
เรียบเรียงเขียนเรื่องโดย ธนคม — The Chronicles Thailand
ย้อนกลับไปช่วงกลางปี 2566 Hyundai Staria เคยเป็นเจ้าตลาดรถตู้ MPV 11 ที่นั่งของไทยแบบขาดลอย กวาดส่วนแบ่งตลาดไปได้ถึง 53-60% ในบางเดือน แต่พอมาถึงไตรมาสแรกของปี 2569 สนามรบกลับพลิกโฉมไปคนละเรื่อง เพราะ Toyota Alphard/Vellfire ขึ้นมาครองบัลลังก์ด้วยส่วนแบ่งเกือบ 26% ขณะที่แบรนด์ไฟฟ้าจีนอย่าง ZEEKR 009, XPENG X9 และ DENZA D9 แห่กันเข้ามาแย่งพื้นที่จนรวมกันมีส่วนแบ่งกว่า 28% ทิ้งให้ Hyundai Staria หล่นไปอยู่อันดับ 8 ด้วยส่วนแบ่งเพียง 5.1% เท่านั้น



นี่คือบริบทที่ทำให้การเปิดตัว Hyundai new STARIA Hybrid เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา ไม่ใช่แค่การอัปเกรดสินค้าในไลน์อัปตามปกติ แต่เป็นการเดินเกมกลับเข้าสู่สมรภูมิที่ตัวเองเคยเป็นเจ้าตลาด ด้วยไม้ตายที่ไม่มีใครในตลาดตอนนี้มี นั่นคือ MPV 11 ที่นั่งขุมพลัง Hybrid คันแรกและหนึ่งเดียวในไทย
จากดีเซลสู่ไฮบริด ทำไมต้องเปลี่ยนตอนนี้
บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศเปิดตัว The new STARIA Hybrid ภายใต้สโลแกน “11-seater Hybrid. Ready for Every Mission รถไฮบริด 11 ที่นั่ง พร้อมสำหรับทุกภารกิจ” โดยยกระดับ STARIA จากขุมพลังดีเซลที่ลูกค้าคุ้นเคย มาสู่ระบบขับเคลื่อน Turbo Hybrid เป็นครั้งแรก พร้อมชูจุดขายเรื่องพื้นที่ใช้สอย ความสะดวกสบาย และความอเนกประสงค์ที่ STARIA มีอยู่แล้วให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
จุดที่น่าสนใจคือการเลือกใช้คำว่า “ครั้งแรกและหนึ่งเดียวในตลาดไทย” ซึ่งไม่ใช่การพูดเกินจริง เพราะในตลาด MPV ขนาดใหญ่ 11 ที่นั่งของไทยตอนนี้ ยังไม่มีคู่แข่งรายไหนทำรถระดับนี้ในเวอร์ชัน Hybrid ออกมาขายจริง ทำให้ฮุนไดกลายเป็นเจ้าของพื้นที่ตลาดใหม่ที่ยังไม่มีใครแข่งด้วยโดยอัตโนมัติ อย่างน้อยก็ในช่วงแรก
เจาะสเปค Turbo Hybrid 242 แรงม้า ประหยัดสูงสุด 17.2 กม./ลิตร

หัวใจของ The new STARIA Hybrid คือระบบขับเคลื่อน Turbo Hybrid ที่ผสานเครื่องยนต์เบนซิน 1.6 ลิตร T-GDI Turbo กำลังสูงสุด 178 แรงม้า เข้ากับมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุด 72 แรงม้า และแบตเตอรี่ไฮบริดขนาด 1.49 kWh ให้กำลังรวมสูงสุด 242 แรงม้า ที่ 5,600 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 367 นิวตัน-เมตร ตั้งแต่ 1,000-4,100 รอบต่อนาที ส่งกำลังสู่ล้อหน้า
