Home Uncategorized TVH เผยผลประกอบการครึ่งปีแรก 2569 กำไรโตแข็งแกร่งกว่า 102% เมื่อ “ผู้เล่นอันดับ 10” ของตลาดประกันภัยไทยเลือกเดิมพันกับ AI Ecosystem

TVH เผยผลประกอบการครึ่งปีแรก 2569 กำไรโตแข็งแกร่งกว่า 102% เมื่อ “ผู้เล่นอันดับ 10” ของตลาดประกันภัยไทยเลือกเดิมพันกับ AI Ecosystem

24
0
TVH เผยผลประกอบการครึ่งปีแรก 2569 กำไรโตแข็งแกร่งกว่า 102% ผลการดำเนินงานการบริการประกันภัยเติบโตกว่า 34% Motor ยังเป็น Core Business ขณะที่ Non-Motor เดินหน้าสู่ Growth Engine ใหม่ วางรากฐานการเติบโตระยะยาวด้วย Ecosystem และเทคโนโลยี AI

เรียบเรียงเขียนเรื่องโดย ธนคม the Chronicles

ในตลาดที่ผู้นำอันดับ 1 กินส่วนแบ่งไปเกือบ 15% มาหลายทศวรรษ การที่ผู้เล่นรายเล็กกว่าจะโตกำไรทะลุ 100% ในเวลาแค่ครึ่งปี ไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นได้ง่ายๆ แต่นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นจริงกับ บริษัท ไทยวิวัฒน์ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TVH บริษัทแม่ของ ประกันภัยไทยวิวัฒน์ (TVI) ที่เพิ่งประกาศผลประกอบการครึ่งปีแรกของปี 2569 ออกมาแบบที่ทำให้คนในวงการประกันภัยต้องหันมามอง

ตัวเลขที่ต้องรู้: กำไรโต 102% ผลการดำเนินงานประกันภัยโต 34%

TVH รายงานว่ากลุ่มบริษัทมีผลการดำเนินงานการบริการประกันภัยเติบโตกว่า 34% ในขณะที่กำไรสำหรับงวดเพิ่มขึ้นถึง 102% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนความแข็งแกร่งจากการบริหารงานผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การขยายช่องทางจำหน่ายและการสร้างเครือข่ายพันธมิตร รวมถึงการบริหารจัดการความเสี่ยงที่เหมาะสม

นายจีรพันธ์ อัศวะธนกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยวิวัฒน์ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) อธิบายที่มาของตัวเลขนี้ไว้ว่า

“บทบาทของไทยวิวัฒน์ โฮลดิ้งส์ คือการกำหนดทิศทางและจัดสรรทรัพยากรให้กลุ่มธุรกิจหลักประกันภัยไทยวิวัฒน์เติบโตอย่างมีคุณภาพ ในครึ่งปีแรกมาจาก 2 ปัจจัยหลัก คือยอดขายที่เพิ่มขึ้นจากการขยายช่องทางและพันธมิตร รวมถึงการปรับปรุงผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ลูกค้าและคุณภาพการรับประกันภัยที่ดีขึ้นจากการใช้ข้อมูลช่วยตัดสินใจ สิ่งที่เราให้ความสำคัญไม่แพ้กัน คือผลิตภัณฑ์ที่ช่วยให้ลูกค้าลดความเสี่ยงได้จริง เพราะเมื่อลูกค้าปลอดภัยขึ้น ต้นทุนสินไหมก็บริหารได้ดีขึ้น และธุรกิจก็เติบโตอย่างแข็งแกร่งเช่นกัน โดยกลุ่มประกันภัยรถยนต์ (Motor) ยังเป็นแกนหลักของประกันภัยไทยวิวัฒน์ ในขณะที่กลุ่มประกันภัย Non-Motor เป็น Growth Engine ที่สำคัญ”

ยืนอยู่ตรงไหนในตลาด: เมื่อ “อันดับ 10” ต้องสู้กับยักษ์ใหญ่และ InsurTech รุ่นใหม่

ถ้าจะเข้าใจว่าทำไมตัวเลข 102% ถึงมีความหมาย ต้องเข้าใจภาพรวมตลาดประกันวินาศภัยไทยก่อน ปี 2568 ที่ผ่านมา ตลาดนี้มีเบี้ยประกันภัยรับรวมทั้งอุตสาหกรรมกว่า 293,118 ล้านบาท โดยมี วิริยะประกันภัย ครองอันดับ 1 อย่างเหนียวแน่นด้วยส่วนแบ่งตลาดถึง 14.64% ในภาพรวม และสูงถึง 22.97% เฉพาะในตลาดประกันภัยรถยนต์ซึ่งเป็นพอร์ตใหญ่ที่สุดของอุตสาหกรรม (คิดเป็นสัดส่วนกว่า 56% ของเบี้ยประกันภัยรับรวมทุกประเภท)

