Home Auto News OMODA & JAECOO พา REEV เข้ามหาวิทยาลัย — เมื่อ “รถไฟฟ้าขยายระยะทาง” ต้องสอนให้เข้าใจ ก่อนจะขายให้ได้

OMODA & JAECOO พา REEV เข้ามหาวิทยาลัย — เมื่อ “รถไฟฟ้าขยายระยะทาง” ต้องสอนให้เข้าใจ ก่อนจะขายให้ได้

47
0
OMODA & JAECOO ตอกย้ำความเป็นผู้นำเทคโนโลยี REEV ในไทย ขับเคลื่อนโครงการ Future Talent Academy สู่มหาวิทยาลัยชั้นนำ วางรากฐานความเชื่อมั่นในเทคโนโลยี และสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภค

เรียบเรียงเขียนเรื่องโดย: ธนคม the Chronicles Thailand


ถ้าถามคนไทยสิบคนว่า “REEV คืออะไร” น่าจะมีไม่ถึงครึ่งที่ตอบได้ทันที บางคนอาจเดาว่าเป็นไฮบริด บางคนนึกว่าเป็นปลั๊กอินไฮบริด และอีกหลายคนคงยักไหล่แล้วถามกลับว่า “สรุปต้องเติมน้ำมันหรือต้องชาร์จ?”

นี่แหละคือโจทย์ใหญ่ของแบรนด์ที่เดิมพันกับเทคโนโลยีใหม่ และเป็นเหตุผลที่ OMODA & JAECOO (ประเทศไทย) เลือกเดินเกมที่ไม่ได้เริ่มจากโชว์รูม แต่เริ่มจาก ห้องเรียน

เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2569 แบรนด์ประกาศเดินหน้าสานต่อโครงการ OMODA & JAECOO Future Talent Academy สู่สถาบันการศึกษาชั้นนำของประเทศ เพื่อส่งต่อองค์ความรู้ด้านยานยนต์พลังงานใหม่ โดยเฉพาะเทคโนโลยี REEV (Range-Extended Electric Vehicle) ให้คนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้ เข้าใจ และสัมผัสของจริง เพื่อเป็นกระบอกเสียงส่งต่อความรู้สู่คนรอบข้างและสังคมไทยในระยะยาว ภายใต้ความเชื่อว่า “การศึกษาคือหัวใจและรากฐานสำคัญที่สุด” ในการเปิดรับเทคโนโลยีแห่งอนาคต

3 มหาวิทยาลัย 1 คันเรียน: JAECOO 6T REEV

โครงการนี้ถ่ายทอดความรู้ผ่านกิจกรรมเชิงปฏิบัติการให้นิสิตนักศึกษาใน 3 มหาวิทยาลัยชั้นนำ ได้แก่

  • จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.)
  • มหาวิทยาลัยมหิดล

ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้หลักการทำงานของระบบขับเคลื่อน การบริหารจัดการพลังงาน และได้สัมผัสโครงสร้างระบบจริงจาก JAECOO 6T REEV เพื่อเข้าใจว่าเทคโนโลยีนี้ผสานการขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า เข้ากับความยืดหยุ่นในการเดินทางไกลได้อย่างไร โดยเชื่อมความรู้ทางวิศวกรรมเข้ากับการใช้งานในชีวิตประจำวัน

ห้องเรียนที่มีรถจริงให้แกะ ให้ดู ให้จับ ต่างจากการนั่งดูสไลด์อย่างมาก โดยเฉพาะสำหรับนักศึกษาวิศวกรรมที่อยากเห็นว่าทฤษฎีบนกระดานกลายเป็นรถที่วิ่งบนถนนได้อย่างไร

ผู้บริหารพูดชัด: ไม่ได้แค่สอน แต่อยากได้ “คนรุ่นใหม่” มาร่วมทีม

หัวใจของโครงการถูกถ่ายทอดผ่านคำพูดของ คุณสุชาดา ชูสงค์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและภาพลักษณ์องค์กร บริษัท โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) จำกัด ที่วางวิสัยทัศน์ของโครงการไว้อย่างครบถ้วนว่า

