Home Auto Articles 🏁🔥 “เฮนรี่ ฟอร์ดบอกว่า ‘ไปสอนมันเลย'” — 60 ปีหลังสงครามกับเฟอร์รารี ฟอร์ดประกาศกลับสู่เลอม็อง 2027 พร้อม V8 Coyote...

🏁🔥 “เฮนรี่ ฟอร์ดบอกว่า ‘ไปสอนมันเลย'” — 60 ปีหลังสงครามกับเฟอร์รารี ฟอร์ดประกาศกลับสู่เลอม็อง 2027 พร้อม V8 Coyote และทีมนักแข่งระดับโลก

59
0
ฟอร์ดหวนคืนสู่ เลอม็อง ในปี 2570 เตรียมพัฒนารถแข่งเครื่องยนต์ไฮเปอร์คาร์ พร้อมเผยไลน์อัพทีมแข่งระดับโลก

โดย “ธนคม | The Chronicles


มีประโยคหนึ่งในประวัติศาสตร์มอเตอร์สปอร์ตโลกที่ทุกคนในวงการรู้จัก

“You go to Le Mans and beat his ass.”

Henry Ford II พูดกับ Carroll Shelby หลังจาก Enzo Ferrari ปฏิเสธข้อเสนอซื้อกิจการและทำให้เขาอับอายในปี 2506 — และสี่ปีต่อมา GT40 ก็คว้าแชมป์เลอม็อง ทำลาย Ferrari 6 ปีซ้อน ในการจบสนามแบบ 1-2-3 ที่ยังคงถูกพูดถึงจนถึงวันนี้

ตอนนี้ ในปี 2569 — ฟอร์ดกำลังจะเดินบนเส้นทางเดิมนั้นอีกครั้ง


เลอม็อง — สนามที่ “ชัยชนะ” และ “โศกนาฏกรรม” อยู่เคียงกันเสมอ

ก่อนจะพูดถึงอนาคต ขอเล่าถึงตำนานที่ทำให้เลอม็องเป็นมากกว่าแค่การแข่งขัน

ในปี 2509 ด้วย Henry Ford II นั่งดูอยู่บนอัฒจันทร์ GT40 MK.II คว้าชัยชนะที่เลอม็อง นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ผู้ผลิตรถยนต์อเมริกันชนะการแข่งขันอันโด่งดังนี้ และ GT40 ก็ครองสนามต่อเนื่อง 4 ปีซ้อน ถึงปี 2512

แต่ชัยชนะในปี 2509 มาพร้อมกับเรื่องราวที่ยังถกเถียงกันจนถึงทุกวันนี้ การตัดสินใจให้รถสองคันแรกเข้าเส้นชัยพร้อมกัน “แบบถ่ายรูป” ทำให้ Ken Miles สูญเสียชัยชนะ Overall ที่เขาควรได้รับ — และสองเดือนต่อมา Miles เสียชีวิตขณะทดสอบรถ GT40 รุ่นต่อไปที่ Riverside ด้วยความเร็วสูง

แต่ฟอร์ดไม่ได้หยุด พวกเขากลับมาและชนะที่เลอม็องในปี 2510, 2511 และ 2512

4 แชมป์ติดต่อกัน บนสนามที่โหดที่สุดในโลก


60 ปีต่อมา — ประโยคเดิม พลังงานใหม่

ชัยชนะของ GT40 พิสูจน์ว่าวิศวกรรมและทรัพยากรอเมริกันสามารถแข่งขันกับสุดยอดทีมแข่งจากยุโรปได้ และ GT40 ยังคงเป็นสัญลักษณ์ของความมุ่งมั่นอเมริกันที่ไม่มีวันหมดอายุ

และตอนนี้ — ปี 2570 จะเป็นครั้งแรกที่ Ford Racing กลับสู่การแข่งขันระดับสูงสุดของเลอม็องในรุ่น Hypercar หลังจากห่างหายจากการแข่งขัน Overall มาเกือบ 60 ปี

บิล ฟอร์ด ประธานบริหาร Ford Motor Company กล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า “ฟอร์ดกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของการแสดงสมรรถนะรถในสนามแข่ง เมื่อเราลงแข่ง เราแข่งเพื่อเอาชนะ และไม่มีสนามแข่งหรือการแข่งขันใดที่มีความหมายต่อประวัติศาสตร์ของแบรนด์เรามากไปกว่า เลอม็อง ผมตื่นเต้นมากที่เรากำลังจะกลับไป และลุยไปให้สุด!”


หัวใจใหม่ — V8 Coyote 5.4 ลิตร ที่พัฒนาจากศูนย์ครั้งแรกในประวัติฟอร์ด

นี่คือสิ่งที่วิศวกรรมในวงการ Endurance Racing ทั้งโลกกำลังจับตาดู

Ford เลือกใช้เครื่องยนต์ Coyote V8 ขนาด 5.4 ลิตร แบบไม่มีระบบอัดอากาศ เป็นหัวใจของ Hypercar — เครื่องยนต์ตระกูลเดียวกับที่ขับเคลื่อน Mustang Dark Horse R, GT4 และ GT3 เพื่อสร้างสายเลือดที่ต่อเนื่องจากรถถนนสู่สนามแข่ง

และที่สำคัญที่สุด — นี่คือครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของ Ford ที่เครื่องยนต์สำหรับแข่งขันนี้ได้รับการพัฒนาขึ้นเองทั้งหมดภายในองค์กร โดยทีมงานในเมือง Dearborn ร่วมกับ Red Bull Ford Powertrains เพื่อผสานเทคโนโลยีระบบไฟฟ้าแรงสูงเข้ากับขุมพลัง V8 จากดีทรอยต์

