Home Auto News เพซแม็กซ์ เปิดตัว Alpinestars S-R7 และ SM3 ครั้งแรกในไทย ที่ IMPACT Speed Fest —...

เพซแม็กซ์ เปิดตัว Alpinestars S-R7 และ SM3 ครั้งแรกในไทย ที่ IMPACT Speed Fest — ทำไมแบรนด์ชุดแข่งถึงกล้าลงมาเล่นตลาดหมวก

60
0
เริ่มแล้ววันนี้! เพซแม็กซ์ มอเตอร์สปอร์ต เปิดตัวหมวกกันน็อค 𝗔𝗹𝗽𝗶𝗻𝗲𝘀𝘁𝗮𝗿𝘀 "𝗦𝘂𝗽𝗲𝗿𝘁𝗲𝗰𝗵 𝗥𝟳 และ 𝗦𝗠𝟯"ครั้งแรกในไทย ยกทัพแบรนด์ระดับโลกบุกงาน 𝗜𝗠𝗣𝗔𝗖𝗧 𝗦𝗽𝗲𝗲𝗱 𝗙𝗲𝘀𝘁

เรียบเรียงเขียนเรื่องโดย ธนคม the Chronicles

ถ้าพูดถึง Alpinestars คนส่วนใหญ่จะนึกถึงชุดหนังแข่ง ถุงมือ หรือรองเท้าบูทที่นักบิด MotoGP ใส่ลงสนาม มากกว่าหมวกกันน็อก แต่วันนี้ภาพนั้นกำลังเปลี่ยนไป เพราะเพซแม็กซ์ มอเตอร์สปอร์ต ตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการในไทย เพิ่งเปิดตัวหมวกกันน็อก 2 รุ่นใหม่ Alpinestars Supertech R7 (S-R7) และ SM3 อย่างเป็นทางการครั้งแรกในประเทศไทย ภายในงาน IMPACT Speed Fest 2026 ระหว่างวันที่ 17-19 กรกฎาคมนี้ ที่ IMPACT Challenger Hall 2-3 เมืองทองธานี

ทำไมการเปิดตัวครั้งนี้ถึงมีความหมายมากกว่าที่คิด

ก่อนจะพูดถึงสเปก ต้องเข้าใจบริบทกันก่อนว่า Alpinestars ไม่ใช่ผู้เล่นหน้าใหม่ในวงการหมวกกันน็อกแบบที่คิด แต่ก็ไม่ใช่ผู้เล่นเก่าแก่เหมือนคู่แข่งอย่าง Shoei, Arai หรือ AGV ที่ผลิตหมวกมานานหลายสิบปี Alpinestars เพิ่งเริ่มบุกตลาดหมวกออฟโรดจริงจังในปี 2018 ด้วยรุ่น Supertech M10 และกว่าจะมีหมวกฟูลเฟซสำหรับถนนรุ่นแรกอย่าง Supertech R10 ก็ปาเข้าไปปี 2023 ใช้เวลาพัฒนาร่วม 10 ปี โดยมีนักบิด MotoGP อย่าง Jorge Martín และ Jack Miller ร่วมให้ข้อมูลการพัฒนา

พูดง่ายๆ คือ Alpinestars กำลังเดินเกม “ท้าชนเจ้าตลาดเดิม” ด้วยจุดแข็งที่ตัวเองมีอยู่แล้ว นั่นคือความเชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยและ R&D ระดับสนามแข่ง S-R7 ที่เปิดตัวในไทยวันนี้ ก็คือรุ่นที่ถอดแบบมาจาก S-R10 ตัวท็อปที่ใช้ในสนาม MotoGP แต่ปรับให้ราคาจับต้องได้ง่ายขึ้น เป็นสูตรเดียวกับที่แบรนด์รถหรูหลายค่ายใช้ นั่นคือเอาเทคโนโลยีจากรุ่นเรือธงมาลงรุ่นรอง เพื่อขยายฐานลูกค้าให้กว้างขึ้น

