Home Auto News ทิพย์รัตน์ ชูทองเจริญกิจ ผจก.ฝ่ายสื่อสารองค์กร กรังด์ปรีซ์ฯ คว้ารางวัล “ฐานันดร ๔” ปี 2569 สะท้อนมาตรฐาน PR วงการยานยนต์ไทย

ทิพย์รัตน์ ชูทองเจริญกิจ ผจก.ฝ่ายสื่อสารองค์กร กรังด์ปรีซ์ฯ คว้ารางวัล “ฐานันดร ๔” ปี 2569 สะท้อนมาตรฐาน PR วงการยานยนต์ไทย

17
0
จัดการฝ่ายสื่อสารองค์กร กรังด์ปรีซ์ฯ รับรางวัลอันทรงเกียรติ “ฐานันดร ๔” ประจำปี ๒๕๖๙ จากสมาคมสมาพันธ์นักข่าวฯ

เรียบเรียงเขียนเรื่องโดย ธนคม — The Chronicles Thailand

ในยุคที่ข่าวปลอมวิ่งไวกว่าความจริง และทุกองค์กรอยากสื่อสารเองผ่านโซเชียลมีเดียโดยไม่ง้อสื่อมวลชน คนที่ยังทำหน้าที่เชื่อมข้อมูลระหว่างองค์กรกับนักข่าวอย่างตรงไปตรงมากลับสำคัญกว่าที่เคยเป็นมา และนี่คือเหตุผลที่รางวัล “ฐานันดร ๔” ยังมีความหมายอยู่เสมอ ล่าสุด นางสาวทิพย์รัตน์ ชูทองเจริญกิจ ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) เข้ารับรางวัลนี้ในสาขาความร่วมมือด้านการประชาสัมพันธ์เพื่อสื่อสารมวลชนดีเด่น ประจำปี 2569 จากสมาคมสมาพันธ์นักข่าว (แห่งประเทศไทย)

“ฐานันดร ๔” คืออะไร ทำไมถึงมีน้ำหนัก

คำว่า “ฐานันดร ๔” มาจากแนวคิด Fourth Estate หรือ “เสาที่ 4 ของสังคมประชาธิปไตย” ถัดจากอำนาจบริหาร นิติบัญญัติ และตุลาการ นั่นคือ สื่อมวลชน ซึ่งทำหน้าที่ตรวจสอบและถ่ายทอดความจริงสู่สาธารณะ รางวัลนี้จัดโดยสมาคมสมาพันธ์นักข่าว (แห่งประเทศไทย) เพื่อยกย่องนักข่าว สื่อมวลชน ตลอดจนองค์กรและบุคคลที่ทำคุณประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติ โดยจัดต่อเนื่องมาแล้วหลายปี กลายเป็นเวทีที่รวมคนจากหลากหลายวงการทั้งสื่อมวลชน นักประชาสัมพันธ์ ข้าราชการ และบุคคลสาธารณะเข้าไว้ด้วยกันทุกปี

พิธีมอบรางวัลปีนี้จัดขึ้นเมื่อวันพุธที่ 9 กันยายน 2569 ณ หอประชุมใหญ่ กรมประชาสัมพันธ์ ถนนพระราม 6 เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร พร้อมมีเวทีเสวนาหัวข้อ “บทบาทสื่อในยุคพลวัต” ซึ่งฟังดูตรงประเด็นมาก เพราะปีนี้เองที่วงการสื่อสารองค์กรต้องปรับตัวหนักที่สุดปีหนึ่ง ทั้งกระแสอินฟลูเอนเซอร์ที่แข่งพื้นที่กับสื่อดั้งเดิม และองค์กรจำนวนมากที่พยายามสื่อสารเองผ่านช่องทางตัวเองมากขึ้นเรื่อยๆ