สะพานเชื่อมระหว่าง V8 เสียงดังในปี 2509 กับเทคโนโลยี Hybrid แห่งปี 2570


6 นักแข่ง — รวมตัวจากทุกมุมโลกเพื่อภารกิจเดียว

มาร์ค รัชบรูค ผู้อำนวยการของ Ford Racing กล่าวชัดว่า “เราไม่ได้กลับมาลงสนามเลอม็องในฐานะผู้เข้าร่วม แต่เรากลับมาเพื่อต่อสู้และคว้าชัยชนะระดับโอเวอร์ออล รายชื่อนักแข่งชุดนี้คือรากฐานที่สมบูรณ์แบบสู่เป้าหมายนั้น”

ทัพนักแข่ง 6 คน ที่ Ford Racing ประกาศ:

🇺🇸 เซบาสเตียน พรีโอลซ์ — พิสูจน์ตัวด้วยชัยชนะในรายการ IMSA กับ Mustang GT3 สายเลือดอเมริกันแท้

🇺🇸 ไมค์ “ร็อคกี้” ร็อคเคนเฟลเลอร์ — ตำนานที่ผ่านทุกรูปแบบการแข่งขัน ชนะในรถ Mustang GT3 มาแล้ว

🇺🇸 โลแกน ซาร์เจียนท์ — อดีตนักแข่ง Formula 1 ที่นำเอาความเชี่ยวชาญด้าน Aerodynamics และ Setup มาสู่ทีม และการที่นักแข่งอเมริกันกลับมาที่เลอม็อง คือการยกย่อง Dan Gurney และ A.J. Foyt ที่คว้าแชมป์ให้ Ford ในปี 2510

🇦🇺 แมตต์ แคมป์เบลล์ — แชมป์ทั้ง IMSA และ FIA WEC สัญชาติออสเตรเลีย เป็นผู้นำด้านการพัฒนารถในทีม

🇬🇧 นิค เยลโลลี — แชมป์ LMP2 ที่เลอม็อง Nürburgring 24 ชั่วโมง และ Spa 24 ชั่วโมง มีประสบการณ์เป็น Test Driver และ Simulator Driver ของทีม Formula 1

🇸🇪 ทอม บลอมควิสต์ — แชมป์ IMSA-DPi และ แชมป์ Overall Rolex 24 ที่ Daytona ถึง 2 สมัย ครอบคลุมทั้งรถต้นแบบและ GT

ทั้ง 6 คนจะเริ่มโปรแกรมทดสอบบนสนามแข่งจริงตั้งแต่ เดือนสิงหาคม 2569 ในสนามแข่งต่างๆ ทั่วยุโรป


โลกมอเตอร์สปอร์ตตอบรับ — ด้วยความตื่นเต้นที่ไม่แสร้งทำ

ปิแอร์ ฟิลยง ประธาน ACO ผู้จัดการแข่งขันเลอม็อง กล่าวไว้ชัดเจนว่า “ฟอร์ดเป็นแบรนด์ที่มีความผูกพันใกล้ชิดกับการแข่งขันสุดพิเศษนี้มาโดยตลอด และประวัติศาสตร์ก็แสดงให้เห็นแล้วว่าฟอร์ดไม่ได้ลงแข่งเพื่อเป็นที่สอง”

ริชาร์ด มิลล์ ประธานคณะกรรมาธิการ Endurance ของ FIA กล่าวต่อว่า “ยุคทองของการแข่งรถเอนดูแรนซ์ได้มาถึงแล้ว ณ บัดนี้”

สองประโยคนี้ไม่ใช่ PR — มันคือการประกาศอย่างเป็นทางการจากคนที่ดูแลการแข่งขันนี้มาทั้งชีวิตว่า Ford กลับมาแล้ว และมันจะไม่เหมือนเดิม


วิเคราะห์: ทำไม 2027 คือช่วงเวลาที่สมบูรณ์แบบที่สุดสำหรับ Ford

การกลับมาของ Ford ไม่ใช่แค่ Nostalgia Marketing — มันมีเหตุผลเชิงกลยุทธ์ที่ชัดเจน

ระเบียบ Hypercar Class ของ FIA WEC ที่เริ่มในปี 2564 สร้างสนามแข่งขันที่สมดุลที่สุดในประวัติศาสตร์การแข่ง Endurance — Toyota, Ferrari, Porsche, Cadillac, Peugeot, Alpine, BMW ล้วนแข่งกันในกฎเดียวกัน Ford เข้ามาในจังหวะที่ตลาดกำลัง Prime

และการใช้ V8 Coyote ที่มีรากจาก Mustang — คือการโยง DNA การแข่งขันสู่รถยนต์ที่คนทั่วโลกรู้จักและรัก ไม่ใช่แค่รถแข่งที่สร้างมาเพื่อสนามเพียงอย่างเดียว


เลอม็อง 24 ชั่วโมง 2027 — 14–15 มิถุนายน 2570

จดปฏิทินไว้ได้เลย


—โดย “ธนคม | The Chronicles” —

วงการยานยนต์ไม่เคยหยุดนิ่ง… และเราก็เช่นกัน 🐯 — The Chronicles —

🔵 FacebooktheChronicles.Autos&Sports 🎵 TikTok@theChronicles.th 🌐 Websitethechronicles.in.th 🐦 X@theChroniclesTH


💡 #FordLeMans2027 #FordRacing #FordHypercar #LeMans24 #FIACWEC #เลอม็อง #LoganSargeant #TheChronicles

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here