Home Auto News “MY WEY” กลยุทธ์ที่แท้จริงของ GWM ไม่ใช่แค่ขายรถ แต่คือการซื้อใจเจ้าของ WEY G9 ให้อยู่ยาว

“MY WEY” กลยุทธ์ที่แท้จริงของ GWM ไม่ใช่แค่ขายรถ แต่คือการซื้อใจเจ้าของ WEY G9 ให้อยู่ยาว

47
0
GWM เปิดตัว “MY WEY” คอมมูนิตี้เอกสิทธิ์สำหรับเจ้าของ WEY G9 ประเดิมกิจกรรม MY WEY Exclusive First Meet และมอบสิทธิพิเศษจาก Nikanti Golf Club และโรงแรมในเครือ Hilton Group

เรียบเรียงเขียนเรื่องโดย “ธนคม the Chronicles

ถ้าใครยังมองว่าค่ายรถจีนแข่งกันแค่เรื่องสเปกเยอะราคาถูก ข่าวล่าสุดจาก GWM (Thailand) น่าจะทำให้ต้องคิดใหม่ เพราะสิ่งที่เพิ่งเปิดตัวไปไม่ใช่รถรุ่นใหม่ ไม่ใช่โปรโมชันลดราคา แต่คือ “MY WEY” คอมมูนิตี้เอกสิทธิ์เฉพาะเจ้าของ WEY G9 พร้อมกิจกรรมนำร่อง “MY WEY Exclusive First Meet” ที่ Nikanti Golf Club จังหวัดนครปฐม และสิทธิพิเศษจากโรงแรมเครือ Hilton Group 15 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งถ้าวิเคราะห์ดีๆ นี่คือสัญญาณว่าสนามแข่งของรถหรูพลังงานใหม่ในไทยกำลังเปลี่ยนกติกาไปแล้ว

จากขายรถ สู่ขายความสัมพันธ์ระยะยาว

จุดที่น่าสนใจที่สุดของข่าวนี้ไม่ใช่ตัวรถ แต่คือจังหวะเวลา WEY G9 เพิ่งเปิดตัวในไทยอย่างเป็นทางการเมื่อปลายเดือนพฤศจิกายน 2025 ในราคา 2,349,000 บาท ผ่านมาไม่ถึงปี GWM ก็รีบเดินหน้าสร้างคอมมูนิตี้ให้เจ้าของรถทันที ซึ่งต่างจากแพทเทิร์นเดิมๆ ของหลายแบรนด์ที่มักทุ่มงบทั้งหมดไปกับการตลาดก่อนขาย แล้วปล่อยให้ลูกค้าหลังรับรถต้องพึ่งพาแค่ศูนย์บริการตามมาตรฐานทั่วไป

การลงทุนสร้างคอมมูนิตี้แบบนี้ ในทางการตลาดเรียกว่า “Customer Lifetime Value” หรือการมองลูกค้าหนึ่งคนไม่ใช่แค่ยอดขายครั้งเดียว แต่เป็นความสัมพันธ์ระยะยาวที่ต่อยอดได้ทั้งการซื้อซ้ำ การบอกต่อ และการสร้างภาพลักษณ์แบรนด์ผ่านปากของเจ้าของรถเอง ซึ่งน่าเชื่อถือกว่าโฆษณาทุกรูปแบบ

ทำไมต้องเป็นสนามกอล์ฟ ไม่ใช่โชว์รูมหรือโรงแรมทั่วไป

การเลือก Nikanti Golf Club เป็นสถานที่จัดกิจกรรมแรกไม่ใช่เรื่องบังเอิญ สนามกอล์ฟแห่งนี้ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในสนามกอล์ฟที่มีดีไซน์เฉพาะตัวที่สุดของไทย ตั้งอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ เพียงชั่วโมงเดียว และเป็นสนามที่กลุ่มนักธุรกิจและผู้บริหารระดับสูงนิยมใช้พบปะสังสรรค์ การเลือกสถานที่แบบนี้จึงเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนถึงกลุ่มเป้าหมายของ WEY G9 นั่นคือกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูง ให้ความสำคัญกับไลฟ์สไตล์ ไม่ใช่แค่กลุ่มที่มองหารถ MPV ราคาคุ้มค่าอย่างเดียว

