The Chronicles

“ออล นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร” คืนชีพตำนาน 44 ปี! เปิดตัวไทยเป็นประเทศแรกของโลก ราคาเริ่ม 1.499 ล้าน — เกมเดิมพันครั้งใหญ่ของมิตซูบิชิ

“ออล นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร” รถยนต์พรีเมียม เอสยูวี แฟล็กชิปเจเนอเรชันใหม่ เปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทย พร้อม “AMBASSADOR PROGRAM PACKAGE” สัมผัสความเหนือระดับก่อนใคร ด้วยราคาและข้อเสนอพิเศษ ถึง 31 ธันวาคมนี้เท่านั้น!

เรียบเรียงเขียนเรื่อง:โดย ธนคม the Chronicles Thailand


ถ้าคุณเป็นคอรถรุ่นเก๋า ชื่อ “ปาเจโร” ไม่ใช่แค่ชื่อรุ่นรถ แต่คือภาพจำของเอสยูวีที่ตะลุยทะเลทรายดาการ์ แรลลี่ คือรถที่ใครขับก็ดูเป็น “ผู้ใหญ่” และคือรถที่หายไปจากโชว์รูมจนหลายคนคิดว่าคงไม่ได้เห็นอีกแล้ว

แต่วันนี้ ตำนานกลับมาแล้ว และที่น่าตื่นเต้นกว่านั้น คือมันกลับมา “ที่ไทยก่อนใครในโลก”

19 ตุลาคม 2569 บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศเปิดตัว “ออล นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร” รถยนต์พรีเมียมเอสยูวี แฟล็กชิปเจเนอเรชันใหม่ อย่างเป็นทางการ ภายใต้คอนเซปต์ “Live Masterpiece นิยามใหม่ของความหรูหราในทุกการเดินทาง” นับเป็น ปาเจโรรุ่นที่ 5 ที่สานต่อมรดกกว่า 44 ปี พร้อมแพ็กเกจเปิดตัว “AMBASSADOR PROGRAM PACKAGE” ราคาพิเศษเริ่มต้น 1,499,000 บาท สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถถึง 31 ธันวาคม 2569 เท่านั้น

มิตซูบิชิวางหัวใจของรถรุ่นนี้ไว้ 3 แกน คือ ความเหนือระดับ (Prestige) ความมั่นใจในการขับขี่ (Confidence) และ ความสะดวกสบาย (Comfort) เพื่อให้รถคันเดียวรับได้ทั้งชีวิตในเมืองวันทำงาน และการออกไปท่องโลกกว้างในวันหยุด

ผู้บริหารเปิดใจ: ไทยไม่ใช่แค่ตลาด แต่คือ “บ้านเกิด” ของปาเจโรรุ่นใหม่

คำพูดของ มร. เรียวอิจิ อินาบะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด คือหัวใจที่บอกว่าทำไมการเปิดตัวครั้งนี้ถึงสำคัญกับประเทศไทยมากกว่ารถรุ่นใหม่ทั่วไป

“ออล นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร เป็นมากกว่ารถยนต์พรีเมียม เอสยูวี แฟล็กชิปเจเนอเรชันใหม่ แต่เป็นการสืบทอดตำนานไอคอนิกของปาเจโรที่ครองใจผู้คนทั่วโลกมายาวนานกว่า 4 ทศวรรษ พร้อมยกระดับของแบรนด์ใหม่ให้ตอบรับความคาดหวังของลูกค้าในยุคปัจจุบัน โดยเรามีความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ประเทศไทยมีบทบาทสำคัญในฐานะฐานการผลิตหลักและศูนย์กลางการส่งออกเชิงยุทธศาสตร์ อีกทั้งยังเป็นตลาดแรกของโลกที่วางจำหน่ายรถยนต์รุ่นนี้ ก่อนขยายสู่ประเทศญี่ปุ่นและออสเตรเลียภายในปีงบประมาณ 2569 และมีแผนทำตลาดในกว่า 100 ประเทศทั่วโลก ครอบคลุมภูมิภาคอาเซียน ลาตินอเมริกา และตะวันออกกลาง ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2570 เป็นต้นไป