ส่วนประกันภัยไทยวิวัฒน์เองอยู่ในอันดับที่ 10 ของตลาดวินาศภัยโดยรวม ด้วยเบี้ยประกันภัยรับรวมราว 7,879 ล้านบาท คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 2.69% และอยู่อันดับ 9 ในตลาดประกันภัยรถยนต์โดยเฉพาะ ด้วยส่วนแบ่งตลาด 3.81% ตัวเลขนี้บอกเราว่า TVH ไม่ใช่ผู้เล่นตัวท็อปของอุตสาหกรรม แต่คือผู้เล่นระดับกลางที่ต้องหาจุดต่างเพื่อแข่งกับทั้งยักษ์ใหญ่ดั้งเดิมและคู่แข่งหน้าใหม่ไปพร้อมกัน

และคู่แข่งหน้าใหม่ที่ว่านี้ก็คือกลุ่ม InsurTech ที่กำลังเติบโตแบบก้าวกระโดด อย่างบริษัท รู้ใจ ประกันภัย และบริษัท อินชัวร์เวิร์ส ประกันภัย ที่มีอัตราการเติบโตของเบี้ยประกันภัยรับรวมสูงกว่า 150% และจำนวนกรมธรรม์เติบโตกว่า 170% ในปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นสัญญาณชัดเจนว่าเทคโนโลยีกำลังเปลี่ยนกติกาการแข่งขันของอุตสาหกรรมประกันภัยไทยไปอย่างสิ้นเชิง นี่คือเหตุผลที่ทำให้การที่ TVH เลือกวางตัวเองเป็น “InsurTech Leader” ผ่านการลงทุน AI แบบ end-to-end ไม่ใช่แค่การตามกระแส แต่คือการตอบสนองต่อภัยคุกคามที่จับต้องได้จริงจากทั้งสองด้านของตลาด

จาก Traditional Distribution สู่ Ecosystem Solution

หัวใจของกลยุทธ์ที่ TVH เดินหน้าคือการปรับเปลี่ยนวิธีเข้าถึงลูกค้า จากการพึ่งพาช่องทางประกันภัยแบบดั้งเดิมอย่างตัวแทน นายหน้า และดีลเลอร์รถยนต์ สู่ Ecosystem Solution ที่เชื่อมต่อกับพันธมิตรในหลากหลายอุตสาหกรรม ทั้งค้าปลีก บริการทางการเงิน สื่อ เทคโนโลยีและโทรคมนาคม และแพลตฟอร์มออนไลน์ พร้อมต่อยอดช่องทางที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ผู้บริโภค เช่น Payment Gateway และแพลตฟอร์มท่องเที่ยว

ตัวอย่างที่จับต้องได้คือความร่วมมือกับ ไทยรัฐกรุ๊ป ในการเจาะกลุ่ม Mass Market เพื่อแนะนำประกันมะเร็งและประกันอุบัติเหตุที่เข้าใจง่าย ชำระเบี้ยรายเดือน และทำธุรกรรมออนไลน์ได้ด้วยตนเอง รวมถึงผลิตภัณฑ์ TVI Homie Care ประกันอัคคีภัยบ้านที่ขยายความคุ้มครองไปถึงความเสี่ยงในชีวิตประจำวันอย่าง EV Charger และสัตว์เลี้ยง ซึ่งเป็นการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่เกาะกระแสไลฟ์สไตล์คนเมืองยุคใหม่ได้แม่นยำ (โดยเฉพาะการคุ้มครอง EV Charger ที่สะท้อนว่าจำนวนบ้านที่ติดตั้งเครื่องชาร์จรถไฟฟ้าในไทยเพิ่มขึ้นจนกลายเป็นความเสี่ยงที่ต้องมีประกันเฉพาะทางแล้ว) และประกันสุขภาพที่พัฒนาร่วมกับ TrueMoney เพื่อขยายการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าดิจิทัลรายใหม่

