
โดย The Chronicles | Autos & Sports
มีบริษัทจำนวนไม่มากนักในประเทศไทยที่ทำโครงการเพื่อสิ่งแวดล้อมมาต่อเนื่องกว่า 18 ปี โดยไม่หยุด — และยิ่งน้อยกว่านั้นที่ทำได้จริงจนนับต้นไม้ได้เป็นแสนต้น
“รักษ์โลกกับลามิน่า” ครั้งที่ 13 เพิ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2569 ที่ ศูนย์วนวัฒนวิจัยที่ 6 (นครราชสีมา) หน่วยย่อย ต.อุดมทรัพย์ อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา โดยปลูกป่าเพิ่มอีก 30 ไร่ กล้าไม้ 3,000 ต้น พร้อมงบดูแลต่อเนื่องอีก 2 ปี
รวมตัวเลขสะสมตั้งแต่ปี 2551 จนถึงวันนี้ — 580 ไร่ 113,000 ต้น คืนสู่ผืนป่าไทย

ร่วมเปิดแปลงปลูกป่าเพื่อการวิจัยและเรียนรู้ด้านวนวัฒนวิทยา
ไม่ใช่แค่ปลูกแล้วทิ้ง — แต่คือการวิจัยที่จริงจัง
สิ่งที่ทำให้โครงการครั้งที่ 13 นี้ต่างจากการปลูกป่าทั่วไปคือแนวคิด “ปลูกไม้ผสม” ที่ออกแบบโดยนักวิชาการกรมป่าไม้อย่างเป็นระบบ
แปลงวิจัย 30 ไร่นี้ปลูกไม้ 15 ชนิด จัดเป็นคู่ เพื่อศึกษาการเติบโตและความสัมพันธ์ระหว่างกัน ได้แก่:
- มะค่าโมง คู่กับ ประดู่ป่า
- พะยูง คู่กับ ชิงชัน
- พะยอม คู่กับ เคี่ยมคะนอง
- รัง คู่กับ ยางแดง
- ตะเคียนหิน คู่กับ ตะเคียนทอง
- มะริด คู่กับ ยางนา
ทุกต้นมีระยะห่าง 4×4 เมตร จำลองระบบนิเวศแบบธรรมชาติ ภายใต้ร่มเงาไม้พื้นเมืองดั้งเดิมที่มีอยู่ก่อนแล้ว — ไม่ใช่การเปิดพื้นที่แล้วปลูกใหม่ทั้งหมด แต่เป็นการเสริมความหลากหลายให้ระบบนิเวศที่มีอยู่


ตัวเลขที่น่าประทับใจคืออัตราการรอดของต้นไม้ในโครงการสูงถึง 95% ซึ่งสูงกว่าโครงการปลูกป่าทั่วไปมาก และสะท้อนว่าการติดตามดูแลหลังปลูกอย่างต่อเนื่อง 2 ปีนั้นให้ผลที่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ
จาก COVID ถึงการกลับมา — โครงการที่หยุดไม่ได้นานกว่านั้น
หลายคนอาจไม่รู้ว่าโครงการนี้เคย “หยุดพัก” หลังจบครั้งที่ 12 ในปี 2562 เนื่องจาก COVID-19 ที่ทำให้ไม่สามารถจัดกิจกรรมรวมคนกว่า 300 คนได้
การกลับมาในครั้งที่ 13 จึงมีความหมายพิเศษ — มันคือสัญญาณว่า Commitment ของลามิน่าต่อสิ่งแวดล้อมไม่ได้หายไปไหน เพียงแต่รอเวลาที่เหมาะสม
นางสาวจันทร์นภา สายสมร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เทคโนเซล (เฟรย์) จำกัด กล่าวถึงแนวทางของโครงการว่า “ลามิน่าขอเติบโตเคียงคู่สังคมไทย” ซึ่งไม่ใช่แค่สโลแกน แต่คือหลักฐานที่นับต้นไม้ได้ 113,000 ต้น

วิเคราะห์: ทำไมธุรกิจฟิล์มกรองแสงถึงเลือกปลูกป่า?
คำถามที่น่าสนใจคือ — ทำไมบริษัทฟิล์มกรองแสงรถยนต์ถึงทำโครงการปลูกป่ามาต่อเนื่องกว่า 18 ปี?
คำตอบอยู่ในชื่อผลิตภัณฑ์เอง — ฟิล์มกรองแสง ทำหน้าที่ลดความร้อนจากแสงแดดในรถยนต์และอาคาร ซึ่งช่วยลดการใช้พลังงานแอร์ และลดการปล่อยคาร์บอนทางอ้อม ขณะที่ต้นไม้ดูดซับ CO2 โดยตรง — ทั้งสองอย่างเดินไปในทิศทางเดียวกัน

นี่คือความสอดคล้องระหว่างธุรกิจและ CSR ที่ไม่ได้ทำเพื่อ PR แต่เพราะมัน Make Sense จริงๆ ในเชิงปรัชญาองค์กร — และนั่นคือเหตุผลที่โครงการนี้ยืนระยะมาได้ถึงครั้งที่ 13
วงการยานยนต์ไม่เคยหยุดนิ่ง… และเราก็เช่นกัน 🐯 — The Chronicles —
🔵 Facebook → theChronicles.Autos&Sports 🎵 TikTok → @theChronicles.th 🌐 Website → thechronicles.in.th 🐦 X → @theChroniclesTH
































