เรียบเรียงเขียนเรื่องโดย ธนคม the Chronicles
จังหวะเวลาไม่มีอะไรบังเอิญ เพราะขณะที่สนาม Petronas Sepang International Circuit ในมาเลเซียกำลังจะกลับมาอยู่ในสปอตไลต์ระดับโลกอีกครั้งจากข่าวใหญ่เรื่องการกลับมาของ F1 หลังหายไปเกือบสิบปี TSS The Super Series by B-Quik ก็เลือกจังหวะนี้พอดีในการนำทัพรถแข่ง GT ระดับนานาชาติของไทยบุกสนามเดียวกันเป็นครั้งแรกของฤดูกาล 2026
Racing Spirit Co., Ltd. ผู้จัดการแข่งขัน TSS The Super Series by B-Quik ซีรีส์การแข่งขันรถยนต์ GT ระดับนานาชาติชั้นนำของไทย เตรียมนำทัพรถแข่งข้ามพรมแดนสู่ Event 3 ของฤดูกาล 2026 ภายใต้คอนเซปต์ “Turn Up The Heat” ที่ Petronas Sepang International Circuit ประเทศมาเลเซีย ระหว่างวันที่ 21-23 สิงหาคม 2569 โดยการแข่งขันนี้ได้รับการรับรองจากราชยานยนต์สมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (RAAT) และจัดขึ้นตามมาตรฐาน FIA International Sporting Code สะท้อนภารกิจของ TSS ในการยกระดับมอเตอร์สปอร์ตไทยและสร้างการยอมรับในเวทีนานาชาติอย่างต่อเนื่อง
หลังจบสองสนามที่เข้มข้นทั้งที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต และศึกบางแสน กรังด์ปรีซ์ การแข่งขันเดินทางมาถึงหนึ่งในสนามที่มีชื่อเสียงที่สุดของเอเชียสำหรับรอบที่ 5 และ 6 โดยจะมีรถแข่งจากทั้งรุ่น TSS Supercar GT3, TSS Supercar GTM และ TSS Supercar GT4 ลงแข่งพร้อมกันในรูปแบบ Multi-Class ที่เพิ่มมิติความมันส์ให้กับสุดสัปดาห์นี้คือการรวมพลังของ Eighty-Six Challenge Thailand กับ GR86 Cup Malaysia ที่จะขยายกริดสตาร์ทให้ใหญ่ขึ้น รวมแล้วคาดว่าจะมีรถแข่งมากกว่า 30 คันลงสนามที่เซปังในสุดสัปดาห์นี้

ศึกชิงแชมป์ GT3 สูสีสุดขีด ห่างกันแค่ 5 แต้ม
ในรุ่น TSS Supercar GT3 การชิงแชมป์ยังคงสูสีเป็นอย่างมาก รถหมายเลข 12 ของทีม Singha Motorsport Team Thailand ขับโดย ปิติ ภิรมย์ภักดี / กันตศักดิ์ กุศิริ เข้าสู่สนามเซปังในฐานะผู้นำคะแนนรวมด้วย 77 คะแนน หลังทำผลงานได้ดีในศึกบางแสนสตรีทเซอร์กิต ตามมาห่างๆ เพียง 5 แต้มคือรถหมายเลข 26 ของทีม B-Quik Absolute Racing ขับโดย Henk Kiks / Alessandro Ghiretti ที่มี 72 คะแนน ด้วยช่องว่างที่แคบขนาดนี้ สนามเซปังอาจกลายเป็นจุดชี้ขาดสำคัญของฤดูกาลนี้เลยทีเดียว
สำหรับคนที่ยังไม่คุ้นชื่อ “ต๊อด” ปิติ ภิรมย์ภักดี นักแข่งจากตระกูลภิรมย์ภักดี เจ้าของแบรนด์สิงห์ ต้องบอกว่าเขาไม่ใช่นักแข่งสมัครเล่นที่มาขับเพื่อความสนุกเท่านั้น เพราะที่ผ่านมาเขาเคยคว้าแชมป์ GT Asia Series ที่ประเทศญี่ปุ่นมาแล้วถึง 2 ปีซ้อน และมีประสบการณ์ไปแข่งขันในทวีปยุโรปมาแล้วด้วย ความเก๋าเกมของเขาบวกกับสถิติการแซงในช่วงโค้งสุดท้ายที่เคยทำได้ในบางแสน ทำให้เขาเป็นตัวเต็งอันดับต้นๆ ที่ทุกทีมต้องจับตา
GTM: ใครจะหยุดหมายเลข 77 ได้บ้าง?