ตลอดระยะเวลา 65 ปีของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ได้สั่งสมประสบการณ์และความเข้าใจในวิถีชีวิต ความต้องการของลูกค้า ตลอดจนสภาพถนนที่หลากหลาย ซึ่งรวมเข้ากับความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมจากประเทศญี่ปุ่น เพื่อพัฒนา ออล นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร ให้รับมือกับทุกการใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยผ่านการทดสอบบนถนนจริงในประเทศไทย ระยะทางรวมกว่า 100,000 กิโลเมตร พร้อมปรับจูนให้เข้ากับสภาพการขับขี่และรูปแบบการใช้งานจริง ภายใต้ความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างทีมงานไทยและญี่ปุ่น ทั้งในด้านการพัฒนา การควบคุมคุณภาพ และการผลิต เพื่อให้ได้รถยนต์พรีเมียม เอสยูวี คุณภาพสูง ตามมาตรฐานระดับโลก

นอกจากนี้ กว่า 80% ของผู้ผลิตและจัดส่งชิ้นส่วนสำหรับ ออล นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร เป็นผู้ประกอบการที่มีฐานการดำเนินงานอยู่ในประเทศไทย ตอกย้ำศักยภาพของบุคลากรไทยและความแข็งแกร่งของเครือข่ายผู้ผลิตชิ้นส่วนในประเทศ อีกทั้งยังมีส่วนสนับสนุนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ผ่านการจ้างงาน การส่งออก และการส่งเสริมการพัฒนาทักษะแรงงานฝีมือในอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยเราจะยังคงเดินหน้าสร้างคุณค่าให้กับประเทศไทยต่อไป และเติบโตเคียงข้างสังคมไทยอย่างยั่งยืน”

ถอดรหัสคำพูดผู้บริหาร: 3 ตัวเลขที่สำคัญกว่าแรงม้า

1. “ตลาดแรกของโลก” — ปกติรถเรือธงจากญี่ปุ่นจะเปิดที่บ้านเกิดก่อน แต่ครั้งนี้ไทยได้ก่อนญี่ปุ่นและออสเตรเลีย ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลว่ารถรุ่นนี้ ผลิตที่โรงงานแหลมฉบัง จ.ชลบุรี ก่อนส่งออกไปญี่ปุ่นและออสเตรเลีย นี่คือการยืนยันว่าไทยไม่ใช่แค่ “โรงงานรับจ้าง” แต่เป็นศูนย์กลางของรถรุ่นนี้จริงๆ

2. “ทดสอบ 100,000 กิโลเมตรบนถนนไทย” — แปลว่ารถถูกปรับจูนมาเพื่อถนนไทยโดยเฉพาะ ทั้งหลุมบ่อ ถนนลูกรัง น้ำท่วมขัง และอากาศร้อนชื้น ไม่ใช่แค่รถญี่ปุ่นที่ยกมาขายแบบสำเร็จรูป

3. “ชิ้นส่วนกว่า 80% มาจากผู้ผลิตในไทย” — ตัวเลขนี้มีน้ำหนักมากในยุคที่อุตสาหกรรมชิ้นส่วนไทยกำลังถูกกดดันจากการมาของรถไฟฟ้าจีน การที่แบรนด์ญี่ปุ่นยังใช้ซัพพลายเชนไทยเกือบทั้งคัน คือสัญญาณบวกต่อการจ้างงานและเศรษฐกิจในประเทศ และยังเป็น “ข้อความ” ที่มิตซูบิชิส่งถึงผู้บริโภคว่า เราอยู่ที่นี่มา 65 ปี และจะอยู่ต่อไป

Prestige: ดีไซน์ที่เคารพอดีต แต่ไม่ติดอยู่ในอดีต

ภายนอก: “สง่างามอย่างทรงพลัง” (Grand Charisma)

ปาเจโรใหม่ถูกออกแบบภายใต้คอนเซปต์ Grand Charisma ตัวถังใหญ่ บึกบึน เส้นสายโฉบเฉี่ยว แต่สิ่งที่แฟนพันธุ์แท้จะยิ้มออก คือ “ดีเอ็นเอของรุ่นที่ 1” ที่ถูกซ่อนไว้ทั่วคัน

