โดย The Chronicles | Autos & Sports


วันที่ 10 พฤษภาคม 2569 — สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ แปรสภาพเป็นสมรภูมิรบที่ร้อนแรงที่สุดในเอเชีย เมื่อศึก เอเชีย โร้ด เรซซิ่ง แชมเปี้ยนชิพ 2026 (ARRC) สนามที่ 2 เรซสุดท้าย ปิดฉากลงด้วยภาพที่แฟนมอเตอร์สปอร์ตไทยทั้งประเทศต้องตะโกนลั่น — นักบิดสัญชาติไทย 5 คน บนโพเดียม 3 รุ่น พร้อมกวาดแชมป์เรซ 2 รุ่นในคืนเดียว แต่เบื้องหลังความสำเร็จนั้น มีดราม่าที่ไม่แพ้หนังแอคชั่นซักเรื่องเดียว


“มิกซ์” จากอันดับ 11 สู่แชมป์ — Long Lap Penalty ไม่ใช่จุดจบ
ประเด็นร้อนที่สุดของคืนนี้คือ “มิกซ์” ธนัช ละอองปลิว จาก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ ดาวรุ่งที่ทุกคนจับตา
เรซเพิ่งเริ่มได้ไม่กี่รอบ มิกซ์ถูกตัดสินให้รับโทษ “ลองแล็ป” ในรอบที่ 2 — โทษที่ฟังดูเล็กน้อย แต่ในสนามเรซระดับนี้ มันคือการร่วงจากอันดับ 3 ลงไปยัง อันดับ 11 ในชั่วพริบตา
แฟนๆ ที่ขึ้นอัฒจันทร์เริ่มนิ่งเงียบ บางคนถึงกับถอนหายใจ
แต่แล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นต่อมาคือบทเรียนชั้นเรียนชีวิต — มิกซ์ไม่แตะเบรก ไม่ยอมแพ้ เขาค่อยๆ กัดฟันแซงคู่แข่งทีละคน ทีละโค้ง ด้วยความเร็วที่เหนือกว่าทุกคนในสนามอย่างชัดเจน จนกลับขึ้นมาอยู่กลุ่มหน้าได้ในช่วง 4 รอบสุดท้าย
และปิดจ็อบด้วยการแซงในโค้ง 12 รอบสุดท้าย — บิดผ่านเส้นชัยด้วยเวลา 20 นาที 2.096 วินาที เฉือน “ตี” อนุภาพ ซามูล เพียง 0.130 วินาที ในระดับที่แทบจะตวัดตาไม่ทัน
นี่คือชัยชนะครั้งแรกของฤดูกาล และคงไม่มีใครลืมเส้นทางที่มาถึงมันได้ง่ายๆ
“ชิพ” ปลดล็อคโพเดียมแรก — เสือหลับตื่นแล้ว
อีกหนึ่งเรื่องราวที่น่าจับตาคือ “ชิพ” นครินทร์ อธิรัฐภูวภัทร์ นักบิดไทยเพียงคนเดียวในรุ่น ASB1000 หรือ ซูเปอร์ไบค์ 1,000 ซีซี — คลาสที่ใหญ่และโหดที่สุดในศึกนี้
ชิพออกตัวจากกริดที่ 6 ท่ามกลางนักบิดระดับโลกและอดีตนักบิดโมโตจีพี แต่คืนนี้เขามาพร้อมกับ เซ็ตอัพรถที่ดีกว่าเดิม และสมองที่เย็นเป็นน้ำแข็ง เกาะกลุ่ม Top 5 ไปตลอดเรซ ก่อนจะขยับแซง ซัควาน ไซดี้ ช่วงปลายเรซ และข้ามเส้นชัยอันดับ 3 ตามหลังผู้ชนะเพียง 3.482 วินาที
โพเดียมแรกของฤดูกาล — ฟังดูเรียบง่าย แต่ในคลาสที่มี ฮาฟิซ ซยาห์ริน อดีตนักบิดโมโตจีพีครองอยู่อย่างนี้ มันหมายความว่าอะไรมากกว่านั้น

ซยาห์รินคือเครื่องจักรที่หยุดไม่ได้ — 4 เรซรวด ใครจะสกัด?
พูดถึง ฮาฟิซ ซยาห์ริน — ชายจาก เจดีที เรซซิ่ง ทีม ผู้ที่ตอนนี้กลายเป็นคำถามที่ทุกคนถามว่า “ใครจะหยุดเขาได้?”
ซยาห์รินที่เคยพิสูจน์ตัวเองในโมโตจีพี คืนนี้เริ่มจากกริดที่ 5 ไล่แซงขึ้นนำได้ภายในรอบที่ 2 แล้วค่อยๆ ถีบตัวออกห่าง จนบิดเข้าป้ายด้วยเวลา 24 นาที 1.995 วินาที ทิ้งห่างอันดับ 2 อย่าง เคโตะ อาเบะ ถึง 2.748 วินาที
4 เรซแรกของซีซั่น = 4 ชัยชนะ = 100 คะแนนเต็ม และห่างอันดับ 2 ออกไปถึง 24 คะแนน
ในโลกของมอเตอร์สปอร์ต นี่คือสัญญาณที่น่ากังวลสำหรับทุกทีมคู่แข่ง — เพราะคนที่มีโมเมนตัมแบบนี้ ยิ่งวิ่งยิ่งได้เปรียบ

