ้นอีกนิด
ควบคุมได้มั่นใจขึ้นอีกหน่อย
รับมือกับถนนที่เราใช้จริงได้ดีขึ้น
โดยที่รถยังคงเป็นรถคันเดิมที่ครอบครัวสามารถนั่งเดินทางด้วยได้อย่างสบาย
ถ้าโจทย์ของคุณคือแบบนี้
คำตอบอาจไม่จำเป็นต้องอยู่ที่ปลายสุดของทั้งสองฝั่ง
HKS RC Generation — เมื่อการเปลี่ยนโช้คไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนชีวิตประจำวันของรถ
นี่คือพื้นที่ที่ HKS RC Generation ถูกสร้างขึ้นมา
RC Generation เป็น Suspension Brand ที่ HKS วางตำแหน่งแยกจาก HIPERMAX ซึ่งเป็น Premium...
เรียบเรียงเขียนเรื่องโดย ธนคม — The Chronicles Thailand
ย้อนกลับไปช่วงกลางปี 2566 Hyundai Staria เคยเป็นเจ้าตลาดรถตู้ MPV 11 ที่นั่งของไทยแบบขาดลอย กวาดส่วนแบ่งตลาดไปได้ถึง 53-60% ในบางเดือน แต่พอมาถึงไตรมาสแรกของปี 2569 สนามรบกลับพลิกโฉมไปคนละเรื่อง เพราะ Toyota Alphard/Vellfire ขึ้นมาครองบัลลังก์ด้วยส่วนแบ่งเกือบ 26% ขณะที่แบรนด์ไฟฟ้าจีนอย่าง ZEEKR 009, XPENG X9 และ DENZA D9 แห่กันเข้ามาแย่งพื้นที่จนรวมกันมีส่วนแบ่งกว่า 28% ทิ้งให้ Hyundai Staria หล่นไปอยู่อันดับ 8...
เรียบเรียงเขียนเรื่องโดย ธนคม — The Chronicles Thailand
ในยุคที่ข่าวปลอมวิ่งไวกว่าความจริง และทุกองค์กรอยากสื่อสารเองผ่านโซเชียลมีเดียโดยไม่ง้อสื่อมวลชน คนที่ยังทำหน้าที่เชื่อมข้อมูลระหว่างองค์กรกับนักข่าวอย่างตรงไปตรงมากลับสำคัญกว่าที่เคยเป็นมา และนี่คือเหตุผลที่รางวัล "ฐานันดร ๔" ยังมีความหมายอยู่เสมอ ล่าสุด นางสาวทิพย์รัตน์ ชูทองเจริญกิจ ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) เข้ารับรางวัลนี้ในสาขาความร่วมมือด้านการประชาสัมพันธ์เพื่อสื่อสารมวลชนดีเด่น ประจำปี 2569 จากสมาคมสมาพันธ์นักข่าว (แห่งประเทศไทย)
"ฐานันดร ๔" คืออะไร ทำไมถึงมีน้ำหนัก
คำว่า "ฐานันดร ๔" มาจากแนวคิด Fourth Estate หรือ "เสาที่ 4 ของสังคมประชาธิปไตย" ถัดจากอำนาจบริหาร...
เรียบเรียงเขียนเรื่องโดย ธนคม — The Chronicles Thailand
ฝนตกหนักทีไร ถนนเมืองไทยก็แปลงร่างเป็นสนามเสี่ยงทุกที น้ำขัง ทัศนวิสัยแย่ รถคันหน้าก็เบรกกะทันหันโดยไม่ทันตั้งตัว แต่สิ่งที่คนขับส่วนใหญ่มักลืมนึกถึงเวลาเช็กความพร้อมรถก่อนหน้าฝน ไม่ใช่แค่ยางหรือใบปัดน้ำฝนเท่านั้น เพราะมีอีกชิ้นส่วนหนึ่งที่ทำงานเงียบๆ อยู่ใต้ท้องรถตลอดเวลา แต่ถ้ามันเสื่อมสภาพเมื่อไหร่ ความปลอดภัยทั้งคันจะสั่นคลอนทันที นั่นคือ โช๊คอัพ
โช๊คอัพทำหน้าที่อะไร ทำไมหน้าฝนถึงสำคัญเป็นพิเศษ
หน้าที่หลักของโช๊คอัพคือดูดซับแรงกระแทกจากพื้นถนน ควบคุมการทรงตัวของตัวรถ และที่สำคัญที่สุดคือช่วยให้หน้ายางสัมผัสพื้นถนนได้อย่างสม่ำเสมอและมั่นคงตลอดเวลา ฟังดูเป็นเรื่องพื้นฐาน แต่พอถนนเปียกลื่นหรือมีน้ำขัง หน้าที่นี้กลับกลายเป็นตัวตัดสินชะตากรรมของทั้งคันรถเลยทีเดียว
ลองนึกภาพตามหลักฟิสิกส์ง่ายๆ อาการ "เหินน้ำ" หรือ Hydroplaning ที่ทุกคนกลัวกันเวลาฝนตกหนัก เกิดจากชั้นน้ำที่แทรกตัวเข้ามาคั่นระหว่างหน้ายางกับผิวถนน จนยางไม่สัมผัสพื้นจริงๆ อีกต่อไป ปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดอาการนี้มีทั้งปริมาณน้ำบนถนน ดอกยางที่ตื้นเกินไปจนระบายน้ำไม่ทัน ความเร็วที่สูงเกินไป และแรงดันลมยางที่ไม่เหมาะสม แต่สิ่งที่หลายคนมองข้ามคือ ถ้าโช๊คอัพเสื่อมสภาพ ยางจะเด้งขึ้นลงไม่สม่ำเสมอ...
