โดย The Chronicles | Autos & Sports
มีบางเรื่องในโลกนี้ที่ไม่ต้องรอให้ใครบังคับ ไม่ต้องมีงบประมาณ ไม่ต้องมีวุฒิการศึกษา — แค่มีหัวใจดวงเดียวที่อยากให้ ก็พอแล้ว
และนั่นคือสิ่งที่ PTG x ศิริราช กำลังพิสูจน์ให้เห็นในปีที่ 2 ของโครงการ “Social Innovation” ด้วยการขยับออกจากคอร์ปอเรตโลกสวย มาปักหมุดที่ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) จัดหน่วยรับบริจาคโลหิตเคลื่อนที่ เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา
ฟังดูเรียบง่าย แต่ความหมายมันไม่ธรรมดาเลย
ปีที่ 2 — เพราะทำดีครั้งเดียวไม่พอ
ใครก็ทำ CSR ได้ แต่จะทำต่อเนื่องปีที่ 2 ปีที่ 3 โดยไม่หมดไฟ — นั่นแหละคือความต่าง
บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือที่คนไทยรู้จักในชื่อ PTG เจ้าของปั๊ม PT และธุรกิจพลังงานครบวงจร ไม่ได้ทำโครงการนี้แบบ “จัดครั้งเดียวแล้วโพสต์รูปลง IG” แต่เดินหน้าสานต่อโครงการ Social Innovation เข้าสู่ปีที่ 2 อย่างจริงจัง ภายใต้วิสัยทัศน์ที่ฟังแล้วอุ่นใจ — “อยู่ดี มีสุข”
คู่หูที่แน่นปึ้กยังคงเป็น คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล สถาบันการแพทย์ที่ไม่ต้องแนะนำตัว เพราะทุกคนรู้ดีอยู่แล้วว่า “ศิริราช” ในบริบทของโลหิตนั้นหมายความว่าอะไร
ทำไม NIA? ไม่ใช่แค่เพราะสะดวก
หลายคนอาจสงสัยว่า ทำไมต้องเป็น NIA — สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ?
คำตอบมันอ่อยมากกว่าที่คิด
NIA ไม่ใช่แค่ออฟฟิศราชการธรรมดา แต่คือแหล่งรวมคนรุ่นใหม่ นักคิด สตาร์ทอัพ และบุคลากรที่ขับเคลื่อนอนาคตของประเทศ การที่ PTG เลือกปักหมุดที่นี่ คือการส่งสัญญาณว่า “เราไม่ได้แค่ไปหาคนบริจาค แต่เราไปหาคนที่เชื่อในการเปลี่ยนแปลง”
มันคือการจับมือระหว่างธุรกิจพลังงานที่รู้จักชาวบ้านทั่วประเทศ กับองค์กรนวัตกรรมที่รู้จักอนาคต — สองขั้วที่ต่างกัน แต่หัวใจเดียวกัน
โลหิตสำรองของไทย — ตัวเลขที่คนส่วนใหญ่ไม่รู้
ก่อนจะบอกว่า “บริจาคโลหิตดีต่อสุขภาพ” ขอพูดถึงตัวเลขที่หนักกว่านั้นก่อน
ประเทศไทยต้องการโลหิตวันละกว่า 2,000 ยูนิต เพื่อใช้ในการรักษาผู้ป่วยทั่วประเทศ แต่ยอดบริจาคจริงๆ ในหลายช่วงของปียังคงไม่เพียงพอ โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดยาวและช่วงฤดูร้อน ที่คนออกเดินทางและผู้บริจาคประจำหายหน้าหายตาไป
ถ้าแปลงให้เข้าใจง่ายกว่านั้น — ทุกถุงโลหิตที่ขาด คือโอกาสรอดชีวิตที่หายไปของใครสักคน
นี่คือเหตุผลที่กิจกรรมแบบนี้ไม่ใช่แค่ “PR ดีๆ” แต่คือ ความจำเป็นที่แท้จริง
วิเคราะห์มุมมองที่แตกต่าง: CSR แบบนี้ต่างจากแบบอื่นยังไง?
