Home Auto News มิตซูบิชิเปิดตัว “ออล-นิว ปาเจโร” ทั่วโลกครั้งแรกที่ไทย ตำนานครอสคันทรี SUV คืนชีพหลังหายไป 5 ปี

มิตซูบิชิเปิดตัว “ออล-นิว ปาเจโร” ทั่วโลกครั้งแรกที่ไทย ตำนานครอสคันทรี SUV คืนชีพหลังหายไป 5 ปี

43
0
มิตซูบิชิ มอเตอร์ส เปิดตัว “ออล-นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร”
รถยนต์ครอสคันทรี เอสยูวี รุ่นเรือธงเจเนอเรชันใหม่ ที่สะท้อนตัวตนแบรนด์อย่างแท้จริง

เรียบเรียงเขียนเรื่องโดย ธนคม the Chronicles Thailand

ตำนานที่หลายคนคิดว่าจบไปแล้วกำลังจะกลับมาอีกครั้ง เพราะมิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น เปิดตัว “ออล-นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร” รถยนต์ครอสคันทรี เอสยูวี โฉมใหม่ระดับโลกอย่างเป็นทางการ พร้อมวางตำแหน่งเป็นรถยนต์รุ่นเรือธงเจเนอเรชันล่าสุดของแบรนด์ และที่สำคัญคือประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นตลาดแรกของโลกที่จะได้สัมผัสรถคันนี้ ก่อนขยายไปญี่ปุ่นและออสเตรเลียภายในปีงบประมาณ 2569 และตามด้วยกว่า 100 ประเทศทั่วโลกตั้งแต่ปีงบประมาณ 2570 เป็นต้นไป ครอบคลุมอาเซียน ลาตินอเมริกา และตะวันออกกลาง

คืนชีพหลังยุติการทำตลาดในต่างประเทศเมื่อปี 2564

ปาเจโรไม่ใช่รถธรรมดา เพราะนับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกในปี 2525 มันคือรุ่นที่พลิกโฉมเซกเมนต์รถครอสคันทรีขับเคลื่อน 4 ล้อ ด้วยการรวมสมรรถนะออฟโรดแท้เข้ากับความสะดวกสบายแบบรถยนต์นั่ง จนกลายเป็นหนึ่งในรถที่ปลุกกระแสรถเพื่อการพักผ่อนและสันทนาการ (RV) ในทศวรรษ 1990 ตลอด 4 เจเนอเรชันที่ผ่านมา ปาเจโรมียอดผลิตสะสมกว่า 3.29 ล้านคัน ครองใจผู้ใช้งานในกว่า 170 ประเทศทั่วโลก ก่อนที่มิตซูบิชิจะยุติการทำตลาดปาเจโรในต่างประเทศไปเมื่อปี 2564 ทำให้การกลับมาครั้งนี้เป็นการคืนชีพหลังหายไปจากตลาดโลกถึง 5 ปีเต็ม

ที่น่าสนใจคือออล-นิว ปาเจโร ผลิตขึ้นที่ฐานการผลิตของมิตซูบิชิในประเทศไทย ซึ่งเป็นฐานการผลิตที่ใหญ่ที่สุดในบรรดาศูนย์การผลิตทั่วโลกของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส และเป็นศูนย์กลางส่งออกรถยนต์มิตซูบิชิไปยังกว่า 120 ประเทศอยู่แล้ว การเลือกไทยเป็นทั้งฐานผลิตและตลาดเปิดตัวแรกของโลกจึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นการตอกย้ำบทบาทของไทยในฐานะหัวใจสำคัญของมิตซูบิชิระดับโลก

ผู้บริหารระดับโลกพูดถึงความหมายของรถคันนี้

มร. เคสุเกะ คิชิอุระ ประธานบริษัทและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า

“ภายใต้วิสัยทัศน์ระยะกลางถึงระยะยาวสู่ปี 2573 เรามุ่งมั่นที่จะยกระดับความพึงพอใจของลูกค้าและเพิ่มมูลค่าขององค์กร ผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์และเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์ ควบคู่ไปกับการตอกย้ำเอกลักษณ์เฉพาะตัวของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ให้โดดเด่นยิ่งขึ้น ออล-นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร ถือเป็นรถยนต์รุ่นแรกที่ถ่ายทอดวิสัยทัศน์นี้ให้เกิดขึ้นจริง ในฐานะรถยนต์รุ่นเรือธง รถยนต์รุ่นนี้จะนำทัพไลน์อัปตระกูลปาเจโรที่จะตามมาในอนาคต รวมถึงรถยนต์ทั้งหมดของเรา โดย ออล-นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร คือรถยนต์ครอสคันทรี เอสยูวี ระดับพรีเมียม ที่ผู้ขับขี่สามารถมั่นใจและพึ่งพาได้ในทุกสถานการณ์ ซึ่งเราจะทยอยเปิดตัวสู่ตลาดต่าง ๆ ทั่วโลก และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าลูกค้าทุกท่านจะตั้งตารอคอยการมาถึงของรถยนต์รุ่นนี้”