ระบบไฟ เป็น LED ทั้งหน้าและท้ายแบบ T-Shape โดยไฟหน้าและไฟตัดหมอกถูก “ฝัง” เข้าไปในตัวรถ ซึ่งเป็นแนวคิดจากรุ่นแรก ช่วยลดความเสี่ยงที่ชุดไฟจะเสียหายเมื่อลุยเส้นทางสมบุกสมบัน มาพร้อม

ล้อ มีให้เลือก 3 แบบ คือ อัลลอย 18 นิ้วในรุ่น GLS, อัลลอยทูโทน 20 นิ้วในรุ่น GSR และอัลลอยทูโทนรมดำ 20 นิ้วในรุ่น Super Exceed พร้อม คิ้วซุ้มล้อที่รองรับการติดตั้งท่อสน็อกเกิล ยกช่องรับอากาศเครื่องยนต์ให้สูงขึ้นสำหรับสายลุย

สีภายนอก รวม 9 สี ทั้งทูโทนและโมโนโทน ไฮไลต์คือ

ภายใน: งานฝีมือญี่ปุ่นแบบที่ไม่ค่อยเห็นในรถราคานี้

ห้องโดยสารโทน Camel-Black (น้ำตาลอ่อน-ดำ) เบาะ หนังแท้ Semi-Aniline สัมผัสนุ่มแต่ทนทานและเช็ดคราบง่าย พร้อม หลังคากระจกพาโนรามาที่มิตซูบิชิเคลมว่าใหญ่ที่สุดในคลาส

จุดที่น่าสนใจที่สุดคือรายละเอียดงานฝีมือ

หน้าจอ Monolithic Dual Display ขนาด 14.3 นิ้วในรุ่น Super Exceed และ 12.3 นิ้วในรุ่น GLS/GSR พร้อมกราฟิกไดนามิก 16 รูปแบบที่เปลี่ยนตามช่วงเวลาของวัน และนำมาตรวัด 3 ช่องจากรุ่นก่อนมาพัฒนาเป็น Multi Meter แบบดิจิทัล แสดงข้อมูลอย่าง Pitch and Roll (มุมเอียงของตัวรถ) ระดับความสูง ทิศทาง และนาฬิกา ซึ่งเป็นข้อมูลที่สายออฟโรดต้องใช้จริง

ระบบเสียง Dynamic Sound Yamaha Ultimate

พัฒนาร่วมกับ ยามาฮ่า คอร์ปอเรชั่น ลำโพง 12 ตำแหน่ง พร้อมระบบชดเชยเสียง 3 รูปแบบที่ฉลาดน่าสนใจ

เลือกโหมดเสียงได้ 4 แบบ และปรับตำแหน่งฟังได้ 5 ตำแหน่งครอบคลุมทั้งห้องโดยสาร

Confidence: หัวใจออฟโรดที่ยังเป็น “ปาเจโร” ตัวจริง

เครื่องยนต์และเกียร์

โครงสร้างและช่วงล่าง

แชสซีส์แลดเดอร์เฟรม พัฒนาใหม่ด้วยการเพิ่มสัดส่วนเหล็กกล้าความแข็งแรงสูง เพิ่มการต้านแรงบิดและแรงดัด ข้อมูลก่อนหน้านี้ระบุว่า พื้นฐานของรถพัฒนาจากแชสซีส์ของ Triton เจเนอเรชันล่าสุด แล้วปรับแต่งเฉพาะเพื่อรถเรือธง

ช่วงล่างหน้า อิสระปีกนกคู่ คอยล์สปริง พร้อมเหล็กกันโคลง ด้านหลัง 5 ลิงค์ ทอร์คอาร์ม พร้อมเหล็กกันโคลง เสริมด้วยโช้คระยะยุบ-ยืดกว้าง ทั้งหมดถูกออกแบบภายใต้แนวคิด “Off-Road Comfort” คือลุยได้ แต่ต้องนั่งสบายด้วย