ตัวเลขที่น่าสนใจคือแรงบิดที่มาต่อเนื่องตั้งแต่รอบต่ำ ซึ่งสำหรับรถ MPV ขนาดใหญ่ที่มักบรรทุกทั้งผู้โดยสารเต็มคันและสัมภาระจำนวนมาก การมีแรงบิดมาไวตั้งแต่รอบต่ำมีความหมายมากกว่าตัวเลขแรงม้าสูงสุดเสียอีก เพราะช่วยให้ออกตัวและเร่งแซงได้มั่นใจโดยไม่ต้องรอรอบเครื่องขึ้นสูง ขณะเดียวกันระบบ Hybrid ก็ช่วยให้อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงอยู่ที่สูงสุด 17.2 กิโลเมตรต่อลิตรตามมาตรฐาน NEDC ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่ดีมากสำหรับรถขนาดตัวถังยาวกว่า 5.2 เมตร ช่วงล่างด้านหน้าแบบ MacPherson Strut และด้านหลังแบบ Multi-link ให้สมดุลระหว่างความมั่นคงและความนุ่มนวล เสริมด้วยพวงมาลัยเพาเวอร์ไฟฟ้าและดิสก์เบรกพร้อมช่องระบายความร้อนทั้งหน้าหลัง
11 ที่นั่งเต็มพื้นที่ พร้อมเทคโนโลยี e-Motion Drive

ตัวถังของ The new STARIA Hybrid ยาว 5,253 มม. กว้าง 1,997 มม. สูง 1,990 มม. ระยะฐานล้อ 3,273 มม. ให้พื้นที่ห้องโดยสารรองรับผู้โดยสารได้ถึง 11 ที่นั่ง ตอบโจทย์ทั้งครอบครัวขนาดใหญ่ สมาชิกหลายเจเนอเรชัน การเดินทางเป็นกลุ่ม ไปจนถึงการใช้งานเพื่อธุรกิจ พร้อมเบาะ Premium Comfort Seat และพนักพิงศีรษะดีไซน์ใหม่สำหรับผู้โดยสารแถวที่ 2 และ 3 เสริมความสะดวกด้วย Smart Power Sliding Door ประตูสไลด์ไฟฟ้าทั้งสองด้าน Smart Power Tailgate ระบบปรับอากาศแยกโซนหน้า-หลัง ม่านบังแดดตอนหลัง เบาะคนขับปรับไฟฟ้าพร้อมระบบดันหลัง จุดยึดเบาะเด็ก ISOFIX 4 จุด ระบบเกียร์ Shift-by-Wire และเบรกมือไฟฟ้าพร้อม Auto Hold




ด้านเทคโนโลยีมาพร้อมจอ Infotainment คู่ขนาด 12.3 นิ้ว รองรับ Wireless Apple CarPlay และ Android Auto พร้อม Hyundai Bluelink สั่งงานรถผ่านแอปพลิเคชัน ช่องชาร์จ USB Type-C 7 จุด Surround View Monitor เซนเซอร์กะระยะรอบคัน Wireless Charger และระบบเสียงพรีเมียม BOSE 12 ตำแหน่ง
จุดที่ทำให้ STARIA Hybrid ต่างจาก MPV ไฮบริดทั่วไปคือระบบ e-Motion Drive ที่ประสานการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้ากับสมองกล ECU เพื่อยกระดับความนุ่มนวลและความแม่นยำในการควบคุม แบ่งเป็น 4 ระบบย่อย ได้แก่ e-Ride ลดการสั่นและโยนตัว, e-Handling เพิ่มความแม่นยำเข้าโค้ง, e-EHA เสริมการควบคุมจังหวะหักหลบฉุกเฉิน และ e-Traction เพิ่มการยึดเกาะและเสถียรภาพ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ปกติจะเห็นในรถยนต์นั่งสมรรถนะสูงมากกว่ารถตู้ MPV ขนาดใหญ่
SmartSense 15 ระบบ ความปลอดภัยจัดเต็มทุกภารกิจ