เช่นเดียวกับการจับมือกับโรงแรมเครือ Hilton Group ถึง 15 แห่งทั่วประเทศ เพื่อมอบส่วนลดพิเศษให้เจ้าของ WEY G9 ก็เป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์ไลฟ์สไตล์ระดับพรีเมียมที่จับต้องได้จริง ไม่ใช่แค่คำโฆษณาลอยๆ เพราะสิทธิ์เข้าพักโรงแรมระดับสากลคือสิ่งที่ลูกค้ากลุ่มนี้ใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน ต่างจากของแถมทั่วไปอย่างประกันภัยหรือคูปองล้างรถที่แทบทุกแบรนด์มีเหมือนกันหมด

Hi4 เทคโนโลยีที่อยู่เบื้องหลังความมั่นใจของ WEY G9

อีกเหตุผลที่ GWM กล้าลงทุนสร้างคอมมูนิตี้ให้กับ WEY G9 คือความมั่นใจในตัวเทคโนโลยี Hi4 ที่ติดตั้งอยู่ในรถรุ่นนี้ ระบบขับเคลื่อนไฮบริด 4 ล้ออัจฉริยะนี้ผสานเครื่องยนต์เบนซินเข้ากับมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ทำงานร่วมกับระบบควบคุมแรงบิดอัจฉริยะ iTVC และสามารถสลับโหมดขับเคลื่อนได้ถึง 3 รูปแบบ ทั้งโหมดขยายระยะทาง โหมดขับเคลื่อนแบบขนาน และโหมดขับเคลื่อนโดยตรง เพื่อให้ได้ทั้งอัตราเร่งที่ทรงพลังและอัตราสิ้นเปลืองที่ประหยัด ที่สำคัญคือเทคโนโลยีนี้เพิ่งคว้ารางวัล Grand Prize ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีประจำปี 2025 จากสมาคมวิศวกรยานยนต์แห่งประเทศจีนมาแล้ว ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันว่าไม่ใช่แค่การตลาดที่สวยหรู แต่มีฐานเทคโนโลยีที่ผ่านการยอมรับในระดับอุตสาหกรรมจริง

ขณะที่ในแง่ตัวเลข WEY G9 สามารถขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วนได้ไกลสูงสุด 170 กิโลเมตร ด้วยแบตเตอรี่ขนาด 44.82 kWh ซึ่งเพียงพอสำหรับการใช้งานในเมืองแบบไม่ต้องพึ่งเครื่องยนต์เบนซินเลยในแต่ละวัน พร้อมการรับประกันคุณภาพรถใหม่ 5 ปีหรือ 150,000 กิโลเมตร และรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริดยาวถึง 8 ปีหรือ 180,000 กิโลเมตร ซึ่งเป็นระยะเวลาการรับประกันที่ยาวนานกว่ารถหรูหลายแบรนด์ในตลาดเดียวกัน