ระบบขับเคลื่อน: จุดแข็งที่คู่แข่งตามยาก

นี่คือส่วนที่ทำให้ปาเจโรยังเป็นปาเจโร

Super All Wheel Control (S-AWC) เอกสิทธิ์ของมิตซูบิชิ ประสานการเร่ง การเข้าโค้ง การชะลอ และการเบรก ทำงานร่วมกับ Super Select 4WD-II (SS4-II) ที่เลือกได้ 4 รูปแบบ

โหมดการทำงาน
2Hขับเคลื่อน 2 ล้อหลัง
4Hขับเคลื่อน 4 ล้อแบบฟูลไทม์
4HLcขับเคลื่อน 4 ล้อแบบพาร์ทไทม์
4LLcขับเคลื่อน 4 ล้อ ล็อกเพลาขับหน้า-หลัง พร้อมอัตราทดเกียร์ต่ำ

S-AWC ยังรวมระบบ Active Yaw Control (AYC) Active Stability and Traction Control (ASTC) และ ABS ไว้ด้วยกัน

โหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ: Normal, Eco, Gravel, Snow, Mud, Sand และ Rock

วิเคราะห์: จุดขายที่ชัดที่สุดของปาเจโรเมื่อเทียบกับคู่แข่งรถ PPV ทั่วไปคือ ระบบ 4H แบบฟูลไทม์ ที่ใช้งานบนถนนดำได้ปกติ ต่างจากระบบพาร์ทไทม์ที่ต้องสลับกลับเป็น 2H เมื่อขึ้นถนนแห้ง ข้อนี้มีประโยชน์มากสำหรับคนไทยที่เจอฝนตกหนักบนทางหลวงบ่อยๆ ไม่ใช่แค่สายลุยเท่านั้น

Comfort: เฟิร์สคลาสในรถตัวถังบนเฟรม

ห้องโดยสาร 7 ที่นั่ง

มิตซูบิชิเคลมว่าเป็น ห้องโดยสารกว้างขวางที่สุดในคลาส ทั้งพื้นที่เหนือศีรษะ ช่วงไหล่ และวางขา

ความเงียบที่ตั้งใจทำ

กระจกกันเสียงรบกวน (Acoustic Glass) 5 บาน ทั้งกระจกบังลมหน้า ประตูคู่หน้า และประตูคู่หลัง พร้อมวัสดุซับเสียงรอบคัน ลดเสียงลม เสียงถนน และเสียงเครื่องยนต์ ซึ่งเป็นจุดอ่อนดั้งเดิมของรถตัวถังบนเฟรมเครื่องดีเซล

ความปลอดภัย

ราคาและ AMBASSADOR PROGRAM PACKAGE

ราคาพิเศษสำหรับลูกค้าที่ จองและรับรถตั้งแต่วันนี้ – 31 ธันวาคม 2569

รุ่นราคาพิเศษเริ่มต้นสีภายนอก
GLS 2WD1,499,000 บาทGraphite Gray, Blade Silver, White Diamond (+20,000 บาท)
GSR 2WD1,699,000 บาทGraphite Gray, White Diamond (+20,000 บาท), Phantom Blue (+20,000 บาท)
Super Exceed 4WD1,999,000 บาทGraphite Gray with Black Roof, Black Diamond (+20,000 บาท), White Diamond with Black Roof (+20,000 บาท), Phantom Blue with Black Roof (+20,000 บาท), Armour Copper with Black Roof (+20,000 บาท)

สิทธิพิเศษภายใต้ AMBASSADOR PROGRAM PACKAGE

วิเคราะห์: ราคานี้ “แรง” หรือ “คุ้ม”?