The new STARIA Hybrid ติดตั้ง Hyundai SmartSense เทคโนโลยีช่วยขับขี่และความปลอดภัยอัจฉริยะมากถึง 15 ระบบ ครอบคลุมตั้งแต่ Smart Cruise Control with Stop & Go, Forward Collision-Avoidance Assist ทั้งแบบทั่วไปและแบบรองรับทางแยก (FCA-JT), Lane Keeping Assist และ Lane Following Assist, Blind-Spot Collision-Avoidance Assist พร้อม Blind-Spot View Monitor, Rear Cross-Traffic Collision-Avoidance Assist, High Beam Assist, Safe Exit Assist, Driver Attention Warning, Leading Vehicle Departure Alert, Manual Speed Limit Assist และ Rear Occupant Alert เสริมด้วยระบบความปลอดภัยพื้นฐานอย่าง ABS, Electronic Stability Control, Hill-start Assist Control, Multi-Collision Braking, Crosswind Stability Control และ TPMS
สำหรับรถที่ต้องรับผิดชอบชีวิตคนได้มากถึง 11 คนต่อเที่ยว การใส่ระบบความปลอดภัยระดับนี้ไม่ใช่ของเล่นเสริม แต่เป็นมาตรฐานที่ควรจะเป็นมาตั้งนานแล้วสำหรับรถประเภทนี้
เสียงจากผู้บริหารฮุนได

นายเจ กิว จอง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงที่มาของการพัฒนารุ่นนี้ว่า
“ตลอดระยะเวลากว่า 30 ปี ฮุนไดได้สร้างฐานลูกค้าและความเชื่อมั่นในตลาดรถยนต์ MPV ของประเทศไทยผ่าน Hyundai H-1 ซึ่งได้รับการยอมรับจากทั้งกลุ่มครอบครัวและผู้ประกอบการ ด้วยจุดเด่นด้านพื้นที่ ความอเนกประสงค์ และความสะดวกสบาย สิ่งที่เราได้เรียนรู้จาก H-1 คือ ลูกค้าชาวไทยให้ความสำคัญกับรถที่ใช้งานได้จริง และตอบโจทย์ชีวิตในหลายรูปแบบ ซึ่งเราได้นำความเข้าใจนี้มาต่อยอดสู่ STARIA พร้อมให้ความสำคัญกับการรับฟังเสียงของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านความสะดวกสบาย ประสิทธิภาพการใช้พลังงาน เทคโนโลยี และความสามารถในการรองรับรูปแบบการใช้งานที่หลากหลายมากขึ้น”
“The new STARIA Hybrid จึงเป็นอีกก้าวสำคัญในการต่อยอดความแข็งแกร่งของฮุนไดในตลาด MPV ด้วยการนำจุดเด่นของ STARIA Diesel ที่ลูกค้าคุ้นเคย ทั้งห้องโดยสารกว้างขวาง 11 ที่นั่ง มอบความสะดวกสบาย และความอเนกประสงค์ ด้วยเบาะที่นั่ง Premium Comfort Seat และพนักพิงศีรษะดีไซน์ใหม่ สำหรับผู้โดยสารแถวที่ 2 และ 3 ผสานกับระบบขับเคลื่อน Hybrid ที่ให้ทั้งสมรรถนะแรง แต่ประหยัดน้ำมัน พร้อมเทคโนโลยี Hyundai Bluelink แอปพลิเคชันสั่งงานรถแค่ปลายนิ้ว และเทคโนโลยีช่วยขับขี่ และความปลอดภัยอัจฉริยะ Hyundai SmartSense เพื่อให้ลูกค้าไม่ต้องเลือกระหว่างรถที่รองรับสมาชิกได้ครบ รถที่ขับสบาย หรือรถที่ช่วยเพิ่มความคุ้มค่าในการใช้งาน เพราะ The new STARIA Hybrid รวมทุกคุณสมบัติเหล่านี้ไว้ในรถคันเดียว พร้อมรองรับทั้งการเดินทางของครอบครัว ทริประยะไกล และการใช้งานเพื่อธุรกิจได้อย่างลงตัว”

ด้าน นายวัลลภ เฉลิมวงศาเวช กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด ขยายความถึงกลุ่มเป้าหมายและจุดยืนของรถรุ่นนี้ว่า