ดีไซน์ที่ตีความ “จิตวิญญาณปาเจโร” ใหม่ทั้งคัน

ภายนอกยังคงเอกลักษณ์สัดส่วนตัวถังทรงพลังในแนวตั้งของปาเจโรรุ่นแรก แต่ตีความให้ร่วมสมัยขึ้นด้วยซุ้มล้อขนาดใหญ่และพื้นผิวตัวถังที่มีมิติ ด้านหน้าได้แรงบันดาลใจจาก “เคนโด้” ศิลปะการต่อสู้แบบดั้งเดิมของญี่ปุ่น พร้อมกระจังหน้าให้เลือก 2 แบบคือแบบซี่แนวนอนและลายรังผึ้ง ทั้งสองแบบมาพร้อมไฟหน้าทรงตัว T อันเป็นเอกลักษณ์ ส่วนเสา C ได้แรงบันดาลใจจากโรลบาร์ของปาเจโรรุ่นแรก และโครงสร้างทรงหกเหลี่ยมที่อ้างอิงจากตำแหน่งยางอะไหล่ท้ายรถรุ่นก่อน

ภายในห้องโดยสารโดดเด่นด้วยจอมอนิโทลิธิก (Monolithic Display) ขนาด 14.3 นิ้ว 2 จอเชื่อมกันไร้รอยต่อ พร้อมหน้าจอมัลติมิเตอร์ที่ตีความชุดมาตรวัด 3 ช่องในตำนานให้ทันสมัยขึ้น วัสดุใช้เทคนิคหัตถศิลป์ญี่ปุ่น “คิเมะโคมิ” บนหนังสังเคราะห์คุณภาพสูง พร้อมตะเข็บรูปตัว S ที่ต้องอาศัยฝีมือช่างระดับสูง สีตัวถังไฮไลต์มี 2 เฉดคือ Armor Copper สีทองแดงหนักแน่น และ Phantom Blue สีฟ้าอมเทาสง่างามพร้อมประกายทอง ส่วนภายในเลือกใช้โทนสีน้ำตาลคาเมลตัดกับดำเพื่อความพรีเมียม พร้อมยกระดับการเก็บเสียงด้วยกระจกกันเสียงรบกวน (Acoustic Glass) ทั้งบานหน้าและบานหลัง

ขุมพลังและช่วงล่างที่เน้นออฟโรดแท้แบบปาเจโร

หัวใจสำคัญคือเครื่องยนต์คลีนดีเซล 2.4 ลิตร เทอร์โบแปรผัน VGT ให้แรงบิดสูงสุด 480 นิวตันเมตร จับคู่เกียร์อัตโนมัติ 8 สปีดรุ่นใหม่พร้อมโหมดสปอร์ต วางบนโครงสร้างแชสซีส์แบบแลดเดอร์เฟรมที่เพิ่มสัดส่วนเหล็กกล้าความแข็งแรงสูง ระบบกันสะเทือนหน้าอิสระปีกนกสองชั้นคู่กับหลังคานแข็ง 5-Link ใหม่

ระบบขับเคลื่อนใช้ Super Select 4WD-II (SS4-II) ให้เลือก 4 โหมด ทั้ง 2H, 4H, 4HLc และ 4LLc ทำงานร่วมกับ Super-All Wheel Control (S-AWC) เอกสิทธิ์ของมิตซูบิชิ ควบคุมการกระจายแรงบิดผ่าน Active Yaw Control ระบบป้องกันลื่นไถล ASTC และเบรก ABS พร้อมโหมดขับขี่ 7 รูปแบบ ได้แก่ Normal, Eco, Gravel, Snow, Mud, Sand และ Rock

ด้านมิติตัวรถ ยาว 4,920 มิลลิเมตร กว้าง 1,925 มิลลิเมตร สูง 1,910 มิลลิเมตร ระยะฐานล้อ 2,870 มิลลิเมตร ระยะต่ำสุดจากพื้น 230 มิลลิเมตร มุมไต่ 30.4 องศา มุมคร่อม 22.6 องศา และมุมจาก 25.8 องศา ตัวเลขระดับนี้วางปาเจโรไว้ในกลุ่มเดียวกับคู่แข่งอย่าง Toyota Land Cruiser Prado และ Ford Everest ในตลาดโลก