กรังด์ปรีซ์ฯ ไม่ใช่หน้าใหม่ในวงการสื่อและยานยนต์ไทย

หลายคนอาจคุ้นชื่อ “กรังด์ปรีซ์” จากงาน Bangkok International Motor Show ที่จัดต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2522 และได้รับการรับรองจากองค์กรมอเตอร์โชว์สากล แต่ต้นกำเนิดของบริษัทย้อนไปไกลกว่านั้น เพราะกรังด์ปรีซ์ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่เดือนตุลาคม 2513 ในรูปห้างหุ้นส่วนจำกัด ก่อนจดทะเบียนเป็นบริษัทจำกัดในปี 2525 และแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนในปี 2557 ปัจจุบันธุรกิจครอบคลุมทั้งการจัดงานแสดงสินค้าและกิจกรรมการตลาด สื่อสิ่งพิมพ์และสื่อออนไลน์ด้านยานยนต์และไลฟ์สไตล์ ไปจนถึงธุรกิจรับจ้างพิมพ์ครบวงจร

พูดง่ายๆ คือกรังด์ปรีซ์เป็นหนึ่งในผู้เล่นที่อยู่ทั้งฝั่ง “คนทำสื่อ” และ “คนสื่อสารกับสื่อ” มานานกว่า 5 ทศวรรษ การที่ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารองค์กรของบริษัทได้รับรางวัลด้านความร่วมมือกับสื่อมวลชนโดยเฉพาะ จึงสะท้อนงานที่สั่งสมมานานไม่ใช่แค่ผลงานปีเดียว

เสียงจากผู้ได้รับรางวัล

นางสาวทิพย์รัตน์ ชูทองเจริญกิจ กล่าวถึงความรู้สึกและแนวทางการทำงานหลังรับรางวัลไว้ว่า

“การได้รับรางวัลอันทรงเกียรติ ‘ฐานันดร ๔’ ในสาขาความร่วมมือด้านการประชาสัมพันธ์เพื่อสื่อสารมวลชนดีเด่น ขอขอบพระคุณคณะกรรมการสมาคมสมาพันธ์นักข่าวฯ ทุกท่าน นับเป็นเกียรติและความภาคภูมิใจอย่างยิ่ง และยังเป็นขวัญกำลังใจสำคัญในการดำเนินงานด้านการสื่อสารองค์กรต่อไป สิ่งที่ยึดมั่นมาโดยตลอดคือการทำงานด้วยความถูกต้อง โปร่งใส และรับผิดชอบต่อข้อมูลข่าวสาร โดยมุ่งให้สื่อมวลชนได้รับข้อมูลที่ครบถ้วน และสามารถนำไปเผยแพร่ต่อสาธารณชนได้อย่างถูกต้องและเป็นประโยชน์ พร้อมกันนี้ ขอขอบพระคุณ พี่ๆ น้องๆ สื่อมวลชนทุกท่าน เพราะความร่วมมือและความไว้วางใจจากทุกท่าน เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้การสื่อสารขององค์กรสามารถเข้าถึงประชาชนและสังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพ รางวัลนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงความภาคภูมิใจ แต่เป็นความรับผิดชอบที่จะต้องรักษามาตรฐานการทำงาน ยึดมั่นในจรรยาบรรณของวิชาชีพ และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง รวมถึงรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับสื่อมวลชนทุกแขนง เพื่อให้งานสื่อสารองค์กรสามารถสร้างความเข้าใจ ความเชื่อมั่น และคุณค่าให้กับองค์กร สื่อมวลชน และสังคมได้อย่างยั่งยืน”

คำพูดนี้อ่านผ่านๆ อาจฟังเหมือนคำขอบคุณทั่วไป แต่ประโยคที่น่าสนใจที่สุดคือ “รางวัลนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงความภาคภูมิใจ แต่เป็นความรับผิดชอบ” ซึ่งเป็นมุมที่ตรงประเด็นกว่าการพูดถึงเกียรติยศเฉยๆ เพราะสะท้อนว่าคนทำงานสื่อสารองค์กรที่ดีไม่ได้มองรางวัลเป็นจุดจบ แต่เป็นมาตรฐานที่ต้องรักษาต่อไป