“การเปิดตัว The new STARIA Hybrid ริเริ่มมาจากความเข้าใจลูกค้าที่ต้องการรถที่พร้อมรองรับการใช้งานหลากหลายรูปแบบ เพื่อบรรลุภารกิจที่สำคัญในแต่ละวัน โดยเป็นกลุ่มเป้าหมายที่มีครอบครัวใหญ่ มีสมาชิกหลากหลายเจเนอเรชัน และสามารถขับเคลื่อนความสุขของสมาชิกทุกคนในครอบครัวไปพร้อม ๆ กันได้ในรถคันเดียว สำหรับรถ MPV ขนาดใหญ่ 11 ที่นั่ง ที่ต้องรองรับทั้งผู้โดยสารและสัมภาระ วันนี้ ทางฮุนได จึงนำเสนอทางเลือกใหม่ ด้วยขุมพลัง Turbo Hybrid ช่วยให้การออกตัวและการเร่งแซงมีการตอบสนองที่มั่นใจ ขณะเดียวกันยังให้ความนุ่มนวลเมื่อขับขี่ในเมือง และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพเมื่อเดินทางระยะไกล จึงเหมาะทั้งกับการใช้งานของครอบครัวและธุรกิจ เราต้องการให้ Hyundai new STARIA Hybrid เป็นครั้งแรก และหนึ่งเดียวในไทยของรถไฮบริด 11 ที่นั่ง ที่ตอบโจทย์ครอบครัวที่มีสมาชิกหลายเจเนอเรชัน และไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย ที่สามารถใช้ได้ในทุก ๆ วัน ไม่ว่าภารกิจนั้นจะเป็นการเดินทางระยะสั้น การเดินทางพร้อมสมาชิกเต็มคัน หรือการใช้งานต่อเนื่องตลอดทั้งวัน”
“จุดสำคัญของ The new STARIA Hybrid คือการทำให้ลูกค้าไม่ต้องเลือกระหว่างความอเนกประสงค์กับประสิทธิภาพ รถคันนี้ให้กำลังสูงสุด 242 แรงม้า และแรงบิด 367 นิวตัน-เมตร ขณะเดียวกันยังให้อัตราความสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงสูงสุด 17.2 กิโลเมตรต่อลิตร พร้อมยกระดับภาพลักษณ์ให้ทันสมัยและพรีเมียมยิ่งขึ้นด้วยดีไซน์ภายนอกใหม่ โดดเด่นด้วยกระจังหน้าและกันชนหน้าโฉมใหม่ พร้อมไฟท้าย Parametric Pixel LED เมื่อรวมกับ Hyundai SmartSense 15 ระบบ พื้นที่ห้องโดยสารขนาดใหญ่ ภายในเบาะที่นั่ง Premium Comfort Seat และพนักพิงศีรษะดีไซน์ใหม่ ให้มีความสบายยิ่งขึ้น และอุปกรณ์ที่ออกแบบมาเพื่อความสะดวกของผู้โดยสาร เราเชื่อว่า The new STARIA Hybrid มีความพร้อมที่จะเป็นรถหลัก สำหรับทั้งครอบครัวและธุรกิจ และรองรับทุกภารกิจได้อย่างแท้จริง”
ราคาและข้อเสนอพิเศษ


The new STARIA Hybrid มีให้เลือก 2 รุ่น ได้แก่ รุ่น Modern ราคา 2,099,000 บาท และรุ่น Premium ราคา 2,399,000 บาท พร้อมสีภายนอก Creamy White, Abyss Black Pearl และสีใหม่ Galaxy Maroon Pearl เฉพาะรุ่น Premium จับคู่ห้องโดยสารสี Obsidian Black