ในยุคที่บริษัทใหญ่ๆ แข่งกันทำ CSR เพื่อภาพลักษณ์ PTG เลือกเส้นทางที่น่าสนใจกว่า
หนึ่ง — เคลื่อนที่เข้าหาคน ไม่ใช่รอให้คนมาหา หน่วยรับบริจาคโลหิต “เคลื่อนที่” คือ Keyword ที่สำคัญมาก เพราะอุปสรรคใหญ่ที่สุดของการบริจาคโลหิตในไทยคือ “ไม่สะดวก ไม่รู้จะไปที่ไหน” การเอาหน่วยไปถึงที่ทำงานของคนคือการลด friction ได้มากที่สุด
สอง — เลือก Partner ที่ใช่ ศิริราชคือความน่าเชื่อถือสูงสุด และ NIA คือกลุ่มเป้าหมายที่มีคุณภาพ — Collaboration แบบนี้ไม่ใช่แค่การเอาโลโก้มาวางข้างกัน แต่คือ Synergy ที่ทำให้งานมีน้ำหนักมากขึ้นจริงๆ
สาม — ทำซ้ำ ไม่ใช่ทำครั้งเดียว ปีที่ 2 ของโครงการนี้บอกอะไรหลายอย่าง บริษัทที่ทำ CSR ปีเดียวแล้วหายไปมีเยอะ แต่บริษัทที่กลับมาทำซ้ำจนกลายเป็น “ประเพณี” มีน้อยมาก PTG กำลังสร้างสิ่งนั้น
สังคมไทยต้องการ “นวัตกรรมน้ำใจ” มากแค่ไหน?
ในยุคที่ทุกอย่างถูก Digitize เราลืมไปว่ามีบางสิ่งที่ไม่มีแอปไหนทดแทนได้ — และโลหิตจากมนุษย์คือหนึ่งในนั้น
ไทยเป็นประเทศที่มีวัฒนธรรมการให้ที่แข็งแกร่ง ใครเดินผ่านวัดก็ทำบุญ ใครเห็นคนลำบากก็ยื่นมือช่วย แต่การบริจาคโลหิตยังคงเป็นเรื่องที่คนไทยหลายล้านคนยัง “อยากทำแต่ยังไม่ได้ทำ” เหตุผลส่วนใหญ่ไม่ใช่เพราะไม่อยากให้ แต่เพราะ ไม่มีโอกาสที่สะดวก
นั่นคือช่องว่างที่โครงการแบบนี้เข้ามาเติมเต็มได้พอดี
สรุป: ทำดีไม่ต้องรอวันพิเศษ
PTG และศิริราชไม่ได้รอวันสำคัญ ไม่ได้รอให้มีวิกฤต ไม่ได้รอให้คนขอ — แต่เดินหน้าทำในวันธรรมดา ที่สถานที่ธรรมดา กับคนธรรมดาที่มีหัวใจพิเศษ
ถ้าคุณยังไม่เคยบริจาคโลหิต วันนี้อาจเป็นวันที่ดีที่สุดในการเริ่ม เพราะไม่มีใครรู้ว่าวันไหนที่เลือดของคุณจะกลายเป็นชีวิตของคนอื่น
วงการยานยนต์ไม่เคยหยุดนิ่ง… และเราก็เช่นกัน — The Chronicles —
🔵 Facebook → theChronicles.Autos&Sports 🎵 TikTok → @theChronicles.th 🌐 Website → thechronicles.in.th 🐦 X → @theChroniclesTH
#PTG #บริจาคโลหิต #SocialInnovation #CSRไทย #ศิริราช #NIA #อยู่ดีมีสุข #TheChronicles #โลหิตสำรอง #PTGEnergy
































