Home Auto News BYD ประเทศไทย จับมือ RÊVER ฉลองผลิตรถยนต์ครบ 100,000 คัน ที่โรงงานระยอง

BYD ประเทศไทย จับมือ RÊVER ฉลองผลิตรถยนต์ครบ 100,000 คัน ที่โรงงานระยอง

65
0
บีวายดี ประเทศไทย จับมือ เรเว่ ร่วมเติบโตเคียงข้างประเทศไทยอย่างยั่งยืน 
พร้อมฉลองผลิตรถยนต์ใหม่ครบ 100,000 คัน

เรียบเรียงเขียนเรื่องโดย ธนคม — The Chronicles Thailand

เลข 100,000 คัน ฟังดูเป็นตัวเลขที่น่าภูมิใจสำหรับโรงงานรถยนต์ที่เพิ่งเปิดสายการผลิตในไทยได้ไม่ถึง 3 ปี แต่ถ้ามองให้ลึกกว่าตัวเลขกลมๆ นี้ จะเห็นว่าเบื้องหลังของมันคือเรื่องราวที่ซับซ้อนกว่าที่คิด เพราะขณะที่โรงงานเดินสายการผลิตทำสถิติใหม่ ยอดขายในตลาดบ้านเกิดของ BYD เองในไทยกลับไม่ได้ร้อนแรงเหมือนเมื่อ 2 ปีก่อนอีกต่อไป

เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา บริษัท บีวายดี ออโต้ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับ บริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ จำกัด ผู้จัดจำหน่ายและให้บริการหลังการขายรถยนต์ บีวายดี และ เดนซ่า อย่างเป็นทางการในประเทศไทย จัดพิธีฉลองความสำเร็จครั้งสำคัญ เนื่องในโอกาสที่โรงงานผลิตรถยนต์ BYD ในจังหวัดระยอง ประกอบรถยนต์พลังงานใหม่ครบ 100,000 คัน โดยมี นายเบนสัน เคอ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท บีวายดี ออโต้ (ประเทศไทย) จำกัด และ นายประธานวงศ์ พรประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจเรเว่ ร่วมเป็นประธานในพิธี

ประวัติศาสตร์ 100,000 คันที่ระยอง

โรงงาน BYD ประเทศไทย ตั้งอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ จังหวัดระยอง ถือเป็นโรงงานประกอบรถยนต์แห่งแรกของ BYD ที่ตั้งอยู่นอกประเทศจีน ด้วยเงินลงทุนกว่า 30,000 ล้านบาท เริ่มส่งมอบรถยนต์คันแรกอย่างเป็นทางการคือ BYD DOLPHIN ซึ่งบังเอิญเป็นรถยนต์พลังงานใหม่คันที่ 8,000,000 ที่ BYD ส่งมอบทั่วโลกเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2567 ด้วย นับเป็นจังหวะที่สัญลักษณ์ทางประวัติศาสตร์ของแบรนด์และของโรงงานไทยมาบรรจบกันพอดี

รถยนต์คันประวัติศาสตร์ที่ผลิตครบคันที่ 100,000 ในครั้งนี้คือ BYD ATTO 3 ซึ่งภายในงานยังมีพิธีส่งมอบรถยนต์ BYD หลายรุ่นที่ผลิตจากสายการผลิตในไทยให้แก่ลูกค้าอย่างเป็นทางการ เพื่อตอกย้ำความเชื่อมั่นในตลาดอย่างต่อเนื่อง

เจาะขีดความสามารถโรงงาน ไม่ใช่แค่ประกอบ แต่ผลิตครบวงจร

จุดที่ทำให้โรงงาน BYD ระยองต่างจากโรงงานประกอบรถทั่วไปคือความครบวงจรของกระบวนการผลิต เริ่มจาก โรงงานปั๊มขึ้นรูป (Stamping) ที่มีเครื่องปั๊มขึ้นรูปอัตโนมัติขนาดใหญ่แรงกดถึง 7,900 ตัน ส่งมอบชิ้นงานได้ 6,000 ชุดต่อเดือน ตามด้วย โรงงานพ่นสี ที่ใช้เทคโนโลยีพ่นสีแบบน้ำ 3C2B และระบบเผาอุณหภูมิสูง RTO เพื่อลดการปล่อยก๊าซ VOC พร้อมหุ่นยนต์พ่นสีอัตโนมัติรวม 83 ตัว (19 ตัวสำหรับทากาว และ 64 ตัวสำหรับพ่นสีรองพื้นและสีจริง)

