
เรียบเรียงเขียนเรื่อง:โดย ธนคม the Chronicles Thailand
ถ้าคุณเป็นคอรถรุ่นเก๋า ชื่อ “ปาเจโร” ไม่ใช่แค่ชื่อรุ่นรถ แต่คือภาพจำของเอสยูวีที่ตะลุยทะเลทรายดาการ์ แรลลี่ คือรถที่ใครขับก็ดูเป็น “ผู้ใหญ่” และคือรถที่หายไปจากโชว์รูมจนหลายคนคิดว่าคงไม่ได้เห็นอีกแล้ว

แต่วันนี้ ตำนานกลับมาแล้ว และที่น่าตื่นเต้นกว่านั้น คือมันกลับมา “ที่ไทยก่อนใครในโลก”
19 ตุลาคม 2569 บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศเปิดตัว “ออล นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร” รถยนต์พรีเมียมเอสยูวี แฟล็กชิปเจเนอเรชันใหม่ อย่างเป็นทางการ ภายใต้คอนเซปต์ “Live Masterpiece นิยามใหม่ของความหรูหราในทุกการเดินทาง” นับเป็น ปาเจโรรุ่นที่ 5 ที่สานต่อมรดกกว่า 44 ปี พร้อมแพ็กเกจเปิดตัว “AMBASSADOR PROGRAM PACKAGE” ราคาพิเศษเริ่มต้น 1,499,000 บาท สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถถึง 31 ธันวาคม 2569 เท่านั้น
มิตซูบิชิวางหัวใจของรถรุ่นนี้ไว้ 3 แกน คือ ความเหนือระดับ (Prestige) ความมั่นใจในการขับขี่ (Confidence) และ ความสะดวกสบาย (Comfort) เพื่อให้รถคันเดียวรับได้ทั้งชีวิตในเมืองวันทำงาน และการออกไปท่องโลกกว้างในวันหยุด
ผู้บริหารเปิดใจ: ไทยไม่ใช่แค่ตลาด แต่คือ “บ้านเกิด” ของปาเจโรรุ่นใหม่

คำพูดของ มร. เรียวอิจิ อินาบะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด คือหัวใจที่บอกว่าทำไมการเปิดตัวครั้งนี้ถึงสำคัญกับประเทศไทยมากกว่ารถรุ่นใหม่ทั่วไป
“ออล นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร เป็นมากกว่ารถยนต์พรีเมียม เอสยูวี แฟล็กชิปเจเนอเรชันใหม่ แต่เป็นการสืบทอดตำนานไอคอนิกของปาเจโรที่ครองใจผู้คนทั่วโลกมายาวนานกว่า 4 ทศวรรษ พร้อมยกระดับของแบรนด์ใหม่ให้ตอบรับความคาดหวังของลูกค้าในยุคปัจจุบัน โดยเรามีความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ประเทศไทยมีบทบาทสำคัญในฐานะฐานการผลิตหลักและศูนย์กลางการส่งออกเชิงยุทธศาสตร์ อีกทั้งยังเป็นตลาดแรกของโลกที่วางจำหน่ายรถยนต์รุ่นนี้ ก่อนขยายสู่ประเทศญี่ปุ่นและออสเตรเลียภายในปีงบประมาณ 2569 และมีแผนทำตลาดในกว่า 100 ประเทศทั่วโลก ครอบคลุมภูมิภาคอาเซียน ลาตินอเมริกา และตะวันออกกลาง ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2570 เป็นต้นไป