ในโอกาสเปิดตัว ฮุนไดมอบแพ็กเกจพิเศษ STARIA Hybrid Privilege Package สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถระหว่างวันที่ 10 กันยายน – 31 ตุลาคม 2569 ได้แก่ อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 1.69% ประกันภัยชั้นหนึ่งและ พ.ร.บ. นาน 1 ปี บริการ Hyundai Smart Care ครอบคลุมค่าแรงและค่าอะไหล่บำรุงรักษาตามระยะนาน 5 ปีหรือ 50,000 กิโลเมตร การรับประกันคุณภาพรถยนต์ 5 ปีหรือ 100,000 กิโลเมตร สิทธิ์ขยายการรับประกันภายใต้โปรแกรม myHyundaiCare PLUS สูงสุด 7 ปีหรือ 150,000 กิโลเมตร การรับประกันแบตเตอรี่แรงดันสูง 8 ปีหรือ 160,000 กิโลเมตร บริการช่วยเหลือฉุกเฉินนาน 5 ปี และส่วนลดเพิ่มเติม 20,000 บาทสำหรับลูกค้ากลุ่ม Hyundai Family
วิเคราะห์ตลาด MPV ไทย เกมที่เปลี่ยนไปแล้วจากหน้ามือเป็นหลังมือ
ถ้าย้อนดูตัวเลขตลาด MPV-VAN ประตูสไลด์ในไตรมาสแรกของปี 2569 จากยอดจดทะเบียนรวม 5,098 คัน จะเห็นภาพที่ต่างจากเมื่อ 2-3 ปีก่อนอย่างสิ้นเชิง Toyota Alphard/Vellfire ครองอันดับ 1 ด้วย 1,320 คัน คิดเป็น 25.9% ตามมาด้วย Nissan Serena ที่ 730 คัน (14.3%) ส่วนอันดับ 3, 4 และ 6 กลับเป็นของแบรนด์ไฟฟ้าจีนล้วนๆ ทั้ง ZEEKR 009 (621 คัน, 12.2%) XPENG X9 (472 คัน, 9.3%) และ DENZA D9 (361 คัน, 7.1%) ขณะที่ Hyundai Staria รุ่นเดิมหล่นไปอยู่อันดับ 8 ด้วยเพียง 262 คัน หรือ 5.1% เท่านั้น ต่ำกว่า KIA Carnival ที่เป็นคู่แข่งสายเลือดเกาหลีด้วยกันเสียอีก
ตัวเลขนี้บอกอะไรได้หลายอย่าง อย่างแรกคือตลาด Luxury MPV ไทยกำลังแตกออกเป็นสองขั้วชัดเจน ฝั่งหนึ่งคือกลุ่มที่ยึดติดกับสถานะทางสังคมและความน่าเชื่อถือของแบรนด์ญี่ปุ่นอย่าง Alphard ที่คนไทยมองเป็นสัญลักษณ์ความสำเร็จมานาน อีกฝั่งคือกลุ่มที่กล้าเปิดรับเทคโนโลยีใหม่และแบรนด์จีนที่มาพร้อมออปชันแน่นและราคาที่แข่งขันได้ ซึ่งขยายตัวเร็วมากในเวลาไม่ถึง 2 ปี จนแซงหน้า Hyundai และ KIA ที่เคยเป็นตัวเลือกยอดนิยมของกลุ่มกลางไปแล้ว
คำถามที่น่าสนใจคือ แล้ว STARIA Hybrid จะไปยืนตรงไหนในสมรภูมิที่แบ่งขั้วชัดขนาดนี้ คำตอบที่ฮุนไดดูจะเลือกเดินคือการไม่ไปแข่งกับ Alphard ในเกมสถานะทางสังคม และไม่ไปแข่งกับรถไฟฟ้าจีนในเกมสเปกและราคาล้วนๆ แต่เลือกยืนตรงกลางในจุดที่ยังไม่มีใครยืนอยู่ นั่นคือกลุ่มลูกค้าที่อยากได้ความประหยัดน้ำมันและสมรรถนะที่ดีขึ้นแบบรถไฟฟ้า แต่ยังไม่พร้อมพึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานการชาร์จที่ยังไม่ครอบคลุมทั่วประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจรถเช่าและรถรับส่งที่ต้องวิ่งงานต่อเนื่องทั้งวันโดยไม่มีเวลาหยุดชาร์จนานๆ
พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป จากรถครอบครัวสู่เครื่องมือทำมาหากิน