นายตนัยศิริ ชาญวิทยารมณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เพซแม็กซ์ มอเตอร์สปอร์ต จำกัด กล่าวถึงการเปิดตัวครั้งนี้ว่า

“งาน IMPACT Speed Fest ถือเป็นเวทีสำคัญที่รวบรวมผู้ใช้งานรถจักรยานยนต์และรถยนต์สมรรถนะสูงไว้ในที่เดียว ปีนี้เราเลือกเปิดตัวหมวกกันน็อค Alpinestars รุ่นใหม่ล่าสุดเป็นครั้งแรกในประเทศไทย เพื่อให้ชาวสองล้อได้สัมผัสเทคโนโลยีที่ถูกพัฒนาจากสนามแข่งระดับโลก พร้อมยกทัพสินค้าชั้นนำมาให้ทดลอง ชม และเลือกซื้ออย่างครบครัน”

S-R7 หมวกที่เอาดีเอ็นเอ MotoGP มาลงถนน

จุดขายหลักของ S-R7 คือดีไซน์ที่ยกมาจาก S-R10 เกือบทั้งหมด ทั้งสปอยเลอร์ในตัว ปีกข้าง และตัวช่วยลดเสียงรบกวนเพื่อความนิ่งที่ความเร็วสูง พร้อมชิลด์หน้ามุมมองกว้างพิเศษถึง 220 องศาด้านข้างและ 57 องศาแนวตั้ง ตัวโครงสร้างใช้วัสดุคอมโพสิตผสาน Carbon, Aramid และ Fiberglass ให้ทั้งความแข็งแรงและน้ำหนักเบา

ที่น่าสนใจคือระบบ A-Head Fitment System ซึ่งเป็นสิทธิบัตรเฉพาะของ Alpinestars ที่ปรับองศาและความสูงของหมวกให้เข้ากับสรีระศีรษะแต่ละคนได้ ต่างจากหมวกทั่วไปที่ใช้ไซส์มาตรฐานตายตัว บวกกับช่องระบายอากาศ 10 ช่องและระบบสื่อสารบลูทูธ A-Connect ที่ทำงานร่วมกับลำโพง Harman Kardon เปิด-ปิดอัตโนมัติเมื่อสวมหรือถอดหมวก ใช้งานได้นานกว่า 14 ชั่วโมงต่อการชาร์จ

ด้านความปลอดภัย S-R7 ผ่านมาตรฐาน ECE 22.06 และ DOT พร้อมระบบ Emergency Release System ถอดนวมแก้มได้เร็วในกรณีฉุกเฉิน ซึ่งจากข้อมูลสากลพบว่า S-R7 เอาชนะเกณฑ์ Peak Rotational Acceleration ของมาตรฐาน ECE 22.06 ได้ถึง 80% สะท้อนว่าแม้จะเป็นรุ่นรองจาก S-R10 แต่เรื่องความปลอดภัยไม่ได้ลดทอนลงเลย

ราคาจำหน่ายในไทยอยู่ที่ 21,900 บาทสำหรับสีพื้น และ 24,900 บาทสำหรับลายกราฟิก ซึ่งเมื่อเทียบกับตลาดโลกที่ S-R7 วางราคาไว้ราว 680-750 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 23,000-26,000 บาท) ถือว่าราคาในไทยใกล้เคียงกับตลาดสากล ไม่ได้บวกส่วนต่างสูงผิดปกติ