จุดที่ต้องสังเกตก่อน

ประเด็นแรก — รุ่น 4WD มีแค่ตัวท็อป รุ่น GLS และ GSR เป็นขับเคลื่อน 2 ล้อ ใครที่อยากได้ S-AWC และ Super Select 4WD-II ที่เป็นจุดขายหลักของปาเจโร ต้องขึ้นไปที่ Super Exceed 1,999,000 บาท เท่านั้น นี่คือการวางราคาที่ชัดเจนว่า “ถ้าอยากได้ปาเจโรตัวจริง ต้องจ่ายเต็ม”

ประเด็นที่สอง — ช่องว่างกับปาเจโร สปอร์ต เมื่อรุ่นเริ่มต้นอยู่ที่ 1.499 ล้าน ขณะที่ ปาเจโร สปอร์ต PRIME (MY2025) เคยประกาศราคา 1,389,000 บาท คำถามที่ผู้บริโภคจะถามคือ ปาเจโรใหม่กับปาเจโร สปอร์ต จะอยู่ร่วมกันอย่างไร หรือปาเจโรใหม่จะเข้ามาแทนที่ในระยะยาว ซึ่งมิตซูบิชิยังไม่ได้ให้คำตอบที่ชัดเจนในการเปิดตัวครั้งนี้

ประเด็นที่สาม — คู่แข่งก็หั่นราคาหนัก ในตลาดเอสยูวี 7 ที่นั่งเครื่องดีเซลระดับ 1.8–2 ล้านบาท แม้แต่แบรนด์อย่าง Hyundai เคยทำราคาพิเศษ PALISADE ดีเซล 2.2 ที่ 1,799,000 – 1,999,000 บาท พร้อมส่วนลดหลักแสน แปลว่าตลาดนี้แข่งกันดุเดือด ไม่ใช่แค่กับ Toyota Fortuner หรือ Ford Everest

จุดแข็งที่ทำให้น่าซื้อ

ความเสี่ยง

ปาเจโรใหม่ยังเป็น ดีเซลล้วน ไม่มีตัวเลือกไฮบริดหรือปลั๊กอินไฮบริด ในวันที่คู่แข่งจีนรุกตลาดเอสยูวีใหญ่ด้วย PHEV และรถไฟฟ้า แม้กลุ่มลูกค้าสายลุยและสายเดินทางไกลยังเชื่อใจดีเซล แต่ในระยะยาว คำถามเรื่องพลังงานทางเลือกจะตามมาแน่นอน

กิจกรรมเปิดตัว

สัมผัสตัวจริงได้ในกิจกรรมพิเศษ 24–25 ตุลาคม 2569 ที่โชว์รูมมิตซูบิชิ มอเตอร์ส กว่า 170 แห่งทั่วประเทศ

สอบถามและนัดทดลองขับ

บทสรุป

ออล นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร ไม่ใช่แค่การเปิดตัวรถใหม่ แต่คือการ เดิมพันครั้งใหญ่ ของมิตซูบิชิที่จะขยับแบรนด์ขึ้นไปเล่นในตลาดพรีเมียมเอสยูวี และเป็นการยืนยันบทบาทของไทยในฐานะฐานการผลิตและส่งออกไปกว่า 100 ประเทศ

รถคันนี้มีครบทั้งเรื่องเล่าระดับตำนาน งานฝีมือญี่ปุ่น และระบบขับเคลื่อนที่คู่แข่งตามยาก แต่ก็ต้องเจอโจทย์หินทั้งราคาที่สูงขึ้น 4WD ที่มีแค่รุ่นท็อป และตลาดที่หันไปหาพลังงานทางเลือก

คำถามที่ต้องจับตา คือ ชื่อ “ปาเจโร” ยังมีพลังพอจะดึงลูกค้าให้ควักเงินเกือบสองล้านได้หรือไม่ และ 2,000 กล่อง Pajero Exclusive Box จะหมดเร็วแค่ไหน ตัวเลขยอดจองช่วงสิ้นปีนี้จะเป็นคำตอบที่ดีที่สุด

#ออลนิวมิตซูบิชิปาเจโร #MitsubishiPajero #Pajero2026 #ปาเจโรใหม่ #พรีเมียมเอสยูวี #รถPPV #มิตซูบิชิ #รถยนต์ใหม่2569 #theChroniclesThailand


วงการยานยนต์ไม่เคยหยุดนิ่ง… และเราก็เช่นกัน
— The Chronicles —

🔵 Facebook → theChronicles.Autos&Sports
🎵 TikTok → @theChronicles.th
🌐 Website → thechronicles.in.th
🐦 X → @theChroniclesTH

Exit mobile version