Home Auto News PTG โชว์ฟอร์มแกร่ง! ครึ่งปีแรก 69 ปั๊มรายได้แตะ 118,696 ล้านบาท กำไรขั้นต้น Non-Oil พุ่ง 39.5% เดินหน้ากลยุทธ์...

PTG โชว์ฟอร์มแกร่ง! ครึ่งปีแรก 69 ปั๊มรายได้แตะ 118,696 ล้านบาท กำไรขั้นต้น Non-Oil พุ่ง 39.5% เดินหน้ากลยุทธ์ “Powering Thai Lives” ผ่านแนวคิด “One PTG”

46
0
PTG โชว์ฟอร์มแกร่ง! ครึ่งปีแรกปั๊มรายได้แตะ 118,696 ลบ.
ดันกำไรขั้นต้น Non-Oil พุ่ง 39.5% YoY เดินหน้าขับเคลื่อนกลยุทธ์ “Powering Thai Lives”
ผ่านแนวคิด “One PTG” เชื่อม Ecosystem หนุนการเติบโตอย่างยั่งยืน

เรียบเรียงเขียนเรื่องโดย ธนคม the Chronicles

ทุกครั้งที่เราแวะเติมน้ำมันที่ปั๊ม PT หรือแวะซื้อกาแฟพันธุ์ไทยระหว่างทาง อาจไม่ทันสังเกตว่าเบื้องหลังธุรกิจที่ดูเรียบง่ายแบบนี้ กำลังเติบโตแบบก้าวกระโดดอยู่เงียบๆ เพราะล่าสุด บมจ. พีทีจี เอ็นเนอยี (PTG) เพิ่งประกาศผลประกอบการครึ่งปีแรกของปี 2569 ที่แข็งแกร่งเกินคาด พร้อมส่งสัญญาณว่าธุรกิจนอกน้ำมันกำลังกลายเป็นเครื่องยนต์หลักตัวใหม่ของบริษัท

ตัวเลขที่ต้องรู้: รายได้แตะ 118,696 ล้านบาท

PTG รายงานรายได้จากการขายและการให้บริการในครึ่งแรกของปี 2569 อยู่ที่ 118,696 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยแบ่งเป็นรายได้จากธุรกิจ Oil จำนวน 105,356 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.3% YoY แม้ปริมาณการจำหน่ายน้ำมันรวมจะลดลง 5.2% YoY ก็ตาม ซึ่งสะท้อนว่ารายได้ที่โตขึ้นมาจากราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้น ไม่ใช่จากปริมาณการใช้น้ำมันที่เพิ่มขึ้นจริง

ส่วนที่น่าจับตาที่สุดคือธุรกิจ Non-Oil ที่มีรายได้ 13,340 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 21.7% YoY และมีกำไรขั้นต้น 3,974 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39.5% YoY ซึ่งเติบโตในอัตราที่สูงกว่ารายได้ นั่นหมายความว่า PTG ไม่ได้แค่ขายของได้มากขึ้น แต่ยังทำกำไรต่อหน่วยได้ดีขึ้นด้วย

อีกจุดที่น่าสนใจคือผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ที่พลิกกลับมามีกำไรสุทธิส่วนของผู้เป็นเจ้าของบริษัทใหญ่ 74 ล้านบาท จากที่ขาดทุนสุทธิ 205 ล้านบาทในไตรมาสก่อนหน้า โดยได้แรงหนุนจากกำไรขั้นต้นต่อลิตรของธุรกิจ Oil ที่ปรับตัวดีขึ้น ผสานกับการเติบโตต่อเนื่องของธุรกิจ Non-Oil

“กาแฟพันธุ์ไทย” หัวหอกตัวจริงที่โตเร็วกว่าใคร

ถ้าจะมีธุรกิจเดียวที่ขโมยซีนในผลประกอบการรอบนี้ คงหนีไม่พ้น กาแฟพันธุ์ไทย ที่มีรายได้เติบโตถึง 61.5% YoY เป็น 3,518 ล้านบาท ตามจำนวนสาขาที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันมีสาขารวม 2,467 แห่ง เพิ่มขึ้น 825 สาขาในรอบปี หรือ 50.2% YoY เฉลี่ยแล้วเปิดสาขาใหม่มากกว่า 2 สาขาต่อวัน ซึ่งเป็นอัตราการขยายตัวที่เร็วมากในธุรกิจร้านกาแฟ

สิ่งที่ทำให้ตัวเลขนี้มีน้ำหนักมากขึ้นคือบริบทของสงครามกาแฟปั๊มน้ำมันในไทย ที่มีผู้เล่นหลักสามเจ้าแข่งกันดุเดือด ได้แก่ คาเฟ่ อเมซอน ในเครือ ปตท./OR ที่ครองความเป็นเจ้าตลาดมานาน, อินทนิล ในเครือบางจาก และกาแฟพันธุ์ไทยของ PTG เอง ก่อนหน้านี้กาแฟพันธุ์ไทยเคยขาดทุนต่อเนื่องนานถึง 10 ปี ก่อนจะพลิกกลับมาเติบโตและตั้งเป้าไต่อันดับขึ้นเป็นผู้เล่นตัวท็อปของตลาด ปัจจุบันแบรนด์นี้มีส่วนแบ่งตลาดกาแฟปั๊มน้ำมันอยู่ที่ราว 12% ซึ่งถือว่าไม่น้อยเมื่อเทียบกับอายุแบรนด์ที่ยังเด็กกว่าคู่แข่งเจ้าตลาดเดิม