ส่วน โรงงานเชื่อม มีพื้นที่กว้างถึง 70,000 ตารางเมตร ใช้โครงสร้างสองชั้น มีสายการผลิต 20 สาย สถานีการผลิต 200 สถานี และหุ่นยนต์มากถึง 520 ตัว รองรับการประกอบรถได้มากถึง 10 รุ่นพร้อมกัน ด้วยกำลังการผลิตสูงสุด 45 คันต่อชั่วโมง ที่สำคัญคือ โรงงานแบตเตอรี่ Blade Battery ซึ่งเป็นฐานผลิตแบตเตอรี่ PACK แห่งแรกของ BYD นอกประเทศจีน มีกำลังการผลิตรวมสูงสุด 150,000 ชุดต่อปี และ โรงงานผลิตสายไฟรถยนต์ ที่เริ่มเดินสายการผลิตตั้งแต่เดือนกันยายน 2567 กำลังผลิตสูงสุดราว 10,000 ชุดต่อเดือน

ปัจจุบันโรงงานผลิตรถยนต์พลังงานใหม่ 5 รุ่น ได้แก่ BYD DOLPHIN, BYD ATTO 3, BYD SEAL 5 DM-i, BYD SEALION 5 DM-i และ BYD SEALION 6 DM-i ทั้งหมดได้รับใบรับรอง Made in Thailand จากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยอย่างเป็นทางการ

Local Content และแรงงานไทย หัวใจของความยั่งยืน

BYD ประเทศไทย ระบุว่าได้พัฒนาความร่วมมือกับผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายชิ้นส่วนในประเทศแล้วกว่า 266 ราย เป็นผู้ผลิตวัสดุและชิ้นส่วนภายในประเทศ 125 ราย พร้อมรับรองชิ้นส่วนตามมาตรฐาน TAI แล้วกว่า 1,090 รายการ คิดเป็นสัดส่วน Local Content ราว 50% ด้านการจ้างงานมีพนักงานรวมกว่า 6,000 อัตรา เป็นพนักงานสัญชาติไทยราว 95% โดยเฉพาะโรงงานเชื่อมที่มีสัดส่วนพนักงานไทยสูงถึง 98% และโรงงานผลิตสายไฟที่สูงถึง 99.3% สะท้อนแนวทางที่ BYD เรียกว่า China-Thai Integration ซึ่งมุ่งพัฒนาบุคลากรไทยให้ขึ้นมารับผิดชอบงานบริหารได้มากขึ้นเรื่อยๆ

จากฐานผลิตในประเทศ สู่ฮับส่งออกภูมิภาค

อีกมิติที่น่าสนใจของโรงงานนี้คือบทบาทด้านการส่งออก โดยในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 สัดส่วนการส่งออกคิดเป็น 40% ของการผลิตทั้งหมด มียอดส่งออกสะสมแล้วกว่า 24,000 คัน ครอบคลุมตลาดในภูมิภาคอาเซียน เอเชียใต้ ออสเตรเลีย และยุโรป รวมกว่า 10 ประเทศและภูมิภาค นั่นแปลว่าโรงงานแห่งนี้ไม่ได้ทำหน้าที่แค่ป้อนตลาดในประเทศไทยอย่างเดียว แต่กำลังกลายเป็นฐานการผลิตเพื่อส่งออกที่สำคัญของ BYD ในภูมิภาคนี้ไปแล้ว

มองในมุม The Chronicles ตัวเลขสวยที่มาพร้อมโจทย์ใหม่

ฟังดูเป็นข่าวดีทั้งหมด แต่ต้องชวนดูตัวเลขอีกชุดหนึ่งประกอบด้วย เพราะกำลังการผลิตสูงสุดของโรงงานอยู่ที่ 150,000 คันต่อปี ขณะที่การเดินสายการผลิตปัจจุบันยังอยู่ในระดับ 1 กะ ผลิตได้ราว 5,000-6,000 คันต่อเดือน หรือคิดเป็นเพียง 40-50% ของศักยภาพสูงสุดเท่านั้น การจะเดินเครื่องเต็มกำลัง 2 กะ ซึ่งบริษัทเคยประกาศไว้ว่าจะมีการจ้างงานเพิ่มเป็นราว 9,000 ตำแหน่ง จึงยังเป็นเป้าหมายที่ต้องอาศัยดีมานด์ที่มากขึ้นกว่านี้