ด้านประสบการณ์ลูกค้า TVI ยังเปิดตัว TVI Smart Delay ในประกันภัยการเดินทางต่างประเทศ พลัส ที่ให้ลูกค้าใช้บริการห้องรับรองสนามบินทั่วโลกได้ฟรีทันทีเมื่อเที่ยวบินล่าช้าเกิน 90 นาที ถือเป็นการยกระดับประกันเดินทางจากแค่ “จ่ายชดเชยทีหลัง” มาเป็น “แก้ปัญหาให้ลูกค้าตอนนั้นเลย”

กลุ่ม Motor เดินหน้าด้วยนวัตกรรมและ AI แบบ End-to-End

แม้ Non-Motor จะถูกวางให้เป็น Growth Engine ใหม่ แต่ TVH ก็ยังไม่ทิ้งธุรกิจหลักอย่างประกันภัยรถยนต์ โดยเตรียมเปิดตัว Crash Detection เทคโนโลยีช่วยเหลือผู้ขับขี่เมื่อเกิดอุบัติเหตุแบบเรียลไทม์ พร้อมยกระดับมาตรฐานอู่ซ่อมผ่านโครงการ Thaivivat Guarantee และจัดตั้งศูนย์ Quality Control Center เพื่อควบคุมคุณภาพการซ่อมและมาตรฐานอะไหล่ รวมถึงเพิ่มบริการรถใช้ระหว่างซ่อม ซึ่งเป็นจุดเจ็บปวดที่ผู้เอาประกันภัยรถยนต์ในไทยบ่นกันมานานเรื่องคุณภาพงานซ่อมและความล่าช้า

ในเชิงเทคโนโลยี TVH ผลักดัน AI เข้ามาใช้ยกระดับกระบวนการประกันภัยแบบ End-to-End ตั้งแต่การรับประกันภัย การเคลม ไปจนถึงการซ่อม ผ่านสามระบบหลักคือ MARS Inspect ระบบ AI ตรวจสภาพรถก่อนรับประกันภัย, Claim Generate ที่วิเคราะห์ภาพความเสียหาย ประเมินค่าสินไหม และสร้างใบเคลมได้อัตโนมัติ และ MARS Garage ที่ช่วยอู่ประเมินความเสียหาย ลดขั้นตอนเอกสารและเพิ่มความรวดเร็วในการอนุมัติซ่อม นี่คือการลงทุนที่มุ่งแก้สามจุดที่ลูกค้าประกันภัยรถยนต์เจ็บปวดที่สุดพร้อมกัน คือความล่าช้าตอนรับประกัน ความยุ่งยากตอนเคลม และคุณภาพงานซ่อมที่ไม่แน่นอน

มองไปข้างหน้า: ความไม่แน่นอนที่ CEO เตือนไว้เอง

สิ่งที่น่าสนใจคือ นายจีรพันธ์ไม่ได้พูดถึงแต่ด้านบวกเพียงอย่างเดียว แต่ยังเตือนถึงความเสี่ยงในครึ่งปีหลังไว้อย่างตรงไปตรงมาว่า

“เศรษฐกิจครึ่งปีหลังยังคงเผชิญความไม่แน่นอนจากปัจจัยภายนอก ทั้งความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ความผันผวนของราคาพลังงาน ภาวะเงินเฟ้อ และความไม่แน่นอนของการค้าโลก ซึ่งอาจกระทบกำลังซื้อและเบี้ยประกันภัยใหม่ในบางผลิตภัณฑ์ ในขณะที่ต้นทุนการเคลมอาจถูกกดดันจากเงินเฟ้อ ทั้งค่าซ่อมรถ ค่ารักษาพยาบาล และค่าซ่อมแซมทรัพย์สิน การลงทุนใน AI Ecosystem จึงไม่ใช่แค่เรื่องเทคโนโลยี แต่คือเครื่องมือที่ช่วยเราควบคุมต้นทุน เร่งความเร็วในการบริการ และต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์ใหม่ได้ดียิ่งขึ้น ควบคู่กับการขยายช่องทาง การเข้าถึงลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น”

คำพูดนี้สำคัญเพราะมันสะท้อนว่าการลงทุน AI ของ TVH ไม่ได้ทำเพื่อภาพลักษณ์ทันสมัยเฉยๆ แต่ถูกวางเป็นเครื่องมือรับมือกับต้นทุนเคลมที่มีแนวโน้มพุ่งขึ้นจากเงินเฟ้อค่าซ่อมรถและค่ารักษาพยาบาล ซึ่งเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่บริษัทประกันภัยทุกเจ้าต้องเผชิญเหมือนกัน