บริษัทฯ ยังปรับเป้าหมายจำนวนสาขากาแฟพันธุ์ไทย ณ สิ้นปี 2569 เป็น 2,751 สาขา ให้สอดคล้องกับจังหวะการเปิดสาขาและการคัดเลือกทำเลอย่างมีคุณภาพ ควบคู่กับการเพิ่มยอดขายต่อสาขาและพัฒนาผลิตภัณฑ์

ธุรกิจ LPG และ Oil ยังเดินหน้าได้ต่อเนื่อง

ธุรกิจก๊าซ LPG มีรายได้เพิ่มขึ้น 6.4% YoY เป็น 5,414 ล้านบาท โดยปริมาณการจำหน่ายเพิ่มขึ้น 5.2% YoY ปัจจุบันมีสถานีบริการรวม 248 แห่ง เพิ่มขึ้น 1.6% YoY ขณะที่ธุรกิจ Oil มีสถานีบริการน้ำมัน PT จำนวน 2,279 สถานี เพิ่มขึ้น 1.4% YoY และมีส่วนแบ่งการตลาดน้ำมันผ่านช่องทางค้าปลีกอยู่ที่ 20.0%

เมื่อ “One PTG” ไม่ใช่แค่สโลแกน แต่คือแผนเชื่อม 25 ล้านสมาชิก

นายพิทักษ์ รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) ระบุถึงทิศทางธุรกิจในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ว่ามีแนวโน้มเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยบริษัทฯ จะรักษาความสามารถในการทำกำไรและการเติบโตอย่างมีคุณภาพ ภายใต้โครงสร้างกลยุทธ์ “Powering Thai Lives: Everywhere. Everyday. Everyone” พร้อมนำแนวคิด “One PTG” มาใช้เชื่อมโยงฐานลูกค้า เครือข่าย ตลอดจนสินค้าและบริการของธุรกิจ Oil และ Non-Oil เพื่อเพิ่มโอกาสในการใช้บริการข้ามธุรกิจ

หากย้อนดูภาพใหญ่ของกลยุทธ์นี้ที่ PTG เปิดตัวมาตั้งแต่ต้นปี จะเห็นว่าบริษัทวางเป้าหมายเชื่อมโยงถึง 13 แบรนด์ในเครือ ผ่านเครือข่ายกว่า 6,000 Touchpoints และฐานสมาชิกกว่า 25 ล้านคน โดยตั้งเป้าขยายเครือข่ายบริการให้ทะลุ 7,000 Touchpoints ในอนาคต นี่คือการเปลี่ยนบทบาทจาก “ผู้ให้บริการสถานีน้ำมัน” ธรรมดา ไปสู่การเป็น “ผู้พัฒนาระบบนิเวศการใช้ชีวิตประจำวัน” ของคนไทยแบบเต็มตัว โดยหัวใจสำคัญของกลไกนี้คือฐานสมาชิก PT Max Card ที่จะถูกใช้เป็นตัวเชื่อมพฤติกรรมการใช้บริการข้ามธุรกิจ

สำหรับเป้าหมายเชิงตัวเลข บริษัทฯ ยังคงเป้าหมายสัดส่วนกำไรขั้นต้นจากธุรกิจ Non-Oil ไว้ที่ 40-45% พร้อมปรับประมาณการการเติบโตของยอดขายธุรกิจ Non-Oil ในปี 2569 เป็น 20-30% YoY ให้สอดคล้องกับจังหวะการขยายเครือข่ายและสภาพแวดล้อมการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่แท้จริง

โรงไฟฟ้าขยะ อีกขาธุรกิจที่กำลังเริ่มออกดอกออกผล

อีกหนึ่งไฮไลต์ที่หลายคนอาจไม่ทันสังเกตคือธุรกิจพลังงานหมุนเวียน โครงการโรงไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงขยะของบริษัท พลังงานพัฒนา 5 จำกัด ได้เริ่มจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ตั้งแต่ปลายเดือนพฤษภาคม 2569 และคาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้เต็มไตรมาสตั้งแต่ไตรมาส 3/2569 เป็นต้นไป ซึ่งบริษัทฯ ระบุว่าจะทยอยเพิ่มสัดส่วนรายได้จากธุรกิจพลังงานหมุนเวียนในระยะยาว นี่เป็นสัญญาณว่า PTG กำลังกระจายความเสี่ยงออกจากธุรกิจน้ำมันแบบดั้งเดิมมากขึ้นเรื่อยๆ