“สำหรับ OMODA & JAECOO การศึกษาคือรากฐานที่สำคัญที่สุดในการเปิดประตูสู่โลกเทคโนโลยี พันธกิจของโครงการ Future Talent Academy ไม่ใช่เพียงการถ่ายทอดความรู้ แต่คือการสร้างแรงบันดาลใจและบ่มเพาะศักยภาพของวิศวกรรุ่นใหม่ ให้มีความพร้อมในการสร้างสรรค์และพัฒนานวัตกรรมยานยนต์แห่งอนาคตด้วยตนเอง เมื่อนิสิตนักศึกษาได้สัมผัสและเข้าใจเทคโนโลยีพลังงานทางเลือกอย่างแท้จริง พวกเขาจะไม่เพียงเป็นกระบอกเสียงส่งต่อความรู้สู่สังคม แต่จะเป็นกำลังสำคัญในการกำหนดทิศทางอุตสาหกรรมยานยนต์ต่อไป ซึ่งเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า โครงการนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นที่เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ที่มีความสามารถ ได้ก้าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งและร่วมงานกับครอบครัว OMODA & JAECOO เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนอนาคตแห่งการเดินทางที่ยั่งยืนในวันข้างหน้า”

ประโยคที่ควรขีดเส้นใต้มีสองจุด

จุดแรกคือ “ไม่ใช่เพียงการถ่ายทอดความรู้ แต่คือการสร้างแรงบันดาลใจและบ่มเพาะศักยภาพของวิศวกรรุ่นใหม่” ซึ่งบอกว่าโครงการนี้ไม่ได้ตั้งใจจบแค่การบรรยาย แต่ต้องการปลูกความสนใจระยะยาว

จุดที่สอง และน่าสนใจกว่า คือ “เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ที่มีความสามารถ ได้ก้าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งและร่วมงานกับครอบครัว OMODA & JAECOO” นี่คือการพูดตรงๆ ว่า CSR ครั้งนี้มีอีกบทบาทคือ การสร้างท่อส่งบุคลากร (Talent Pipeline) ซึ่งต้องให้เครดิตที่ผู้บริหารกล้าพูดออกมาอย่างเปิดเผย แทนการห่อทุกอย่างไว้ด้วยคำว่า “ตอบแทนสังคม” เพียงอย่างเดียว

ทำไม REEV ต้อง “สอน” ก่อน “ขาย”?

REEV ไม่เหมือน PHEV และไม่เหมือน HEV หลักการคือรถขับเคลื่อนล้อด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเสมอ ส่วนเครื่องยนต์ทำหน้าที่ปั่นไฟเมื่อแบตเตอรี่ลดลงเท่านั้น ให้ความรู้สึกเหมือนขับรถไฟฟ้า แต่ไม่ต้องกังวลเรื่องระยะทางเมื่อเดินทางไกล

ฟังดูดี แต่ปัญหาคือคนทั่วไปยังแยกไม่ออกว่าต่างจาก PHEV อย่างไร และเมื่อผู้บริโภคไม่เข้าใจ ก็มักเลือก “ของที่คุ้นเคย” แทน การให้ความรู้จึงเป็นการลงทุนทางการตลาดระยะยาวในคราบของ CSR ที่ฉลาดไม่น้อย

ยิ่งเมื่อมองไปที่ตลาด แบรนด์จีนอีกหลายรายกำลังรุกหนักด้วย PHEV ซึ่งได้รับการตอบรับดีในไทย ขณะที่ OMODA & JAECOO เลือกปักธง REEV เป็นจุดต่าง การทำให้คนเข้าใจว่า REEV คืออะไร จึงเท่ากับการสร้างสนามที่แบรนด์ได้เปรียบด้วยตัวเอง

รู้จัก JAECOO 6T REEV รถที่ถูกใช้เป็น “ตำราเรียน”

สำหรับคนที่ยังไม่คุ้น JAECOO 6T REEV เปิดตัวในไทยช่วงกลางปี 2569 ที่ราคาเริ่มต้น 879,900 บาท ชูระยะทางรวมสูงสุด 800 กม.