ความสะดวกสบายและความปลอดภัยครบทุกแถวที่นั่ง

ห้องโดยสาร 3 แถว 7 ที่นั่ง เบาะแถวสองเลื่อนได้ 150 มิลลิเมตรพร้อมพับแบบจังหวะเดียว แอร์อัตโนมัติ 3 โซนแยกอุณหภูมิอิสระ ด้านความปลอดภัยครอบคลุม 360 องศา ทั้งระบบเตือนชนหน้าพร้อมช่วยเบรก (FCM) ระบบคาดการณ์การชน (PFCW) ระบบช่วยเหตุฉุกเฉินเหยียบคันเร่งผิดพลาด (EAPM) ระบบเตือนออกนอกเลน (ELA) ที่ติดตั้งครั้งแรกในปาเจโร และระบบเตือนขณะถอยออกจากช่องจอด (FCTA) พร้อมระบบช่วยขับขี่บนทางหลวง MI-PILOT ที่ทำงานร่วมกับ ACC และ LKA

ปาเจโรยังติดตั้งถุงลม 8 ตำแหน่ง รวมถุงลมกลางระหว่างคู่หน้าเป็นครั้งแรก พร้อมกล้องมองภาพรอบคัน 3 มิติที่มีฟีเจอร์มองใต้ท้องรถสำหรับการขับออฟโรด เชื่อมต่อผ่าน MITSUBISHI CONNECT และเครื่องเสียง Dynamic Sound Yamaha Ultimate ลำโพง 12 ตำแหน่งที่พัฒนาร่วมกับยามาฮ่า คอร์ปอเรชั่น

ทำไมปาเจโรถึงกลับมาตอนนี้ และทำไมต้องเป็นไทย

คำถามที่น่าคิดที่สุดไม่ใช่แค่ “ปาเจโรกลับมาแล้ว” แต่คือ “ทำไมต้องเป็นตอนนี้ และทำไมต้องเป็นไทยก่อนใคร” มิตซูบิชิยุติปาเจโรในต่างประเทศไปเมื่อปี 2564 ท่ามกลางกระแสที่ผู้ผลิตหลายรายเทน้ำหนักไปทาง PPV บนพื้นฐานกระบะและครอสโอเวอร์ยูนิบอดี้มากขึ้น แต่ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เซกเมนต์ SUV แบบแลดเดอร์เฟรมแท้ๆ อย่าง Toyota Land Cruiser Prado และ Ford Everest กลับยังคงขายดีและมีฐานลูกค้าเหนียวแน่น สะท้อนว่าตลาดยังต้องการรถที่ลุยได้จริง ไม่ใช่แค่ SUV ที่ดูดุดันแต่ใช้งานจริงได้แค่ในเมือง การนำปาเจโรกลับมาในจังหวะนี้จึงเหมือนมิตซูบิชิกำลังอ่านเกมตลาดออกว่ายังมีที่ว่างสำหรับรถเรือธงออฟโรดแท้ระดับพรีเมียม

ส่วนเหตุผลที่ไทยได้เป็นทั้งฐานผลิตและตลาดเปิดตัวแรกของโลกก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ เพราะไทยคือฐานการผลิตที่ใหญ่ที่สุดของมิตซูบิชิทั่วโลกอยู่แล้ว และเป็นศูนย์กลางส่งออกไปกว่า 120 ประเทศ การให้เกียรติไทยเป็นตลาดแรกจึงเป็นทั้งการตอบแทนความสำคัญของฐานการผลิตนี้ และเป็นการทดสอบตลาดจริงในประเทศที่มีการแข่งขันดุเดือดที่สุดแห่งหนึ่งของโลกในเซกเมนต์นี้ ก่อนขยายไปตลาดอื่น หากปาเจโรทำผลงานได้ดีในไทย ก็เท่ากับมิตซูบิชิมีเคสยืนยันความสำเร็จพร้อมนำไปใช้ในตลาดที่เหลืออีกกว่า 100 ประเทศ

สำหรับผู้บริโภคไทยที่กำลังมองหา SUV ครอบครัวขนาดใหญ่ระดับพรีเมียมที่ลุยได้จริง คำถามต่อไปคงหนีไม่พ้นเรื่องราคาและตำแหน่งทางการตลาดเทียบกับ Fortuner, Everest, MU-X และ Prado ซึ่งยังต้องรอมิตซูบิชิประกาศรายละเอียดเพิ่มเติมต่อไป

ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมของออล-นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร ได้ที่เว็บไซต์พิเศษ mitsubishi-motors.co.jp/global/en/lineup/pajero/special


วงการยานยนต์ไม่เคยหยุดนิ่ง… และเราก็เช่นกัน — The Chronicles —

🔵 Facebook → theChronicles.Autos&Sports 🎵 TikTok → @theChronicles.th 🌐 Website → thechronicles.in.th 🐦 X → @theChroniclesTH

#MitsubishiPajero #AllNewPajero #มิตซูบิชิปาเจโร #มิตซูบิชิมอเตอร์ส #ยานยนต์ #theChroniclesThailand

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here