เรื่องราวในรุ่น TSS Supercar GTM ถูกครอบงำโดยรถหมายเลข 77 ของทีม PSC MOTORSPORT ขับโดย Saravut Sereethoranakul / Afiq Ikhwan ที่คว้าชัยชนะมาแล้วทั้ง 4 สนามที่ผ่านมา เข้าสู่มาเลเซียด้วยคะแนนเต็ม 100 คะแนนแบบไร้ที่ติ ที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้นคือสนามเซปังอาจยิ่งตอกย้ำความแข็งแกร่งของทีมนี้ เพราะ Afiq Ikhwan นักแข่งชาวมาเลเซียจะได้ลงแข่งในบ้านเกิดของตัวเอง พร้อมประสบการณ์ความคุ้นเคยกับสนามที่มากกว่าคู่แข่งรายอื่น
ตามมาเป็นอันดับ 2 คือรถหมายเลข 88 ของทีม CRE RACING ขับโดย Craig Corliss / Jaylyn Robotham ที่ขยับขึ้นมาด้วย 69 คะแนนหลังทำผลงานได้ดีที่บางแสน ส่วนรถหมายเลข 10 ของทีม Fire Monkey x Silver Rocket ที่เคยอยู่อันดับ 3 ด้วย 63 คะแนน ได้ยืนยันถอนตัวจาก Event 3 นี้เนื่องจากติดภารกิจอื่น ซึ่งเปิดโอกาสสำคัญให้ทีมที่ตามหลังผู้นำได้ขยับอันดับขึ้นมา
GT4 ดวลเดือดระดับนานาชาติ
การต่อสู้ในรุ่น TSS Supercar GT4 ก็เข้มข้นไม่แพ้กัน รถหมายเลข 91 ของทีม AAS Motorsport ขับโดย Dechathorn Phuakkarawut / Kantadhee Kusiri นำคะแนนรวมด้วย 76 คะแนน ตามมาห่างเพียง 6 แต้มคือรถหมายเลข 77 ของทีม PETROLIFE RACING TEAM ขับโดย Ananthorn Tangniannatchai ที่มี 70 คะแนน ขณะที่รถหมายเลข 9 ของทีม AAS Motorsport ขับโดย Kmik Karnasuta / Thanapattra Sutthisawang ยังคงมีลุ้นด้วย 52 คะแนน
สนามเซปังยังนำความเข้มข้นระดับนานาชาติเข้ามาสู่รุ่น GT4 อย่างชัดเจน ด้วยการยืนยันเข้าร่วมของนักแข่งอินโดนีเซีย Haridarma Manoppo / Syaukat Takuma ในรถ Toyota GR Supra GT4 EVO II หมายเลข 139 ของทีม Toyota Gazoo Racing Indonesia รวมถึงคู่นักแข่งจากมาเก๊า Lic Ka Alex Liu / Weng Hin Raymond Liu ในรถ Mercedes-AMG GT4 หมายเลข 219 ของทีม Elegant Racing Team และความเป็นไปได้ที่นักแข่งชาวจีน Xu Xin จะจับคู่กับนักแข่งชาวฟินแลนด์ Elias Antton Seppänen ให้กับทีม R ENGINEERING ซึ่งจะยิ่งเพิ่มความหลากหลายให้กริดสตาร์ทที่แข่งขันกันดุเดือดอยู่แล้ว
ทำไม “เซปัง” ถึงพิเศษกว่าทุกปีที่ผ่านมา
