
เรียบเรียงเขียนเพิ่มโดย: ธนคม the Chronicles

ถ้าถามว่าเจ้าของรถยนต์พลังงานใหม่ BYD คันที่ 130,000 ในไทยคือใคร คำตอบอาจทำเอาหลายคนอมยิ้ม เพราะคือ “คุณอุษา เสมคำ” นักแสดงที่รับบท “อาม่าเหม้งจู” จากหนังทำเงินแห่งปีอย่าง “หลานม่า” นั่นเอง เธอรับมอบ BYD SEALION 5 DM-i ไปเมื่อไม่นานนี้ กลายเป็นภาพแทนที่ลงตัวของสิ่งที่ BYD และ เรเว่ อยากสื่อ นั่นคือรถยนต์พลังงานใหม่ไม่ใช่ของเฉพาะคนรุ่นใหม่หรือสายเทคโนโลยีอีกต่อไป แต่ไปถึงทุกช่วงวัยแล้วจริงๆ
งานนี้ บีวายดี ออโต้ (ประเทศไทย) และ เรเว่ ออโตโมทีฟ จัดใหญ่ ประกาศ 4 หมุดหมายพร้อมกันในวันเดียว ทั้งยอดส่งมอบสะสม 130,000 คัน, โรงงานระยองครบรอบ 2 ปี, พรีเซนเตอร์คนแรกของ SEALION 5 DM-i และรุ่นย่อยใหม่ราคาเบาลง แต่ในฐานะที่ต้องอ่านข่าวประชาสัมพันธ์ให้ทะลุตัวเลข เรามาลองแกะดูกันว่าเบื้องหลังความฉลองนี้ มีอะไรที่น่าจับตามากกว่าที่ประกาศไว้บ้าง

130,000 คัน คือเยอะแค่ไหนกันแน่
ตัวเลข 130,000 คันสะสมตลอด 4 ปีที่ BYD ทำตลาดในไทย ฟังดูยิ่งใหญ่ และก็ยิ่งใหญ่จริงๆ เพราะทำให้ BYD ครองแชมป์ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในไทยต่อเนื่องมาหลายปี แต่สิ่งที่ข่าวประชาสัมพันธ์ไม่ได้บอกตรงๆ คือ ปีนี้สถานการณ์ไม่ได้ราบรื่นเหมือนก่อน
จากข้อมูลที่เราหาเพิ่มเติม เรเว่เปิดเผยว่ายอดขาย 6 เดือนแรกของปี 2569 อยู่ที่ราว 30,000 คัน เติบโต 15% จากปีก่อน แต่นั่นคือเพียงประมาณ 43% ของเป้าหมายทั้งปีที่วางไว้ 70,000 คัน ซึ่งหมายความว่าครึ่งปีหลังต้องเร่งเครื่องหนักกว่าเดิมมากถึงจะไปถึงเป้า สาเหตุหลักที่ผู้บริหารเรเว่ยอมรับตรงๆ คือ “การแข่งขันของอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยเฉพาะบริษัทผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติจีนที่เปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ลงสู่ตลาดรวมถึงการวางตำแหน่งราคาที่แข่งขันกันรุนแรง”
พูดง่ายๆ คือ BYD กำลังโดนแบรนดจีนด้วยกันเองไล่บี้ ไม่ใช่แค่แข่งกับค่ายญี่ปุ่นหรือยุโรปเหมือนเมื่อก่อน นี่แหละคือด่านที่แท้จริงของปีนี้ ไม่ใช่แค่การฉลองความสำเร็จเก่า
โรงงานระยอง 2 ปี ที่ไม่ใช่แค่ตอกตรา Made in Thailand
อีกหมุดหมายที่มีน้ำหนักจริงคือโรงงาน BYD ที่ระยอง ซึ่งเป็นโรงงานแรกของ BYD นอกประเทศจีน ครบรอบ 2 ปีพอดี ลงทุนไปเกือบ 3.5 หมื่นล้านบาท จ้างงานคนไทยกว่า 5,200 อัตรา คิดเป็นสัดส่วนพนักงานไทยถึง 94% และใช้ชิ้นส่วนในประเทศราว 46-50% ของรถทั้งคัน
ตัวเลขพวกนี้สำคัญกว่าที่คิด เพราะมันคือคำตอบของคำถามที่คนไทยมักกังวลเวลาซื้อรถแบรนด์จีน นั่นคือ “ซื้อไปแล้วอะไหล่จะหายากไหม บริษัทจะทิ้งตลาดไปเมื่อไหร่” การที่ BYD ลงทุนสร้างฐานการผลิตจริงจังขนาดนี้ในไทย และยังใช้โรงงานนี้ผลิตเพื่อส่งออกด้วย เป็นสัญญาณว่านี่ไม่ใช่แค่การมาขายรถแล้วไป แต่วางรากเป็นฐานภูมิภาคจริงจัง