เรียบเรียงเขียนเรื่องโดย ธนคม — The Chronicles Thailand
900 บาทต่อเดือน ฟังดูเป็นเงินไม่มาก แต่สำหรับโรงเรียนเล็กๆ แห่งหนึ่งในอำเภอตระการพืชผล จังหวัดอุบลราชธานี นี่คือค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายทุกเดือนแค่เพื่อซื้อน้ำถังมาให้เด็กนักเรียนได้ดื่มน้ำสะอาด เพราะน้ำในพื้นที่เอง — ดื่มไม่ได้ ล่าสุด กลุ่มอีซูซุในประเทศไทยเดินหน้าสานต่อโครงการ "อีซูซุให้น้ำ...เพื่อชีวิต" ส่งมอบระบบน้ำดื่มสะอาดแห่งที่ 47 ให้แก่โรงเรียนบ้านไหล่สูง พลิกโจทย์ที่โรงเรียนแบกรับมานานให้กลายเป็นอดีต
ปัญหาน้ำที่ซ่อนอยู่หลังรั้วโรงเรียน
โรงเรียนบ้านไหล่สูง ตำบลไหล่ทุ่ง อำเภอตระการพืชผล จังหวัดอุบลราชธานี เปิดสอนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาลปีที่ 2 ถึงประถมศึกษาปีที่ 6 และเผชิญปัญหาน้ำมานานหลายปี ไม่ใช่เพราะไม่มีน้ำ แต่เพราะน้ำที่มีอยู่ในพื้นที่ "ใช้ไม่ได้" ทั้งปัญหาน้ำสนิม น้ำเค็ม และน้ำกร่อย ที่เครื่องกรองน้ำทั่วไปของโรงเรียนเอาไม่อยู่ สุดท้ายโรงเรียนจึงต้องควักงบจัดซื้อน้ำดื่มสำหรับบริโภคทั้งหมดสัปดาห์ละ 15...
เรียบเรียงเขียนเรื่องโดย ธนคม — The Chronicles Thailand
ลองนึกภาพขับรถต่อเนื่อง 80 วัน ผ่านหลายสิบพรมแดน จากตุรกีไล่ยาวมาจนถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นี่ไม่ใช่พล็อตหนังไซไฟ แต่คือทริปจริงของคณะ AA Expedition Drive 2026 จาก Automobile Association of Singapore (AAS) ที่เพิ่งแวะเข้าประเทศไทยเมื่อไม่กี่วันก่อน และงานต้อนรับครั้งนี้ก็ดันไปจัดในวันที่มีความหมายพอดิบพอดี เพราะวันอาทิตย์ที่ 6 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา ตรงกับวันครบรอบ 125 ปีเต็ม ของสถานที่จัดงานอย่างราชกรีฑาสโมสร ซึ่งก่อตั้งขึ้นในวันเดียวกันนี้เมื่อปี 2444
เจ้าภาพงานคือ ราชยานยนต์สมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ สมาคมกีฬา (RAAT)...
เรียบเรียงเขียนเรื่องโดย ธนคม the Chronicles Thailand
ในตลาดรถยนต์ไทยที่แบรนด์จีนแห่กันเข้ามาปักหมุดกันเป็นแถว การจะยืนหนึ่งได้แม้แค่เดือนเดียวก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะคู่แข่งแต่ละเจ้าต่างมีดีของตัวเอง แต่เดือนสิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา ชื่อที่โผล่ขึ้นมาเป็นเบอร์หนึ่งของค่ายรถสัญชาติมังกรในไทยกลับเป็น OMODA & JAECOO ด้วยยอดจดทะเบียนรถยนต์นั่งส่วนบุคคลรวม 4,004 คัน เติบโตขึ้นจากเดือนกรกฎาคม 2569 ถึง 23.16% แบบเดือนต่อเดือน และยังไต่ขึ้นไปแตะ อันดับ 3 ของตลาดรถยนต์นั่งส่วนบุคคลรวมทุกแบรนด์ในไทย อีกด้วย
ฟังดูเป็นตัวเลขที่สวยหรู แต่คำถามที่ The Chronicles อยากชวนคิดต่อคือ อะไรที่ทำให้แบรนด์ซึ่งเพิ่งเข้าตลาดไทยได้ไม่กี่ปีนี้ ไต่อันดับขึ้นมาเร็วขนาดนี้ และตัวเลขที่ว่า "อันดับ 3 รวมทุกแบรนด์" นั้น มันแข็งแรงจริงแค่ไหนเมื่อเทียบกับภาพรวมทั้งตลาด
ตัวเลขที่พูดแทนทุกอย่าง
ก่อนจะไปไกลกว่านี้...
