คำถามคือดีมานด์นั้นจะมาจากไหน เพราะถ้าดูเฉพาะตลาดในประเทศไทย BYD เคยเป็นแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าขายดีที่สุดในไทยเมื่อปี 2567 แต่พอมาถึงเดือนสิงหาคม 2569 ยอดจดทะเบียนของ BYD ในไทยกลับอยู่ที่เพียง 2,591 คัน ตกไปอยู่อันดับรองจากทั้ง OMODA & JAECOO, MG และ GWM ในกลุ่มแบรนด์จีนด้วยกัน สะท้อนว่าตลาด EV จีนในไทยตอนนี้แข่งขันดุเดือดกว่าเดิมมาก และแบรนด์ที่เคยนำตลาดก็ไม่ได้การันตีว่าจะรักษาตำแหน่งไว้ได้ตลอด

นี่จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ตัวเลขการส่งออก 40% ของการผลิตทั้งหมดมีความหมายมากกว่าที่คิด เพราะในจังหวะที่ตลาดในประเทศเริ่มมีคู่แข่งจีนด้วยกันเองมาแย่งส่วนแบ่งหนักขึ้นเรื่อยๆ การพึ่งพาตลาดส่งออกในภูมิภาคจึงกลายเป็นทางรอดที่สำคัญไม่แพ้ตลาดในประเทศ และนี่ก็ไม่ใช่เกมที่ BYD เล่นอยู่คนเดียว เพราะคู่แข่งจีนรายอื่นอย่าง GWM และ OMODA & JAECOO ก็ต่างมีโรงงานของตัวเองในพื้นที่ระยองใกล้เคียงกัน และวางเป้าหมายเดียวกันคือใช้ไทยเป็นฐานส่งออกสู่อาเซียนภายใต้เงื่อนไขมาตรการ EV ของรัฐบาลไทยที่กำหนดให้ผู้นำเข้าต้องผลิตชดเชยในประเทศ

พูดให้ชัดคือ การฉลอง 100,000 คันในวันนี้ อาจเป็นแค่จุดเริ่มต้นของโจทย์ที่ยากขึ้นในวันข้างหน้า นั่นคือการแข่งขันแย่งชิงบทบาท “ฮับส่งออก EV ของอาเซียน” ระหว่างค่ายรถจีนที่ต่างก็มีโรงงานอยู่ในไทยเหมือนกันทั้งหมด

สรุปให้ฟังกันชัดๆ

100,000 คันที่โรงงาน BYD ระยองผลิตได้ในเวลาไม่ถึง 3 ปี เป็นหลักฐานยืนยันว่าการลงทุนตั้งโรงงานแห่งแรกนอกประเทศจีนที่ไทยไม่ใช่การเดิมพันที่ผิดพลาด แต่ก็ต้องยอมรับว่าโจทย์ต่อไปของ BYD ในไทยไม่ใช่แค่การเดินสายการผลิตให้ครบตามเป้า แต่คือการหาสมดุลระหว่างตลาดในประเทศที่การแข่งขันดุเดือดขึ้นทุกวัน กับบทบาทฮับส่งออกภูมิภาคที่มีคู่แข่งจีนด้วยกันเองกำลังไล่ตามมาติดๆ

วงการยานยนต์ไม่เคยหยุดนิ่ง… และเราก็เช่นกัน


#BYDThailand #RÊVER #BYDATTO3 #โรงงานBYDระยอง #EVไทย #MadeInThailand #theChroniclesThailand

วงการยานยนต์ไม่เคยหยุดนิ่ง… และเราก็เช่นกัน — The Chronicles —

🔵 Facebook → theChronicles.Autos&Sports 🎵 TikTok → @theChronicles.th 🌐 Website → thechronicles.in.th 🐦 X → @theChroniclesTH

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here