ตลอดระยะเวลา 65 ปีของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ได้สั่งสมประสบการณ์และความเข้าใจในวิถีชีวิต ความต้องการของลูกค้า ตลอดจนสภาพถนนที่หลากหลาย ซึ่งรวมเข้ากับความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมจากประเทศญี่ปุ่น เพื่อพัฒนา ออล นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร ให้รับมือกับทุกการใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยผ่านการทดสอบบนถนนจริงในประเทศไทย ระยะทางรวมกว่า 100,000 กิโลเมตร พร้อมปรับจูนให้เข้ากับสภาพการขับขี่และรูปแบบการใช้งานจริง ภายใต้ความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างทีมงานไทยและญี่ปุ่น ทั้งในด้านการพัฒนา การควบคุมคุณภาพ และการผลิต เพื่อให้ได้รถยนต์พรีเมียม เอสยูวี คุณภาพสูง ตามมาตรฐานระดับโลก
นอกจากนี้ กว่า 80% ของผู้ผลิตและจัดส่งชิ้นส่วนสำหรับ ออล นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร เป็นผู้ประกอบการที่มีฐานการดำเนินงานอยู่ในประเทศไทย ตอกย้ำศักยภาพของบุคลากรไทยและความแข็งแกร่งของเครือข่ายผู้ผลิตชิ้นส่วนในประเทศ อีกทั้งยังมีส่วนสนับสนุนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ผ่านการจ้างงาน การส่งออก และการส่งเสริมการพัฒนาทักษะแรงงานฝีมือในอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยเราจะยังคงเดินหน้าสร้างคุณค่าให้กับประเทศไทยต่อไป และเติบโตเคียงข้างสังคมไทยอย่างยั่งยืน”



ถอดรหัสคำพูดผู้บริหาร: 3 ตัวเลขที่สำคัญกว่าแรงม้า
1. “ตลาดแรกของโลก” — ปกติรถเรือธงจากญี่ปุ่นจะเปิดที่บ้านเกิดก่อน แต่ครั้งนี้ไทยได้ก่อนญี่ปุ่นและออสเตรเลีย ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลว่ารถรุ่นนี้ ผลิตที่โรงงานแหลมฉบัง จ.ชลบุรี ก่อนส่งออกไปญี่ปุ่นและออสเตรเลีย นี่คือการยืนยันว่าไทยไม่ใช่แค่ “โรงงานรับจ้าง” แต่เป็นศูนย์กลางของรถรุ่นนี้จริงๆ
2. “ทดสอบ 100,000 กิโลเมตรบนถนนไทย” — แปลว่ารถถูกปรับจูนมาเพื่อถนนไทยโดยเฉพาะ ทั้งหลุมบ่อ ถนนลูกรัง น้ำท่วมขัง และอากาศร้อนชื้น ไม่ใช่แค่รถญี่ปุ่นที่ยกมาขายแบบสำเร็จรูป
3. “ชิ้นส่วนกว่า 80% มาจากผู้ผลิตในไทย” — ตัวเลขนี้มีน้ำหนักมากในยุคที่อุตสาหกรรมชิ้นส่วนไทยกำลังถูกกดดันจากการมาของรถไฟฟ้าจีน การที่แบรนด์ญี่ปุ่นยังใช้ซัพพลายเชนไทยเกือบทั้งคัน คือสัญญาณบวกต่อการจ้างงานและเศรษฐกิจในประเทศ และยังเป็น “ข้อความ” ที่มิตซูบิชิส่งถึงผู้บริโภคว่า เราอยู่ที่นี่มา 65 ปี และจะอยู่ต่อไป
Prestige: ดีไซน์ที่เคารพอดีต แต่ไม่ติดอยู่ในอดีต



ภายนอก: “สง่างามอย่างทรงพลัง” (Grand Charisma)
ปาเจโรใหม่ถูกออกแบบภายใต้คอนเซปต์ Grand Charisma ตัวถังใหญ่ บึกบึน เส้นสายโฉบเฉี่ยว แต่สิ่งที่แฟนพันธุ์แท้จะยิ้มออก คือ “ดีเอ็นเอของรุ่นที่ 1” ที่ถูกซ่อนไว้ทั่วคัน
- เสา C ได้แรงบันดาลใจจากโรลบาร์ของปาเจโรรุ่นแรก
- ส่วนท้าย บริเวณที่เคยแขวนยางอะไหล่ในรุ่นก่อน ถูกออกแบบใหม่เพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระ
- กระจังหน้า Kendo Mask ในรุ่น GLS และ GSR ได้อิทธิพลจากศิลปะการต่อสู้เคนโด้ของญี่ปุ่น ให้ความรู้สึกปราดเปรียวและภูมิฐานผ่านเส้นแนวนอนทอดยาว
- กระจังหน้า Honeycomb ในรุ่น Super Exceed นำโฉมหน้าของปาเจโรรุ่นแรก ตำนานแห่งทะเลทรายดาการ์ แรลลี่ มาตีความใหม่ให้สปอร์ตพรีเมียมขึ้น
ระบบไฟ เป็น LED ทั้งหน้าและท้ายแบบ T-Shape โดยไฟหน้าและไฟตัดหมอกถูก “ฝัง” เข้าไปในตัวรถ ซึ่งเป็นแนวคิดจากรุ่นแรก ช่วยลดความเสี่ยงที่ชุดไฟจะเสียหายเมื่อลุยเส้นทางสมบุกสมบัน มาพร้อม
- ไฟหน้า-ท้ายแบบ Dynamic Flow Light มีแอนิเมชันเมื่อล็อกและปลดล็อก
- Automatic Headlight และ Automatic High Beam
- Adaptive LED Headlight ปรับระดับลำแสงอัตโนมัติ
- ไฟส่องพื้นพร้อมโลโก้ PAJERO (Puddle Lamp)
ล้อ มีให้เลือก 3 แบบ คือ อัลลอย 18 นิ้วในรุ่น GLS, อัลลอยทูโทน 20 นิ้วในรุ่น GSR และอัลลอยทูโทนรมดำ 20 นิ้วในรุ่น Super Exceed พร้อม คิ้วซุ้มล้อที่รองรับการติดตั้งท่อสน็อกเกิล ยกช่องรับอากาศเครื่องยนต์ให้สูงขึ้นสำหรับสายลุย
สีภายนอก รวม 9 สี ทั้งทูโทนและโมโนโทน ไฮไลต์คือ
- Armour Copper สีทองแดงที่ขับเน้นเส้นสายให้ดูหนักแน่นทรงพลัง
- Phantom Blue สีฟ้าอมเทาที่สุขุมลุ่มลึก พร้อมประกายทองเมื่อแสงตกกระทบ
ภายใน: งานฝีมือญี่ปุ่นแบบที่ไม่ค่อยเห็นในรถราคานี้
ห้องโดยสารโทน Camel-Black (น้ำตาลอ่อน-ดำ) เบาะ หนังแท้ Semi-Aniline สัมผัสนุ่มแต่ทนทานและเช็ดคราบง่าย พร้อม หลังคากระจกพาโนรามาที่มิตซูบิชิเคลมว่าใหญ่ที่สุดในคลาส
จุดที่น่าสนใจที่สุดคือรายละเอียดงานฝีมือ
- คิเมะโคมิ (Kimekomi) เทคนิคหัตถศิลป์ดั้งเดิมของญี่ปุ่น ใช้ฝังหนังสังเคราะห์ให้แนบลึกไปกับร่องพื้นผิวบนแผงด้านหน้า สร้างมิติให้งานหุ้ม
- S-Curve Stitching การเย็บแนวโค้งบนแผงประตู ที่ต้องใช้ทักษะและความแม่นยำสูงบนรูปทรงซับซ้อน
หน้าจอ Monolithic Dual Display ขนาด 14.3 นิ้วในรุ่น Super Exceed และ 12.3 นิ้วในรุ่น GLS/GSR พร้อมกราฟิกไดนามิก 16 รูปแบบที่เปลี่ยนตามช่วงเวลาของวัน และนำมาตรวัด 3 ช่องจากรุ่นก่อนมาพัฒนาเป็น Multi Meter แบบดิจิทัล แสดงข้อมูลอย่าง Pitch and Roll (มุมเอียงของตัวรถ) ระดับความสูง ทิศทาง และนาฬิกา ซึ่งเป็นข้อมูลที่สายออฟโรดต้องใช้จริง
ระบบเสียง Dynamic Sound Yamaha Ultimate
พัฒนาร่วมกับ ยามาฮ่า คอร์ปอเรชั่น ลำโพง 12 ตำแหน่ง พร้อมระบบชดเชยเสียง 3 รูปแบบที่ฉลาดน่าสนใจ
- Speed Compensated Volume ปรับตามความเร็วรถ
- Rain Compensated Volume ปรับเมื่อฝนตก
- Air-conditioner Compensated Volume ปรับตามแรงลมแอร์
เลือกโหมดเสียงได้ 4 แบบ และปรับตำแหน่งฟังได้ 5 ตำแหน่งครอบคลุมทั้งห้องโดยสาร
Confidence: หัวใจออฟโรดที่ยังเป็น “ปาเจโร” ตัวจริง