SEALION 5 DM-i Standard “ไฟฟ้าที่เติมน้ำมันได้” ในราคาที่เบาลง
รุ่นน้องใหม่ SEALION 5 DM-i Standard ที่ประกาศราคาคาดการณ์ 699,900 บาท คือไม้เด็ดที่เรเว่หวังจะใช้ปิดเกมครึ่งปีหลัง เพราะใช้เทคโนโลยี DM-i หรือปลั๊กอินไฮบริดที่ให้มอเตอร์ไฟฟ้าเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก ส่วนเครื่องยนต์เบนซินทำหน้าที่เสริมเมื่อจำเป็น พูดให้เข้าใจง่ายๆ คือขับแบบรถไฟฟ้าได้ในชีวิตประจำวัน แต่พอไปต่างจังหวัดหรือรถติดนานๆ ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องแบตหมดเหมือนรถ EV ล้วน เพราะเติมน้ำมันได้เหมือนรถทั่วไป ระยะทางรวมสูงสุดถึง 1,180 กม.ต่อการเติม-ชาร์จเต็ม



จุดนี้น่าสนใจเพราะเรเว่เองก็ยอมรับว่ามองเทคโนโลยี DM-i เป็นตัวช่วยหลักของปีนี้ ตั้งเป้าให้สัดส่วนยอดขายจาก DM-i แตะ 40% ของยอดขายรวม สะท้อนว่าจังหวะตลาดตอนนี้ ผู้บริโภคไทยจำนวนไม่น้อยยังไม่พร้อมกระโดดไปใช้ EV ล้วน 100% แต่อยากได้ทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าในการเปลี่ยนผ่าน ซึ่ง DM-i ตอบโจทย์ตรงนี้พอดี

นายเบนสัน เคอ ผู้จัดการทั่วไป บีวายดี ออโต้ (ประเทศไทย) พูดถึงหมุดหมายนี้ไว้ว่า
“การครบรอบ 2 ปีของโรงงานผลิตรถยนต์ บีวายดี ประเทศไทย และการสร้างยอดส่งมอบรถยนต์ BYD และ DENZA สะสมกว่า 130,000 คันในประเทศไทย ถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของการดำเนินธุรกิจของเรา และสะท้อนถึงความเชื่อมั่นและความไว้วางใจที่ผู้บริโภคชาวไทยมอบให้กับบีวายดีตลอดมา”
— คำพูดนี้ฟังดูมั่นใจ แต่ก็ต้องยอมรับว่ามาในจังหวะที่บริษัทเองก็รู้ตัวดีว่าปีนี้ต้องเหนื่อยกว่าเดิมเพื่อรักษาความไว้วางใจนั้นเอาไว้
แคมเปญกระตุ้นยอดที่แรงกว่าที่เคย
เพื่อปิดครึ่งปีหลังให้ทันเป้า BYD และเรเว่จึงออกแคมเปญ “130,000 of Trust, We Reward You” อัดของแถมรวมมูลค่ากว่า 75,000 บาท ทั้งประกันแบตเตอรี่ตลอดชีพฟรี โฮมชาร์จเจอร์ฟรี ประกันภัยชั้น 1 ฟรี และฟิล์มกันความร้อนฟรี สำหรับคนที่ออกรถภายในเดือนกรกฎาคมนี้
ต้องบอกตรงๆ ว่านี่คือแพ็กเกจที่หนักมือกว่าปกติ ซึ่งในมุมหนึ่งเป็นเรื่องดีสำหรับผู้บริโภคที่กำลังมองหารถไฟฟ้าหรือปลั๊กอินไฮบริดอยู่พอดี แต่ในอีกมุมหนึ่งก็สะท้อนว่าตลาดตอนนี้แข่งกันหนักถึงขนาดที่แบรนด์เบอร์ 1 ต้องยอมทุ่มของแถมขนาดนี้เพื่อดันยอดให้ทันเป้า
สรุป
งานฉลอง 4 หมุดหมายของ BYD และเรเว่ครั้งนี้ จึงไม่ใช่แค่การเฉลิมฉลองความสำเร็จเก่าเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการส่งสัญญาณเปิดเกมรุกสำหรับครึ่งปีหลังที่ต้องสู้หนักกว่าเดิม ในตลาดที่ตอนนี้รถยนต์ไฟฟ้าและปลั๊กอินไฮบริดกินส่วนแบ่งเกือบ 30% ของยอดขายรถยนต์รวมทั้งประเทศแล้ว คำถามที่น่าติดตามต่อไปคือ เมื่อคู่แข่งจีนด้วยกันเองแข่งกันดุขนาดนี้ BYD จะรักษาบัลลังก์เบอร์ 1 ที่สร้างมา 4 ปีไว้ได้อีกนานแค่ไหน และดีลของแถมมูลค่า 75,000 บาทครั้งนี้ จะพอดันยอดขายครึ่งปีหลังให้ทันเป้า 70,000 คันได้จริงหรือเปล่า
#BYDThailand #SEALION5DMi #DMi #REVERAutomotive #EVไทย #theChroniclesThailand
วงการยานยนต์ไม่เคยหยุดนิ่ง… และเราก็เช่นกัน — The Chronicles —
🔵 Facebook → theChronicles.Autos&Sports 🎵 TikTok → @theChronicles.th 🌐 Website → thechronicles.in.th 🐦 X → @theChroniclesTH






