ถ้าจะมีเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ Event 3 ปีนี้น่าจับตาเป็นพิเศษ คงหนีไม่พ้นสถานะของสนามเซปังเองในตอนนี้ เพราะ Petronas Sepang International Circuit ที่เปิดใช้งานมาตั้งแต่ปี 1999 และเคยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน Malaysian Grand Prix ในศึก F1 ต่อเนื่องยาวนานถึงปี 2017 ก่อนที่รัฐบาลมาเลเซียจะตัดสินใจยุติการเป็นเจ้าภาพเนื่องจากค่าใช้จ่ายในการจัดงานที่สูงขึ้นและจำนวนผู้ชมที่ลดลง กำลังจะกลับมาอยู่ในปฏิทิน F1 อีกครั้งในปี 2026 นี้ โดยมีกำหนดรับหน้าที่เจ้าภาพจัดการแข่งขัน Gulf Air Bahrain Grand Prix ในเดือนตุลาคม 2569 ถือเป็นการหวนคืนสู่เวทีโลกครั้งแรกในรอบเกือบ 10 ปี
การที่ TSS เลือกนำทัพรถแข่ง GT ของไทยและภูมิภาคมาประลองความเร็วที่สนามแห่งนี้ ก่อนที่มันจะกลับมาเป็นข่าวใหญ่ระดับโลกอีกครั้งในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า จึงเป็นจังหวะที่น่าสนใจไม่น้อย เพราะนักแข่งและทีมงานของ TSS จะได้สัมผัสเลย์เอาต์สนามความเร็วสูงระดับมาตรฐาน FIA Grade 1 ที่ออกแบบโดย Hermann Tilke สถาปนิกสนามแข่งชื่อดังระดับโลก ก่อนที่สายตาคนทั้งวงการมอเตอร์สปอร์ตจะหันมาจับจ้องสนามนี้อีกครั้ง
Turn Up The Heat ใต้แสงไฟยามค่ำคืน
ไฮไลต์ของ Event 3 จะมาถึงในวันเสาร์ที่ 22 สิงหาคม เมื่อ TSS Supercar GT3, GTM และ GT4 ลงเรียงแถวพร้อมกันสำหรับรอบที่ 5 ภายใต้แสงไฟสนามยามค่ำคืน โดย Night Race นี้กำหนดเวลาแข่งขันไว้ที่ 20.30-21.35 น. ซึ่งจะนำมาซึ่งความท้าทายที่แตกต่างไปจากเดิมโดยสิ้นเชิง เมื่อนักแข่งต้องเผชิญกับเลย์เอาต์ความเร็วสูงของเซปังในสภาพแวดล้อมยามค่ำคืน ก่อนที่การแข่งขันจะดำเนินต่อในวันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม กับรอบที่ 6 เวลา 12.15-13.20 น. ปิดท้ายสุดสัปดาห์ที่รวมทั้งการแข่งขันระดับนานาชาติ แรงกดดันจากการชิงแชมป์ และหนึ่งในสนามที่ท้าทายที่สุดของภูมิภาค
วิเคราะห์: ก้าวสำคัญของมอเตอร์สปอร์ตไทยสู่เวทีภูมิภาค
มองในภาพกว้าง การที่ TSS ขยายปฏิทินการแข่งขันออกนอกประเทศไปยังสนามระดับนานาชาติอย่างเซปังไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับซีรีส์นี้ แต่การดึงนักแข่งจากหลากหลายชาติ ทั้งมาเลเซีย อินโดนีเซีย มาเก๊า จีน และฟินแลนด์ เข้ามาร่วมแข่งขันในสนามเดียวกัน สะท้อนว่า TSS กำลังเปลี่ยนสถานะจากซีรีส์ระดับประเทศ ไปสู่การเป็นเวทีที่นักแข่งและทีมงานจากทั่วภูมิภาคเอเชียให้การยอมรับอย่างจริงจังมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเป็นผลดีต่อวงการมอเตอร์สปอร์ตไทยในภาพรวม เพราะทำให้ทีมและนักแข่งไทยได้สะสมประสบการณ์การแข่งขันในระดับที่สูงขึ้นโดยไม่ต้องเดินทางไปไกลถึงยุโรปหรืออเมริกา