ตัวเลขที่น่าสนใจ:

  • รุ่น 2WD ให้กำลัง 252 แรงม้า แรงบิด 300 นิวตันเมตร ส่วนรุ่น 4WD มอเตอร์คู่ให้กำลัง 428 แรงม้า แรงบิด 505 นิวตันเมตร
  • แบตเตอรี่ 33.67 kWh ชาร์จ AC ได้ 6.6 kW ชาร์จเร็ว DC ได้ถึง 100 kW พร้อมฟังก์ชัน V2L
  • ขณะทดสอบช่วงเปิดตัว ถือเป็น SUV REEV รุ่นเดียวในตลาดที่มีรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ

ในมุมของนักศึกษาวิศวกรรม นี่คือรถที่ “สอนได้หลายบท” ตั้งแต่การจัดการพลังงานระหว่างเครื่องยนต์และแบตเตอรี่ ระบบมอเตอร์คู่ ไปจนถึงการชาร์จสองทิศทาง ถือว่าเลือกรถมาเป็นสื่อการสอนได้ตรงจุด

“Here to Stay, Here to Care” — คำมั่นที่ต้องพิสูจน์ด้วยเวลา

โครงการ Future Talent Academy ถูกวางให้เป็นส่วนหนึ่งของคำมั่นสัญญา “Here to Stay, Here to Care” ของ OMODA & JAECOO ที่ไม่ได้มุ่งแค่พัฒนายานยนต์คุณภาพ แต่ยังให้ความสำคัญกับการดูแลและตอบแทนสังคมไทย ผ่านการเสริมพลังความรู้ พัฒนาศักยภาพคนรุ่นใหม่ และร่วมขับเคลื่อนสังคมไทยสู่ความยั่งยืน

คำว่า “Here to Stay” มีน้ำหนักมากในวันนี้ เพราะผู้บริโภคไทยเริ่มตั้งคำถามกับความมั่นคงระยะยาวของแบรนด์รถใหม่ๆ หลังตลาด EV ผ่านช่วงสงครามราคาและการปรับตัวครั้งใหญ่ การลงทุนกับการศึกษา ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาหลายปีกว่าจะเห็นผล จึงเป็นการส่งสัญญาณที่ดีกว่าโฆษณาว่าแบรนด์ “ตั้งใจอยู่ยาว”

ฟังดูดี แต่…

ต้องพูดกันตรงๆ ว่าข่าวนี้ยังขาดตัวเลขที่จับต้องได้ เช่น มีนิสิตนักศึกษาเข้าร่วมกี่คน กิจกรรมยาวนานเท่าไร และมีแผนต่อยอดอย่างไร เช่น ทุนการศึกษา โครงการฝึกงาน หรือการขยายไปมหาวิทยาลัยในภูมิภาค

คำถามที่ต้องจับตา คือ Future Talent Academy จะเป็นกิจกรรมที่จัดปีละครั้งแล้วจบ หรือจะพัฒนาเป็นหลักสูตรต่อเนื่องที่ผลิตวิศวกรด้านยานยนต์พลังงานใหม่ได้จริง ถ้าเป็นอย่างหลัง นี่จะไม่ใช่แค่ CSR แต่คือการลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยที่มีความหมายมาก เพราะสิ่งที่ไทยต้องการในยุครถไฟฟ้า ไม่ใช่แค่โรงงานประกอบ แต่คือ “คน” ที่เข้าใจเทคโนโลยีลึกพอจะพัฒนาเองได้

บทสรุป

OMODA & JAECOO เลือกทางที่ไม่ใช่ทางลัด แทนที่จะทุ่มงบโฆษณาอธิบายว่า REEV คืออะไร กลับเลือกปลูกความเข้าใจในตัววิศวกรรุ่นใหม่ ซึ่งวันหนึ่งอาจเป็นทั้งลูกค้า เป็นกระบอกเสียง และเป็นพนักงานของแบรนด์เอง

เพราะในสงครามเทคโนโลยียานยนต์ ใครชนะใจห้องเรียนวันนี้ อาจกำหนดทิศทางตลาดในอีกสิบปีข้างหน้า

#OMODAJAECOO #JAECOO6T #REEV #FutureTalentAcademy #EVไทย #รถยนต์ไฟฟ้า #CSRไทย #ยั่งยืน #theChroniclesThailand


วงการยานยนต์ไม่เคยหยุดนิ่ง… และเราก็เช่นกัน
— The Chronicles —

🔵 Facebook → theChronicles.Autos&Sports
🎵 TikTok → @theChronicles.th
🌐 Website → thechronicles.in.th
🐦 X → @theChroniclesTH

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here