สนามแข่งรถหรูไฟฟ้าในไทยกำลังคึกคักกว่าที่คิด

สิ่งที่ทำให้กลยุทธ์ MY WEY น่าจับตามองยิ่งขึ้นไปอีก คือจังหวะที่ตลาดรถหรูพลังงานใหม่ในไทยกำลังคึกคักอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เพราะนอกจาก WEY แล้ว ค่ายจีนรายใหญ่อย่าง BYD ก็เพิ่งเปิดตัวแบรนด์หรู Denza พร้อมรุ่น D9 และ Z9GT ในตลาดไทย ส่วน Zeekr จากเครือ Geely ก็รุกตลาดพรีเมียมด้วยจุดขายเรื่องราคาที่จับต้องได้กว่าค่ายยุโรปแต่ฟีเจอร์จัดเต็มไม่แพ้กัน ทำให้ตลาดรถหรูไฟฟ้าและปลั๊กอินไฮบริดในไทยไม่ได้มีแค่ค่ายยุโรปอย่าง BMW และ Mercedes-Benz แข่งกันเองอีกต่อไป แต่กลายเป็นสมรภูมิที่แบรนด์จีนหลายเจ้าต้องแย่งชิงลูกค้ากลุ่มเดียวกันเอง

ในสถานการณ์แบบนี้ การแข่งขันด้วยสเปกและราคาอย่างเดียวจะเริ่มไม่พอ เพราะเมื่อทุกแบรนด์มีเทคโนโลยีไฮบริดที่ก้าวหน้าใกล้เคียงกัน สิ่งที่จะสร้างความแตกต่างได้จริงคือ “ประสบการณ์หลังการขาย” และความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของคอมมูนิตี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ลอกเลียนแบบได้ยากกว่าสเปกเครื่องยนต์มาก นี่จึงอาจเป็นเหตุผลที่แท้จริงที่ GWM ตัดสินใจเปิดตัว MY WEY ในจังหวะนี้ ไม่ใช่แค่เพื่อดูแลลูกค้าเดิม แต่เพื่อสร้างกำแพงป้องกันคู่แข่งที่กำลังไล่ตามมาติดๆ

เสียงจากผู้บริหาร

เวย์น โจว กรรมการผู้จัดการ GWM (ประเทศไทย) กล่าวถึงความตั้งใจเบื้องหลังการเปิดตัวคอมมูนิตี้นี้ว่า

“เราขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่ให้ความไว้วางใจ WEY G9 และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเติบโตของคอมมูนิตี้ WEY ในประเทศไทย สำหรับเรา MY WEY คือพื้นที่พิเศษที่เชื่อมโยงผู้คนซึ่งมีไลฟ์สไตล์และมุมมองต่อการเดินทางในแบบฉบับเดียวกันให้ได้มาพบปะ แลกเปลี่ยน และสร้างความสัมพันธ์ที่มีคุณค่าร่วมกัน และเราหวังว่า MY WEY จะเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางร่วมกันอย่างมีความหมาย และเป็นสังคมที่สะท้อนความไว้วางใจ ความผูกพัน และประสบการณ์เหนือระดับระหว่างแบรนด์กับลูกค้าทุกคน”

สรุป

การเปิดตัว “MY WEY” จึงไม่ใช่แค่กิจกรรมประชาสัมพันธ์ทั่วไป แต่เป็นการวางหมากระยะยาวของ GWM ในตลาดรถหรูพลังงานใหม่ที่กำลังแออัดขึ้นทุกวัน ท่ามกลางคู่แข่งจีนด้วยกันเองอย่าง Denza และ Zeekr ที่กำลังรุกหนักไม่แพ้กัน คำถามที่น่าติดตามต่อไปคือ เมื่อสเปกและราคาเริ่มไม่ใช่จุดต่างที่เพียงพออีกต่อไป แบรนด์ไหนจะสามารถสร้าง “ความผูกพัน” กับลูกค้าได้ลึกซึ้งและยั่งยืนที่สุด และ MY WEY จะกลายเป็นต้นแบบที่แบรนด์อื่นต้องเดินตามหรือไม่ในปีถัดไป


#GWM #GWMThailand #WEY #WEYG9 #MYWEY #theChroniclesThailand

วงการยานยนต์ไม่เคยหยุดนิ่ง… และเราก็เช่นกัน — The Chronicles —

🔵 Facebook → theChronicles.Autos&Sports 🎵 TikTok → @theChronicles.th 🌐 Website → thechronicles.in.th 🐦 X → @theChroniclesTH

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here