อีกประเด็นที่น่าจับตาคือความสูสีของตารางคะแนนในรุ่น GT3 ที่ห่างกันเพียง 5 แต้ม และรุ่น GT4 ที่ห่างกัน 6 แต้ม ถือเป็นสัญญาณที่ดีต่อความน่าติดตามของซีรีส์ในระยะยาว เพราะการชิงแชมป์ที่สูสีมักดึงดูดผู้ชมและสปอนเซอร์ได้มากกว่าฤดูกาลที่มีทีมใดทีมหนึ่งครองความเหนือกว่าแบบทิ้งห่างชัดเจน ต่างจากรุ่น GTM ที่ทีม PSC Motorsport ทำคะแนนเต็ม 100 แบบไร้คู่แข่ง ซึ่งแม้จะเป็นผลงานที่น่าประทับใจของทีม แต่ในมุมของการรักษาความน่าติดตามของซีรีส์ในระยะยาว การที่มีทีมใดทีมหนึ่งครองความเหนือกว่าแบบทิ้งห่างต่อเนื่องอาจเป็นความท้าทายที่ผู้จัดต้องหาวิธีบริหารจัดการให้การแข่งขันยังคงน่าตื่นเต้นสำหรับผู้ชม
คำถามที่น่าจับตาต่อไปคือ เมื่อสนามเซปังกลับมาเป็นที่สนใจของวงการมอเตอร์สปอร์ตโลกอีกครั้งจากการกลับมาของ F1 ในปลายปีนี้ TSS จะสามารถใช้ประโยชน์จากกระแสความสนใจนี้เพื่อขยายฐานผู้ชมและสปอนเซอร์ในระดับภูมิภาคได้มากน้อยแค่ไหน และจะสามารถรักษาจังหวะการเติบโตนี้ไว้ได้อย่างไรเมื่อซีรีส์ GT อื่นๆ ในภูมิภาคเอเชียก็กำลังแข่งขันกันดึงดูดทีมและนักแข่งคุณภาพเช่นกัน


สรุปส่งท้าย
จากถนนบางแสนสู่ความร้อนแรงของเซปัง การชิงแชมป์ยังคงดำเนินต่อไปอย่างเข้มข้น ภายใต้คอนเซปต์ที่สรุปได้ในประโยคเดียวว่า “Turn Up The Heat – Tropical Speed. Relentless Pressure.” แฟนมอเตอร์สปอร์ตสามารถติดตามการแข่งขัน TSS The Super Series by B-Quik 2026 และ Eighty-Six Challenge Thailand แบบสดๆ ผ่านเว็บไซต์ทางการของ Thailand Super Series และช่องทาง Facebook อย่างเป็นทางการ
TSS The Super Series by B-Quik 2026 – Event 3 21-23 สิงหาคม 2569 Petronas Sepang International Circuit ประเทศมาเลเซีย
#TSS #TSS2026 #TSSTheSuperSeries #RacingSpirit #theChroniclesThailand
วงการยานยนต์ไม่เคยหยุดนิ่ง… และเราก็เช่นกัน — The Chronicles —
🔵 Facebook → theChronicles.Autos&Sports 🎵 TikTok → @theChronicles.th 🌐 Website → thechronicles.in.th 🐦 X → @theChroniclesTH





