ดาวรุ่งวัย 15 ปี — “เฟอร์” บนโพเดียมที่ทำให้ทุกคนอ้าปากค้าง
ถ้ามีเรื่องหนึ่งที่คนในสนามพูดถึงมากที่สุดในรุ่น เอเชีย โปรดักชั่น 250 ซีซี นอกจากชัยชนะของ “ไอเดีย” กฤตภัทร เขื่อนคำ แล้ว — มันคือชื่อของ “เฟอร์” ปัญจรุจน์ จิตวิรุฬห์ฉัตร
อายุแค่ 15 ปี ยืนบนโพเดียมอันดับ 2 ระดับเอเชีย ต่อหน้าฝูงชนในบ้านเกิด
ตัวเลขนี้บอกทุกอย่าง — ขณะที่เด็กส่วนใหญ่อายุ 15 ยังกังวลเรื่องการสอบ เฟอร์กำลังสู้กับนักบิดระดับทวีปเอเชียและขึ้นโพเดียมอยู่บนสนามช้าง
ฝั่ง “ไอเดีย” กฤตภัทร เองก็ไม่ธรรมดา — ออกนำตั้งแต่ต้นและบิดแบบ “ม้วนเดียวจบ” ไม่เปิดโอกาสให้ใครสู้ คว้าชัยชนะด้วยเวลา 18 นาที 41.804 วินาที และยังนำตารางแชมเปี้ยนชิพด้วย 86 คะแนน ห่างอันดับ 2 ถึง 22 คะแนน
ดราม่าบนตาราง: ศึกชิงแชมป์ SS600 ร้อนระอุ — ห่างกันแค่ 3 คะแนน!
กลับมาที่รุ่น ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี — หลังจากที่ มิกซ์-ธนัช ซิวแชมป์ไป สถานการณ์ตารางคะแนนก็กลายเป็น ดราม่าที่ต้องลุ้นต่อ
คาสม่า ดาเนียล แชมป์เก่าชาวมาเลเซีย ยังนำอยู่ที่ 72 คะแนน แต่ มิกซ์-ธนัช บีบระยะห่างเข้ามาเหลือเพียง 3 คะแนน เท่านั้น!
และยังมี อัซรอย ฮาคีม ตามหลัง 11 คะแนน กับ “ตี” อนุภาพ ห่างออกไป 12 คะแนน — ทั้งสี่คนอยู่ในระยะ 1 เรซที่ดีจาก การพลิกล้มตารางทั้งหมด
สนาม Motegi ที่ญี่ปุ่นในเดือนมิถุนายนนี้จะยิ่งร้อนแรง — เพราะนี่คือสนามที่ต้องการความแม่นยำสูง และสนามที่ประสบการณ์ต่างจากความเร็วอย่างสิ้นเชิง





สรุปผลเรซ: ไทยแลนด์คือมหาอำนาจมอเตอร์สปอร์ตแห่งเอเชีย
| รุ่น | อันดับ 1 | อันดับ 2 | อันดับ 3 |
|---|---|---|---|
| ASB1000 | ฮาฟิซ ซยาห์ริน (MAS) | เคโตะ อาเบะ (JPN) | นครินทร์ อธิรัฐภูวภัทร์ 🇹🇭 |
| SS600 | ธนัช ละอองปลิว 🇹🇭 | อนุภาพ ซามูล 🇹🇭 | แม็คคินลีย์ พาซ (PHI) |
| AP250 | กฤตภัทร เขื่อนคำ 🇹🇭 | ปัญจรุจน์ จิตวิรุฬห์ฉัตร 🇹🇭 | คาสด้า เอช (INA) |


สนามต่อไป: Motegi รอด้วยความร้อนแรงกว่าเดิม
ศึก ARRC 2026 สนาม 3 จะเคลื่อนพลสู่ โมบิลิตี้ รีสอร์ท โมเตกิ ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 12–14 มิถุนายน 2569 ก่อนจะกลับมาปิดซีซั่นที่ สนามช้าง บุรีรัมย์ อีกครั้งช่วง 4–6 ธันวาคม
สำหรับนักบิดไทย — นี่คือโอกาสพิสูจน์ตัวเองบนสนามที่พวกเขาไม่ได้เป็นเจ้าบ้าน และนั่นคือบทพิสูจน์ที่แท้จริง
วงการยานยนต์ไม่เคยหยุดนิ่ง… และเราก็เช่นกัน — The Chronicles —
🔵 Facebook → theChronicles.Autos&Sports 🎵 TikTok → @theChronicles.th 🌐 Website → thechronicles.in.th 🐦 X → @theChroniclesTH