เครื่องยนต์และเกียร์
- ดีเซล 2.4 ลิตร 4 สูบแถวเรียง คอมมอนเรล DOHC 16 วาล์ว
- เทอร์โบแปรผันแบบช่วงกว้าง Wide Range Single-VGT
- อินเตอร์คูลเลอร์ระบายความร้อนด้วยน้ำ และ EGR แรงดันต่ำ ลดการใช้เชื้อเพลิงและมลพิษ
- 204 แรงม้า แรงบิด 480 นิวตันเมตร
- เกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ รุ่นใหม่ พร้อม Sport Mode และ Paddle Shift
โครงสร้างและช่วงล่าง
แชสซีส์แลดเดอร์เฟรม พัฒนาใหม่ด้วยการเพิ่มสัดส่วนเหล็กกล้าความแข็งแรงสูง เพิ่มการต้านแรงบิดและแรงดัด ข้อมูลก่อนหน้านี้ระบุว่า พื้นฐานของรถพัฒนาจากแชสซีส์ของ Triton เจเนอเรชันล่าสุด แล้วปรับแต่งเฉพาะเพื่อรถเรือธง
ช่วงล่างหน้า อิสระปีกนกคู่ คอยล์สปริง พร้อมเหล็กกันโคลง ด้านหลัง 5 ลิงค์ ทอร์คอาร์ม พร้อมเหล็กกันโคลง เสริมด้วยโช้คระยะยุบ-ยืดกว้าง ทั้งหมดถูกออกแบบภายใต้แนวคิด “Off-Road Comfort” คือลุยได้ แต่ต้องนั่งสบายด้วย
ระบบขับเคลื่อน: จุดแข็งที่คู่แข่งตามยาก
นี่คือส่วนที่ทำให้ปาเจโรยังเป็นปาเจโร
Super All Wheel Control (S-AWC) เอกสิทธิ์ของมิตซูบิชิ ประสานการเร่ง การเข้าโค้ง การชะลอ และการเบรก ทำงานร่วมกับ Super Select 4WD-II (SS4-II) ที่เลือกได้ 4 รูปแบบ
| โหมด | การทำงาน |
|---|---|
| 2H | ขับเคลื่อน 2 ล้อหลัง |
| 4H | ขับเคลื่อน 4 ล้อแบบฟูลไทม์ |
| 4HLc | ขับเคลื่อน 4 ล้อแบบพาร์ทไทม์ |
| 4LLc | ขับเคลื่อน 4 ล้อ ล็อกเพลาขับหน้า-หลัง พร้อมอัตราทดเกียร์ต่ำ |
S-AWC ยังรวมระบบ Active Yaw Control (AYC) Active Stability and Traction Control (ASTC) และ ABS ไว้ด้วยกัน
โหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ: Normal, Eco, Gravel, Snow, Mud, Sand และ Rock
วิเคราะห์: จุดขายที่ชัดที่สุดของปาเจโรเมื่อเทียบกับคู่แข่งรถ PPV ทั่วไปคือ ระบบ 4H แบบฟูลไทม์ ที่ใช้งานบนถนนดำได้ปกติ ต่างจากระบบพาร์ทไทม์ที่ต้องสลับกลับเป็น 2H เมื่อขึ้นถนนแห้ง ข้อนี้มีประโยชน์มากสำหรับคนไทยที่เจอฝนตกหนักบนทางหลวงบ่อยๆ ไม่ใช่แค่สายลุยเท่านั้น
Comfort: เฟิร์สคลาสในรถตัวถังบนเฟรม
ห้องโดยสาร 7 ที่นั่ง
มิตซูบิชิเคลมว่าเป็น ห้องโดยสารกว้างขวางที่สุดในคลาส ทั้งพื้นที่เหนือศีรษะ ช่วงไหล่ และวางขา
- เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง พร้อมดันหลังปรับไฟฟ้า ระบบเป่าลมเย็น และ ระบบจดจำตำแหน่ง ทั้งเบาะ พวงมาลัยไฟฟ้า และกระจกมองข้าง
- เบาะแถว 2 พับแยก 60:40 สไลด์หน้า-หลังได้ 150 มม. พร้อมฟังก์ชัน Tumble เพื่อเข้า-ออกแถว 3 ได้ง่ายขึ้น
- เบาะแถว 3 รองรับท่านั่งที่เป็นธรรมชาติ พับแยก 50:50




ความเงียบที่ตั้งใจทำ