อีกมุมที่น่าพูดถึงคือฐานลูกค้าของ Hyundai H-1 และ Staria ในไทยไม่ได้มีแค่ครอบครัวใหญ่เพียงอย่างเดียว แต่กลุ่มก้อนใหญ่มากคือธุรกิจรถตู้ VIP รับส่งสนามบิน รถทัวร์นำเที่ยว และรถรับส่งองค์กร ที่มองรถ MPV เป็นเครื่องมือทำมาหากินมากกว่าของแสดงฐานะ กลุ่มนี้ให้น้ำหนักกับต้นทุนการใช้งานระยะยาว ค่าน้ำมัน และความน่าเชื่อถือของเครื่องยนต์มากกว่าหน้าตาหรูหราเพียงอย่างเดียว การที่ STARIA Hybrid ประหยัดน้ำมันได้มากขึ้นแบบมีนัยสำคัญ จึงเป็นตัวเลขที่พูดเข้าไปถึงกระเป๋าเงินของผู้ประกอบการกลุ่มนี้โดยตรง



ขณะเดียวกัน สังคมไทยที่ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเต็มรูปแบบ และครอบครัวที่อยู่ร่วมกันหลายเจเนอเรชันมากขึ้น ก็เป็นอีกแรงหนุนที่ทำให้ตลาด MPV ขนาดใหญ่ไม่ได้แคบลงอย่างที่หลายคนคาดตามภาพรวมยอดขายรถยนต์ปกติที่ชะลอตัว เพราะรถประเภทนี้ตอบโจทย์การเดินทางพร้อมกันของสมาชิกครอบครัวหลายวัยได้ดีกว่ารถเก๋งหรือ SUV ทั่วไป
สรุปให้ฟังกันชัดๆ
การเปิดตัว The new STARIA Hybrid ไม่ใช่แค่การเพิ่มออปชันเครื่องยนต์ให้ลูกค้าเลือก แต่เป็นการนับหนึ่งใหม่ของฮุนไดในตลาด MPV ไทยที่ตัวเองเคยครองแชมป์แล้วเสียตำแหน่งไปให้ทั้ง Toyota และคลื่นรถไฟฟ้าจีน ด้วยไพ่ใบที่ยังไม่มีใครในตลาดมี นั่นคือ Hybrid 11 ที่นั่งคันแรกและหนึ่งเดียว ต้องรอดูกันต่อไปว่าตัวเลขยอดขายในไตรมาสถัดไปจะพา Hyundai Staria กลับขึ้นมาอยู่ในครึ่งบนของตารางได้อีกครั้งหรือไม่ แต่ที่แน่ๆ คือเกมในตลาด MPV ไทยตอนนี้สนุกกว่าที่เคยเป็นมาหลายปีแล้ว
วงการยานยนต์ไม่เคยหยุดนิ่ง… และเราก็เช่นกัน
#HyundaiSTARIA #STARIAHybrid #ฮุนได #MPVไทย #ตลาดรถยนต์ไทย #รถตู้ไฮบริด #theChroniclesThailand
วงการยานยนต์ไม่เคยหยุดนิ่ง… และเราก็เช่นกัน — The Chronicles —
🔵 Facebook → theChronicles.Autos&Sports 🎵 TikTok → @theChronicles.th 🌐 Website → thechronicles.in.th 🐦 X → @theChroniclesTH
หมายเหตุกองบรรณาธิการ: บทความนี้เรียบเรียงจากข่าวประชาสัมพันธ์ของบริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด ลงวันที่ 10 กันยายน 2569 โดยคงคำให้สัมภาษณ์ของนายเจ กิว จอง และนายวัลลภ เฉลิมวงศาเวช ไว้ครบถ้วนตามต้นฉบับ ประกอบกับข้อมูลยอดจดทะเบียนตลาด MPV-VAN และบริบทการแข่งขันจากแหล่งอ้างอิงสาธารณะด้านล่าง
อ้างอิง:
- ยอดจดทะเบียน รถ MPV-VAN ประตูสไลด์ ไตรมาส 1 ปี 2569 — Autolifethailand.tv
- เจาะตลาด Luxury MPV น่านน้ำการแข่งขันใหม่ แบรนด์จีนแห่โดดร่วมวง — Autolifethailand.tv
- Sales Report ยอดขาย VAN-MPV เดือนพฤษภาคม 2566 Hyundai Staria อันดับ 1 ส่วนแบ่งตลาด 60.3% — Autolifethailand.tv
- Hyundai H1 รถตู้ MPV ยอดนิยมที่ครองใจคนไทยนานถึง 10 ปี — Roddonjai






