SM3 ทางเลือกสำหรับสายลุยในงบที่เบากว่า

อีกรุ่นที่เปิดตัวคู่กันคือ Alpinestars SM3 หมวกสำหรับสาย Off-Road โดยเฉพาะ ใช้วัสดุโพลิเมอร์ความแข็งแรงสูง เสริม EPS 5 ชิ้นที่มี 4 ระดับความหนาแน่นเพื่อดูดซับแรงกระแทก น้ำหนักเบาเพียง 1,430 กรัมในไซส์ M ชิลด์หน้าออกแบบให้หลุดออกอัตโนมัติเมื่อเกิดการกระแทกเพื่อลดแรงปะทะที่คอ พร้อมช่องรับ-ระบายอากาศรวม 17 จุด และรองรับสายท่อน้ำดื่มสำหรับการขี่ลุยระยะไกล ราคาเริ่มต้น 7,490 บาท ไปจนถึง 8,990 บาทสำหรับลายกราฟิก ถือเป็นราคาที่เข้าถึงง่ายกว่า S-R7 มาก และวางตำแหน่งเป็นหมวกออฟโรดระดับเริ่มต้น-กลางที่จับกลุ่มผู้เล่น Adventure และ Off-Road ที่อยากได้แบรนด์ยุโรปแต่ไม่ต้องจ่ายแพงสุด

มากกว่าหมวก คือครบทีมมอเตอร์สปอร์ต

นอกจากหมวกทั้ง 2 รุ่น บูทเพซแม็กซ์ มอเตอร์สปอร์ตในงานนี้ยังรวบรวมสินค้าระดับโลกที่ทีมแข่ง MotoGP ใช้จริง ทั้งกรองอากาศ Sprint Filter จากอิตาลีที่ชูจุดขาย “ไม่ต้องล้าง ไม่ต้องเคลือบ” และยาง Bridgestone Battlax จากญี่ปุ่นที่ครอบคลุมทุกไลน์การขี่ ตั้งแต่ Sport, Cruiser, Classic, Touring ไปจนถึง Scooter พร้อมโปรโมชันซื้อยาง Battlax S23 หนึ่งคู่ แถมกระเป๋า Exclusive จาก Bridgestone

และใครที่ซื้อสินค้าในบูธครบ 3,000 บาท จะได้รับสิทธิ์ลุ้นทองคำมูลค่ารวมกว่า 100,000 บาท จำนวน 6 รางวัล เฉพาะช่วงงาน 17-19 กรกฎาคมนี้เท่านั้น

สรุป

การที่ Alpinestars เลือกเปิดตัวหมวกรุ่นใหม่ในไทยพร้อมกันทั้ง S-R7 และ SM3 ไม่ใช่แค่การนำสินค้าเข้ามาขาย แต่เป็นการประกาศจุดยืนว่าแบรนด์นี้จริงจังกับตลาดหมวกกันน็อกมากขึ้นเรื่อยๆ หลังจากสร้างชื่อมานานในฝั่งชุดแข่งและอุปกรณ์ป้องกันร่างกาย คำถามที่น่าติดตามต่อไปคือ ด้วยประสบการณ์ทำหมวกที่ยังใหม่กว่าคู่แข่งญี่ปุ่นและยุโรปที่ครองตลาดมานาน Alpinestars จะแย่งส่วนแบ่งใจนักบิดไทยได้มากแค่ไหน โดยเฉพาะเมื่อราคาที่วางไว้อยู่ในระดับกลาง-สูงที่ต้องแข่งกับแบรนด์ที่คนไทยคุ้นเคยและเชื่อมั่นมานาน

สำหรับใครที่อยากสัมผัสของจริงและลองสวมก่อนตัดสินใจ งาน IMPACT Speed Fest ยังเปิดถึงวันที่ 19 กรกฎาคมนี้ ที่บูธเพซแม็กซ์ มอเตอร์สปอร์ต หมายเลข GF01, IMPACT Challenger Hall 2-3 เมืองทองธานี


#AlpinestarsThailand #SupertechR7 #SM3Helmet #IMPACTSpeedFest #Pacemaxmotorsport #theChroniclesThailand

วงการยานยนต์ไม่เคยหยุดนิ่ง… และเราก็เช่นกัน — The Chronicles —

🔵 Facebook → theChronicles.Autos&Sports 🎵 TikTok → @theChronicles.th 🌐 Website → thechronicles.in.th 🐦 X → @theChroniclesTH

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here