กระจกกันเสียงรบกวน (Acoustic Glass) 5 บาน ทั้งกระจกบังลมหน้า ประตูคู่หน้า และประตูคู่หลัง พร้อมวัสดุซับเสียงรอบคัน ลดเสียงลม เสียงถนน และเสียงเครื่องยนต์ ซึ่งเป็นจุดอ่อนดั้งเดิมของรถตัวถังบนเฟรมเครื่องดีเซล
ความปลอดภัย
- ถุงลม 7 ตำแหน่ง
- Diamond Sense ครอบคลุม 360 องศา 13 ระบบ ในรุ่น GLS และ GSR
- รุ่น Super Exceed เพิ่ม Rear Cross Traffic Brake (RCTB), Lane Keep Assist (LKA) และ Traffic Sign Recognition (TSR) รวมเป็น 16 ระบบ
- MI-PILOT ทำงานร่วมกับ Adaptive Cruise Control (ACC) และ LKA รักษาระยะห่างและควบคุมตำแหน่งรถให้อยู่กลางเลน ช่วยลดความเหนื่อยในการขับทางไกล
- MITSUBISHI CONNECT บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ขอความช่วยเหลือบนถนน และตรวจสอบหรือควบคุมฟังก์ชันรถจากระยะไกล
ราคาและ AMBASSADOR PROGRAM PACKAGE
ราคาพิเศษสำหรับลูกค้าที่ จองและรับรถตั้งแต่วันนี้ – 31 ธันวาคม 2569
| รุ่น | ราคาพิเศษเริ่มต้น | สีภายนอก |
|---|---|---|
| GLS 2WD | 1,499,000 บาท | Graphite Gray, Blade Silver, White Diamond (+20,000 บาท) |
| GSR 2WD | 1,699,000 บาท | Graphite Gray, White Diamond (+20,000 บาท), Phantom Blue (+20,000 บาท) |
| Super Exceed 4WD | 1,999,000 บาท | Graphite Gray with Black Roof, Black Diamond (+20,000 บาท), White Diamond with Black Roof (+20,000 บาท), Phantom Blue with Black Roof (+20,000 บาท), Armour Copper with Black Roof (+20,000 บาท) |
สิทธิพิเศษภายใต้ AMBASSADOR PROGRAM PACKAGE
- ดอกเบี้ย 1.99%
- ประกันภัยชั้น 1 พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง นาน 1 ปี
- แพ็กเกจบำรุงรักษา และฟรีค่าแรงเช็กระยะ นาน 5 ปี หรือ 100,000 กม. (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน)
- รับประกันคุณภาพรถยนต์ 5 ปี หรือ 100,000 กม. (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน)
- ลูกค้าครอบครัวมิตซูบิชิ รับส่วนลดเพิ่ม 10,000 บาท (รับสิทธิ์ผ่านแอป M-Drive)
- ลูกค้า 2,000 ท่านแรก รับ “Pajero Exclusive Box” ของสมนาคุณเอ็กซ์คลูซีฟ
วิเคราะห์: ราคานี้ “แรง” หรือ “คุ้ม”?
จุดที่ต้องสังเกตก่อน
ประเด็นแรก — รุ่น 4WD มีแค่ตัวท็อป รุ่น GLS และ GSR เป็นขับเคลื่อน 2 ล้อ ใครที่อยากได้ S-AWC และ Super Select 4WD-II ที่เป็นจุดขายหลักของปาเจโร ต้องขึ้นไปที่ Super Exceed 1,999,000 บาท เท่านั้น นี่คือการวางราคาที่ชัดเจนว่า “ถ้าอยากได้ปาเจโรตัวจริง ต้องจ่ายเต็ม”
ประเด็นที่สอง — ช่องว่างกับปาเจโร สปอร์ต เมื่อรุ่นเริ่มต้นอยู่ที่ 1.499 ล้าน ขณะที่ ปาเจโร สปอร์ต PRIME (MY2025) เคยประกาศราคา 1,389,000 บาท คำถามที่ผู้บริโภคจะถามคือ ปาเจโรใหม่กับปาเจโร สปอร์ต จะอยู่ร่วมกันอย่างไร หรือปาเจโรใหม่จะเข้ามาแทนที่ในระยะยาว ซึ่งมิตซูบิชิยังไม่ได้ให้คำตอบที่ชัดเจนในการเปิดตัวครั้งนี้