เวทีที่รวมคนดังหลายวงการ

งานนี้ไม่ได้มีแค่คนในวงการสื่อสารองค์กร เพราะมีผู้ทรงคุณวุฒิและบุคคลมีชื่อเสียงจากหลากหลายสายอาชีพเข้าร่วมรับรางวัลเช่นกัน ทั้งอดีตนายตำรวจระดับสูงอย่าง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส และ พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ หรือ “ผู้การแต้ม” ไปจนถึงคนในวงการสื่อและบันเทิงอย่าง สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา (พี่ฉอด) และ อัญชะลี ไพรีรัก ซึ่งบรรยากาศแบบนี้ตอกย้ำว่ารางวัล “ฐานันดร ๔” ไม่ได้จำกัดอยู่แค่วงการข่าวสารเพียงอย่างเดียว แต่ขยายไปถึงคนทำประโยชน์เพื่อสังคมในหลากหลายมิติ

มองในมุม The Chronicles: PR ยุคที่สื่อเปลี่ยนเร็วกว่าที่คิด

หัวข้อเสวนาในงาน “บทบาทสื่อในยุคพลวัต” ชวนให้คิดต่อไปไกลกว่าตัวรางวัล เพราะทุกวันนี้บทบาทของฝ่ายสื่อสารองค์กรไม่ได้จำกัดอยู่แค่การส่งข่าวแจกให้สื่อมวลชนอีกต่อไป แต่ต้องรับมือกับทั้งสื่อดั้งเดิม อินฟลูเอนเซอร์ และผู้บริโภคที่กลายเป็นสื่อได้ด้วยตัวเองผ่านโซเชียลมีเดีย คำถามที่น่าคิดต่อคือ ในโลกที่ข้อมูลไหลเร็วจนบางครั้งความถูกต้องตามไม่ทัน คุณค่าของคนที่ยึดมั่นในความโปร่งใสและความรับผิดชอบต่อข้อมูลแบบที่คุณทิพย์รัตน์พูดถึง จะยิ่งมีความหมายมากขึ้นหรือน้อยลง คำตอบที่ดูจะชัดเจนคือ ยิ่งข้อมูลไหลเร็วและสับสนมากเท่าไหร่ คนกลางที่น่าเชื่อถือระหว่างองค์กรกับสาธารณชนก็ยิ่งขาดไม่ได้มากเท่านั้น

สรุปให้ฟังกันชัดๆ

รางวัล “ฐานันดร ๔” ที่คุณทิพย์รัตน์ได้รับในปีนี้ อาจเป็นแค่โล่หนึ่งใบบนเวทีหนึ่งคืน แต่เบื้องหลังคือการทำงานสื่อสารองค์กรที่ต้องอาศัยความไว้ใจสะสมมาต่อเนื่องหลายปี ในยุคที่ทุกคนพูดได้ ทุกคนเป็นสื่อได้ คนที่ยังยึดความถูกต้องและความโปร่งใสเป็นหลักการทำงาน คือคนที่ทำให้วงการสื่อสารมวลชนไทยยังเดินหน้าต่อไปได้อย่างมีมาตรฐาน

วงการยานยนต์ไม่เคยหยุดนิ่ง… และเราก็เช่นกัน


#ฐานันดร4 #กรังด์ปรีซ์ #GrandPrixInternational #สมาคมสมาพันธ์นักข่าว #PRยานยนต์ #BangkokMotorShow #theChroniclesThailand

วงการยานยนต์ไม่เคยหยุดนิ่ง… และเราก็เช่นกัน — The Chronicles —

🔵 Facebook → theChronicles.Autos&Sports 🎵 TikTok → @theChronicles.th 🌐 Website → thechronicles.in.th 🐦 X → @theChroniclesTH


อ้างอิง:

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here