วิเคราะห์: กำไรโต 102% น่าประทับใจ แต่มาจากฐานอะไร

ตัวเลขกำไรโต 102% ฟังดูน่าตื่นเต้นมาก แต่ในฐานะสื่อที่ต้องมองทะลุตัวเลขสวยๆ มีประเด็นที่ควรพิจารณาเพิ่มเติมสองสามเรื่อง

ประเด็นแรก TVH เป็นผู้เล่นอันดับ 10 ของตลาดที่มีฐานเบี้ยประกันภัยไม่ใหญ่มากเมื่อเทียบกับผู้นำตลาด การเติบโตในอัตราเปอร์เซ็นต์สูงจึงเป็นเรื่องที่ทำได้ง่ายกว่าบริษัทขนาดใหญ่ที่ฐานตัวเลขสูงอยู่แล้ว (ยิ่งฐานเล็ก เปอร์เซ็นต์การเติบโตยิ่งดูสวยงามกว่าฐานใหญ่ที่โตเท่ากันในมูลค่าสัมบูรณ์) นี่ไม่ได้แปลว่าตัวเลขนี้ไม่มีความหมาย แต่ผู้อ่านควรเข้าใจบริบทนี้ประกอบการตีความ

ประเด็นที่สอง TVH กำลังเดิมพันกับกลยุทธ์ที่ต้องแข่งสองด้านพร้อมกัน ด้านหนึ่งคือแข่งกับยักษ์ใหญ่ดั้งเดิมอย่างวิริยะที่มีเครือข่ายและความไว้วางใจสะสมมาหลายสิบปี อีกด้านคือแข่งกับ InsurTech รุ่นใหม่อย่างรู้ใจและอินชัวร์เวิร์สที่โตเร็วกว่าด้วยโมเดลดิจิทัลล้วนๆ การวาง TVH ให้อยู่ตรงกลางระหว่างสองขั้วนี้ ด้วยจุดขายเรื่อง AI Ecosystem และ Non-Motor Growth Engine เป็นกลยุทธ์ที่ฟังดูสมเหตุสมผล แต่ก็มีความเสี่ยงที่จะ “ไม่ได้เปรียบเต็มที่ในด้านใดด้านหนึ่ง” หากคู่แข่งทั้งสองฝั่งเร่งพัฒนาต่อ

ประเด็นที่สาม คำเตือนของ CEO เรื่องปัจจัยเศรษฐกิจมหภาคในครึ่งปีหลังไม่ใช่แค่มารยาททางธุรกิจ แต่สะท้อนความเสี่ยงจริงที่อาจทำให้ผลงานครึ่งปีหลังไม่สวยเท่าครึ่งปีแรก โดยเฉพาะต้นทุนค่าซ่อมรถและค่ารักษาพยาบาลที่มีแนวโน้มเพิ่มตามเงินเฟ้อ ซึ่งจะกดดันอัตรากำไรของธุรกิจประกันภัยรถยนต์โดยตรง

หมายเหตุ: ข้อมูลตัวเลขในบทความนี้อ้างอิงจากการเปิดเผยผลประกอบการของบริษัทฯ และข้อมูลตลาดจากแหล่งข่าวสาธารณะ เพื่อการรายงานข่าวเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ผู้สนใจลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินก่อนตัดสินใจ

สรุปส่งท้าย

ผลประกอบการครึ่งปีแรกของ TVH คือภาพของผู้เล่นระดับกลางในตลาดประกันภัยไทยที่พยายามหาที่ยืนของตัวเองท่ามกลางยักษ์ใหญ่ดั้งเดิมและ InsurTech รุ่นใหม่ที่โตเร็วกว่า ด้วยการผสมผสานความแข็งแกร่งของธุรกิจ Motor ที่เป็นแกนหลัก เข้ากับการปั้น Non-Motor และ AI Ecosystem ให้เป็นเครื่องยนต์ใหม่ ต้องรอดูกันต่อว่าครึ่งปีหลังภายใต้แรงกดดันเศรษฐกิจมหภาคที่ CEO เตือนไว้เอง TVH จะรักษาโมเมนตัมการเติบโตนี้ไว้ได้หรือไม่


#TVH #ไทยวิวัฒน์ #InsurTech #ประกันภัยรถยนต์ #theChroniclesThailand

วงการยานยนต์ไม่เคยหยุดนิ่ง… และเราก็เช่นกัน — The Chronicles —

🔵 Facebook → theChronicles.Autos&Sports 🎵 TikTok → @theChronicles.th 🌐 Website → thechronicles.in.th 🐦 X → @theChroniclesTH

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here