ได้รับการยอมรับระดับโลกด้านความยั่งยืน

นอกเหนือจากตัวเลขทางการเงิน PTG ยังได้รับการคัดเลือกเป็นสมาชิก Sustainability Yearbook 2026 ในกลุ่มอุตสาหกรรม Retailing จากผลการประเมิน Corporate Sustainability Assessment (CSA) โดย S&P Global ซึ่งนับเป็นปีแรกที่บริษัทฯ ได้รับการยอมรับในรายงานระดับโลกนี้ พร้อมทั้งได้รับการจัดอันดับใน Fortune Southeast Asia 500 ประจำปี 2026 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3

วิเคราะห์: ตัวเลขสวย แต่คำถามที่ต้องจับตาคืออะไร

มองในภาพรวม ตัวเลขของ PTG ในรอบครึ่งปีนี้ถือว่าน่าประทับใจ โดยเฉพาะการที่กำไรขั้นต้น Non-Oil โตเร็วกว่ารายได้ ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีของธุรกิจที่กำลังทำกำไรต่อหน่วยได้ดีขึ้น ไม่ใช่แค่ขยายสาขาแล้วเผาเงินแบบไม่มีทิศทาง แต่ก็มีจุดที่ต้องจับตาต่อไม่น้อย

ประเด็นแรกคือปริมาณการจำหน่ายน้ำมันที่ลดลงถึง 5.2% YoY แม้รายได้จากธุรกิจ Oil จะยังโตอยู่เพราะราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้น แต่ถ้ามองในระยะยาว ปริมาณการใช้น้ำมันที่ลดลงต่อเนื่องคือแนวโน้มที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในยุคที่รถยนต์ไฟฟ้าเริ่มมีสัดส่วนมากขึ้นในตลาดไทย นี่คือเหตุผลที่ทำให้กลยุทธ์ “One PTG” และการปั้นธุรกิจ Non-Oil อย่างกาแฟพันธุ์ไทยไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่เป็นความจำเป็นเชิงโครงสร้างของบริษัทพลังงานทุกเจ้าที่ต้องปรับตัว

ประเด็นที่สองคือการขยายสาขากาแฟพันธุ์ไทยในอัตรากว่า 2 สาขาต่อวัน แม้จะสร้างรายได้เติบโตก้าวกระโดด แต่คำถามที่นักลงทุนและผู้สังเกตการณ์ตลาดควรจับตาคือคุณภาพของการเติบโตนี้ยั่งยืนแค่ไหน ยอดขายต่อสาขาเติบโตตามไปด้วยหรือไม่ หรือเป็นเพียงการขยายจำนวนสาขาเพื่อไล่ตามส่วนแบ่งตลาดในระยะสั้น เพราะประวัติศาสตร์ของกาแฟพันธุ์ไทยเองก็เคยขาดทุนต่อเนื่องมานานถึง 10 ปีก่อนจะพลิกกลับมาทำกำไรได้

ประเด็นสุดท้ายคือการพลิกจากขาดทุนสุทธิในไตรมาส 1 มาเป็นกำไรในไตรมาส 2 ถือเป็นสัญญาณบวก แต่ก็ยังเป็นตัวเลขกำไรสุทธิที่ค่อนข้างเล็กเมื่อเทียบกับขนาดรายได้ระดับแสนล้านบาทของบริษัท ซึ่งสะท้อนว่าธุรกิจพลังงานค้าปลีกยังเป็นธุรกิจที่มีอัตรากำไรสุทธิบางอยู่ดี แม้จะมีธุรกิจ Non-Oil มาช่วยพยุงก็ตาม

หมายเหตุ: ข้อมูลตัวเลขในบทความนี้อ้างอิงจากการเปิดเผยผลประกอบการของบริษัทฯ เป็นข้อมูลเพื่อการรายงานข่าวเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ผู้สนใจลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินก่อนตัดสินใจ

สรุปส่งท้าย

ครึ่งปีแรกของ PTG ในปี 2569 คือภาพสะท้อนของบริษัทพลังงานที่กำลังเปลี่ยนผ่านตัวเองอย่างจริงจัง จากธุรกิจน้ำมันที่กำลังเผชิญแรงกดดันด้านปริมาณ ไปสู่ระบบนิเวศธุรกิจที่ครอบคลุมทั้งกาแฟ ก๊าซ LPG และพลังงานหมุนเวียน ภายใต้วิสัยทัศน์ “อยู่ดี มีสุข” ที่บริษัทฯ ยึดถือมาโดยตลอด ต้องรอดูกันต่อว่าในครึ่งปีหลัง PTG จะรักษาโมเมนตัมนี้ไว้ได้หรือไม่ และแนวคิด “One PTG” จะพิสูจน์ตัวเองผ่านตัวเลขกำไรที่แข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ ตามเป้าหมายที่วางไว้หรือเปล่า


#PTGEnergy #กาแฟพันธุ์ไทย #OnePTG #ธุรกิจไทย #theChroniclesThailand

วงการยานยนต์ไม่เคยหยุดนิ่ง… และเราก็เช่นกัน — The Chronicles —

🔵 Facebook → theChronicles.Autos&Sports 🎵 TikTok → @theChronicles.th 🌐 Website → thechronicles.in.th 🐦 X → @theChroniclesTH

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here