ประเด็นที่สาม — คู่แข่งก็หั่นราคาหนัก ในตลาดเอสยูวี 7 ที่นั่งเครื่องดีเซลระดับ 1.8–2 ล้านบาท แม้แต่แบรนด์อย่าง Hyundai เคยทำราคาพิเศษ PALISADE ดีเซล 2.2 ที่ 1,799,000 – 1,999,000 บาท พร้อมส่วนลดหลักแสน แปลว่าตลาดนี้แข่งกันดุเดือด ไม่ใช่แค่กับ Toyota Fortuner หรือ Ford Everest
จุดแข็งที่ทำให้น่าซื้อ
- แพ็กเกจหลังการขาย 5 ปี ทั้งรับประกันและฟรีค่าแรงเช็กระยะ ถือว่าครบเครื่องสำหรับรถระดับนี้
- ดอกเบี้ย 1.99% สำหรับรถราคาล้านครึ่งถึงสองล้าน ช่วยลดภาระได้หลักหมื่นถึงหลักแสนตลอดสัญญา
- ระบบขับเคลื่อน S-AWC + SS4-II ในรุ่นท็อป เป็นจุดต่างทางเทคนิคที่ชัดเจนในกลุ่มรถตัวถังบนเฟรม
- งานภายในระดับคิเมะโคมิ และ Yamaha Ultimate ยกระดับความรู้สึกหรูเกินรถ PPV ทั่วไป
ความเสี่ยง
ปาเจโรใหม่ยังเป็น ดีเซลล้วน ไม่มีตัวเลือกไฮบริดหรือปลั๊กอินไฮบริด ในวันที่คู่แข่งจีนรุกตลาดเอสยูวีใหญ่ด้วย PHEV และรถไฟฟ้า แม้กลุ่มลูกค้าสายลุยและสายเดินทางไกลยังเชื่อใจดีเซล แต่ในระยะยาว คำถามเรื่องพลังงานทางเลือกจะตามมาแน่นอน
กิจกรรมเปิดตัว
สัมผัสตัวจริงได้ในกิจกรรมพิเศษ 24–25 ตุลาคม 2569 ที่โชว์รูมมิตซูบิชิ มอเตอร์ส กว่า 170 แห่งทั่วประเทศ
สอบถามและนัดทดลองขับ
- www.mitsubishi-motors.co.th
- มิตซูบิชิ คอลเซ็นเตอร์ โทร. 02-079-9500 ตลอด 24 ชั่วโมง
- Facebook: www.facebook.com/MitsubishiMotorsTH



บทสรุป
ออล นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร ไม่ใช่แค่การเปิดตัวรถใหม่ แต่คือการ เดิมพันครั้งใหญ่ ของมิตซูบิชิที่จะขยับแบรนด์ขึ้นไปเล่นในตลาดพรีเมียมเอสยูวี และเป็นการยืนยันบทบาทของไทยในฐานะฐานการผลิตและส่งออกไปกว่า 100 ประเทศ
รถคันนี้มีครบทั้งเรื่องเล่าระดับตำนาน งานฝีมือญี่ปุ่น และระบบขับเคลื่อนที่คู่แข่งตามยาก แต่ก็ต้องเจอโจทย์หินทั้งราคาที่สูงขึ้น 4WD ที่มีแค่รุ่นท็อป และตลาดที่หันไปหาพลังงานทางเลือก
คำถามที่ต้องจับตา คือ ชื่อ “ปาเจโร” ยังมีพลังพอจะดึงลูกค้าให้ควักเงินเกือบสองล้านได้หรือไม่ และ 2,000 กล่อง Pajero Exclusive Box จะหมดเร็วแค่ไหน ตัวเลขยอดจองช่วงสิ้นปีนี้จะเป็นคำตอบที่ดีที่สุด
#ออลนิวมิตซูบิชิปาเจโร #MitsubishiPajero #Pajero2026 #ปาเจโรใหม่ #พรีเมียมเอสยูวี #รถPPV #มิตซูบิชิ #รถยนต์ใหม่2569 #theChroniclesThailand
วงการยานยนต์ไม่เคยหยุดนิ่ง… และเราก็เช่นกัน
— The Chronicles —
🔵 Facebook → theChronicles.Autos&Sports
🎵 TikTok → @theChronicles.th
🌐 Website → thechronicles.in.th
🐦 X → @theChroniclesTH
























